ใบเสนอราคาโซลาร์ในไทยเกือบทุกใบมีคำว่า “แผงโซล่าเซลล์ Tier 1” อยู่ด้วย และเกือบทุกครั้งมันถูกใช้เป็นคำรับประกันคุณภาพ ปัญหาคือ BloombergNEF ซึ่งเป็นผู้จัดทำรายการ Tier 1 เขียนไว้ในเอกสารวิธีการของตัวเองอย่างชัดเจนว่า รายการนี้ไม่ได้วัดคุณภาพสินค้า และยังระบุตรง ๆ ว่ามีตัวอย่างผู้ผลิต Tier 1 ที่เกิดปัญหาคุณภาพหรือล้มละลายอยู่จำนวนมาก สิ่งที่ Tier 1 วัดจริง ๆ คือธนาคารพาณิชย์ยอมปล่อยกู้ให้โครงการที่ใช้แผงยี่ห้อนั้นหรือไม่ — เป็นสัญญาณของนายธนาคารเรื่องความเสี่ยงทางการเงิน ไม่ใช่สัญญาณของวิศวกรเรื่องคุณภาพแผง บทความนี้อธิบายเกณฑ์จริงของ Tier 1 โครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลกที่อยู่เบื้องหลัง และสิ่งที่ควรตรวจแทนเมื่อคุณกำลังจะจ่ายเงินหลักแสน

BNEF นิยาม Tier 1 ด้วยเกณฑ์การเงินล้วน ๆ ไม่มีเกณฑ์คุณภาพแม้แต่ข้อเดียว
เกณฑ์ที่ BloombergNEF ใช้จัดผู้ผลิตเข้ารายการ Tier 1 ระบุไว้ในเอกสาร Tier 1 Solar Module Methodology ฉบับวันที่ 18 มีนาคม 2569 ว่าผู้ผลิตต้องส่งมอบสินค้าแบรนด์ตัวเองที่ผลิตเองให้กับ (BloombergNEF, 2569):
- โครงการอย่างน้อย 6 โครงการ ที่แตกต่างกัน
- ซึ่งได้รับสินเชื่อแบบ non-recourse จากธนาคารพาณิชย์ 6 แห่งที่แตกต่างกัน (ไม่นับธนาคารเพื่อการพัฒนาและธนาคารเพื่อการส่งออก-นำเข้า)
- ภายในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา
- โดยนับเฉพาะโครงการที่มีขนาดเกิน 10 เมกะวัตต์ขึ้นไป
อ่านรายการนี้อีกครั้งแล้วสังเกตว่าไม่มีข้อใดพูดถึงประสิทธิภาพเซลล์ อัตราการเสื่อมสภาพ ผลการทดสอบตามมาตรฐาน หรือการรับประกันเลยแม้แต่ข้อเดียว ทุกข้อเป็นเรื่องเดียวกันทั้งหมด คือมีธนาคารกี่แห่งที่ยอมรับความเสี่ยงกับแผงยี่ห้อนี้

เกณฑ์ขนาดโครงการยังถูกยกสูงขึ้นมาแล้วสองครั้ง จาก 1.5 เมกะวัตต์ เป็น 5 เมกะวัตต์ และเป็นเกิน 10 เมกะวัตต์ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2568 เพราะอุตสาหกรรมโตขึ้นจนเกณฑ์เดิมไม่มีความหมาย ข้อเท็จจริงนี้เองบอกว่า Tier 1 เป็นเส้นแบ่งที่ขยับตามสภาพตลาด ไม่ใช่มาตรฐานคุณภาพที่ตรึงอยู่กับที่
BNEF เขียนเตือนไว้เองว่าอย่าใช้รายการนี้วัดคุณภาพ
นี่ไม่ใช่การตีความของเรา แต่เป็นข้อความในเอกสารของ BNEF เอง ซึ่งเขียนไว้ซ้ำสองแห่งในเอกสารฉบับเดียวกัน:
“The Tier 1 classification is purely a measure of industry acceptance and does not directly account for product quality or financial strength of manufacturers. There are many documented examples of quality issues or bankruptcy of tier 1 manufacturers.”
BloombergNEF, Tier 1 Solar Module Methodology, 18 มี.ค. 2569
แปลตรงตัวคือ “การจัดชั้น Tier 1 เป็นเพียงการวัดการยอมรับของอุตสาหกรรม และไม่ได้สะท้อนคุณภาพสินค้าหรือความแข็งแกร่งทางการเงินของผู้ผลิตโดยตรง มีตัวอย่างที่บันทึกไว้จำนวนมากของผู้ผลิต Tier 1 ที่เกิดปัญหาคุณภาพหรือล้มละลาย”
เอกสารฉบับเดียวกันยังแนะนำต่อว่า ผู้ซื้อแผงและธนาคารไม่ควรใช้รายการนี้เป็นเครื่องวัดคุณภาพ แต่ควรปรึกษาบริษัทตรวจสอบทางเทคนิค (technical due diligence) โดยระบุชื่อบริษัทอย่าง PVEL, DNV, TÜV, PI Berlin, RETC และ Clean Energy Associates เป็นตัวอย่าง และย้ำว่า “การอยู่ในรายการ Tier 1 ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อบริษัทนั้นหรือสินค้าของบริษัทนั้น” (BloombergNEF, 2569)
รายชื่อแผงโซล่าเซลล์ Tier 1 ตรวจสอบจากภายนอกไม่ได้ และคำโฆษณาไม่ใช่หลักฐาน
ประเด็นที่ใช้งานได้จริงที่สุดสำหรับผู้ซื้อคือ รายการ Tier 1 ฉบับจริงเปิดให้เฉพาะลูกค้าที่สมัครสมาชิก BNEF เท่านั้น คนทั่วไปเปิดดูไม่ได้ และ BNEF ยังเตือนว่าไฟล์รายการที่หลุดออกมาบนอินเทอร์เน็ตอาจผิดเงื่อนไขลิขสิทธิ์หรือถูกดัดแปลงมาแล้ว
สิ่งที่ตามมามีสามข้อที่ควรรู้ก่อนเชื่อคำว่า Tier 1 บนใบเสนอราคา:
- ข่าวประชาสัมพันธ์ของผู้ผลิตไม่ใช่หลักฐาน — BNEF ระบุตรง ๆ ว่า “ข่าวประชาสัมพันธ์และคำกล่าวอ้างจากบริษัท ไม่ถือเป็นหลักฐานว่าบริษัทนั้นผ่านเกณฑ์ Tier 1 ของ BloombergNEF”
- รายการมีอายุแค่ไตรมาสเดียว — เผยแพร่ทุกไตรมาส และเฉพาะฉบับล่าสุดเท่านั้นที่ใช้ได้ บริษัทหลุดออกจากรายการได้ทุกไตรมาส คำว่า “เป็น Tier 1” จึงต้องมีวันที่กำกับเสมอ
- BNEF ทำเฉพาะรายการ Tier 1 ไม่มี Tier 2 หรือ Tier 3 — ถ้าใครอ้างถึง “แผง Tier 2” หรือ “Tier 3” ตามมาตรฐาน BNEF นั่นไม่มีอยู่จริง
ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 BNEF ยังเปิดให้บริษัทที่อยู่ในรายการและเป็นลูกค้าของ BNEF ใช้ตราสัญลักษณ์ Tier 1 บนสื่อการตลาดได้ ผลข้างเคียงที่ควรรู้คือ บริษัทที่อยู่ในรายการจริงแต่ไม่ได้เป็นลูกค้า BNEF จะไม่มีตราสัญลักษณ์นี้ ดังนั้นการมีหรือไม่มีตราสัญลักษณ์ก็ไม่ใช่เครื่องพิสูจน์สถานะเช่นกัน
ห่วงโซ่อุปทานโลกกระจุกตัวอยู่ในจีนแทบทุกขั้นตอนการผลิต
เหตุผลที่รายชื่อผู้ผลิตรายใหญ่หน้าตาคล้ายกันหมดอยู่ที่โครงสร้างการผลิต แผงหนึ่งแผงผ่านห่วงโซ่ห้าขั้นตอน คือ โพลีซิลิคอน → แท่งผลึก (ingot) → เวเฟอร์ → เซลล์ → แผงสำเร็จรูป และจีนครองส่วนแบ่งเกิน 80% ในทุกขั้นตอน โดยขั้นต้นน้ำอย่างโพลีซิลิคอน แท่งผลึก และเวเฟอร์ เข้าใกล้ 95% (IEA, Solar PV Global Supply Chains)
ข้อควรระวังเรื่องความสดของข้อมูล: ตัวเลขชุดนี้มาจากรายงาน IEA ที่เผยแพร่ปี 2565 โดยใช้ข้อมูลราวปี 2564 ซึ่งเป็นตัวเลขแบบแยกรายขั้นตอนจากแหล่งปฐมภูมิที่ใหม่ที่สุดเท่าที่เปิดตรวจสอบได้ ณ เวลาที่เขียน ทิศทางยังคงเดิมและมีแต่กระจุกตัวมากขึ้น แต่ควรอ่านเป็นภาพโครงสร้าง ไม่ใช่ตัวเลขรายปีล่าสุด
ขนาดของตลาดที่รองรับห่วงโซ่นี้เติบโตเร็วมาก IEA PVPS ประเมินว่ากำลังผลิตติดตั้งสะสมทั่วโลกแตะเกือบ 3 เทระวัตต์ และมีการติดตั้งใหม่ 698 กิกะวัตต์ ในปี 2568 โดย PV จ่ายไฟเกิน 10% ของความต้องการไฟฟ้าโลก (IEA PVPS, Snapshot 2026)
กำลังผลิตล้นตลาดเกือบสองเท่าของความต้องการ กำลังบีบให้อุตสาหกรรมควบรวม
กำลังการผลิตแผงทั่วโลกอยู่ที่ราว 1,100–1,200 กิกะวัตต์ต่อปี เทียบกับการติดตั้งจริง 698 กิกะวัตต์ในปี 2568 ส่วนต่างนี้คือที่มาของสงครามราคาที่ทำให้ราคาแผงลงไปต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของผู้ผลิตหลายราย

การตอบสนองของอุตสาหกรรมคือการควบรวม กลุ่มผู้ผลิตโพลีซิลิคอนรายใหญ่ของจีน นำโดย GCL Technology ร่วมกับ Tongwei หารือจัดตั้งกองทุนมูลค่าราว 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อและปิดกำลังการผลิตโพลีซิลิคอนส่วนเกินราวหนึ่งในสามของระบบ (PV-Tech, ธ.ค. 2568)
ผลกระทบต่อผู้ซื้อมีสองด้านที่ต้องชั่งพร้อมกัน ด้านหนึ่งราคาแผงถูกลงมาก อีกด้านหนึ่งการรับประกัน 25–30 ปีจะมีค่าก็ต่อเมื่อบริษัทผู้ออกยังอยู่ตลอดช่วงเวลานั้น ในอุตสาหกรรมที่กำลังปิดสายการผลิตทิ้งเป็นหลักร้อยกิกะวัตต์ ความมั่นคงของผู้ผลิตจึงเป็นคำถามที่ถูกต้อง — และนั่นคือคำถามที่ Tier 1 พยายามตอบจริง ๆ เพียงแต่ตอบในมุมของธนาคาร ไม่ใช่มุมของคุณภาพแผง
ไทยไม่ใช่ทางเลี่ยงภาษีสหรัฐฯ อีกต่อไปแล้ว
ประเทศไทยเป็นฐานผลิตเซลล์และแผงเพื่อการส่งออกจริง โดย Runergy มีสายการผลิตในไทยราว 7 กิกะวัตต์ และนำสินค้าที่ผลิตในไทยซึ่งได้รับรอง มอก. มาแสดงในงานพลังงานหมุนเวียนที่กรุงเทพฯ ปี 2569 แต่ภาพที่ว่า “ผู้ผลิตจีนย้ายฐานมาไทยเพื่อเลี่ยงกำแพงภาษีสหรัฐฯ” ใช้ไม่ได้แล้วตั้งแต่กลางปี 2568
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ออกคำวินิจฉัยขั้นสุดท้ายในการไต่สวนทั้งการทุ่มตลาดและการอุดหนุนเมื่อ 21 เมษายน 2568 และคำสั่งเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (Antidumping Duty) กับเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีแหล่งกำเนิดจากไทยมีผลบังคับใช้เมื่อ 24 มิถุนายน 2568 อัตราที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาสหรัฐฯ (Federal Register) ซึ่งเป็นอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาดเท่านั้น รวมถึง (Federal Register, 24 มิ.ย. 2568):
| ผู้ผลิตในไทย | อัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) |
|---|---|
| Trina Solar Science & Technology (Thailand) | 111.45% (อัตราวางเงินประกัน) |
| Sunshine Electrical Energy / Taihua New Energy (Thailand) | 202.90% (ส่วนเหลื่อมถัวเฉลี่ย) · 172.68% (อัตราวางเงินประกัน) |
| ผู้ผลิตรายอื่นทั้งหมด (all others) | 111.45% |
บทเรียนที่ชัดเจนคือ การย้ายฐานผลิตไปประเทศที่ยังไม่ถูกเก็บภาษีเป็นทางออกที่มีอายุจำกัด เมื่อปริมาณส่งออกจากประเทศนั้นโตพอ ประเทศนั้นก็กลายเป็นเป้าของคดีการค้ารอบถัดไปได้ อย่างที่เกิดกับไทย สำหรับผู้ซื้อในประเทศไทย อากรชุดนี้บังคับกับสินค้าที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ ไม่ได้กระทบราคาแผงที่ขายในประเทศไทยโดยตรง แต่กระทบทางอ้อมผ่านการวางแผนกำลังผลิตและทิศทางการลงทุนของโรงงานในไทย สิ่งที่ควรทำจึงเป็นการถามผู้ขายว่าแผงล็อตที่จะติดตั้งผลิตที่โรงงานใด และมีเอกสารรับรองอะไรกำกับ มากกว่าจะสนใจว่าประเทศต้นทางฟังดูดีหรือไม่
สิ่งที่ควรตรวจแทนคำว่า Tier 1
ถ้า Tier 1 ไม่ได้บอกคุณภาพ และตรวจสอบสถานะจากภายนอกก็ไม่ได้ สิ่งที่ตรวจได้จริงและมีความหมายกว่ามีดังนี้
- รายงานผลทดสอบตามมาตรฐาน IEC และการรับรอง มอก. ของรุ่นที่จะติดตั้งจริง ไม่ใช่ของรุ่นอื่นในแบรนด์เดียวกัน
- ตัวเลขในใบรับประกัน — อัตราเสื่อมปีแรก อัตราเสื่อมต่อปี กำลังผลิตคงเหลือเมื่อสิ้นสุดการรับประกัน และระยะรับประกันสินค้าเทียบกับระยะรับประกันกำลังผลิต ซึ่งเป็นคนละตัวเลขกัน
- ใครเป็นผู้ผลิตเซลล์จริง ผู้ประกอบแผงกับผู้ผลิตเซลล์อาจเป็นคนละบริษัท
- ผู้รับประกันในประเทศไทยคือใคร การรับประกัน 25 ปีจากบริษัทที่ไม่มีตัวแทนในไทยมีค่าต่างจากการรับประกันที่มีผู้รับผิดชอบในประเทศ
- รายงานตรวจสอบทางเทคนิคจากบุคคลที่สาม เช่น PVEL, DNV, TÜV หรือ PI Berlin ซึ่งเป็นสิ่งที่ BNEF แนะนำให้ใช้แทนรายการ Tier 1 โดยตรง
ผู้ผลิตที่มีปริมาณจัดส่งสูงสุดของโลกในปี 2568 ได้แก่ JinkoSolar และ LONGi ราว 80–90 กิกะวัตต์ Trina Solar และ JA Solar ราว 60–70 กิกะวัตต์ และ Tongwei ราว 30–50 กิกะวัตต์ (TaiyangNews, มี.ค. 2569) ตัวเลขนี้บอกขนาดและการประหยัดต่อขนาดเท่านั้น ไม่ใช่รายชื่อ Tier 1 และไม่ใช่การจัดอันดับคุณภาพ — เราไม่จัดอันดับแบรนด์ในคลังความรู้ และรายการ Tier 1 ฉบับจริงก็ตรวจสอบจากภายนอกไม่ได้อยู่ดี
หมายเหตุ: ทีมงาน Sunny Thailand เป็นบริษัทออกแบบและติดตั้งระบบโซลาร์ (EPC) ด้วย บทความนี้อ้างอิงเอกสารวิธีการของ BloombergNEF รายงานหน่วยงานระหว่างประเทศ และเอกสารราชการสหรัฐฯ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ไม่ใช่การจัดอันดับหรือโปรโมทแบรนด์ใดเป็นการเฉพาะ
สรุปเชิงวิศวกรรม
Tier 1 ของ BloombergNEF คือเครื่องวัดว่าธนาคารพาณิชย์อย่างน้อย 6 แห่งเคยปล่อยกู้แบบ non-recourse ให้โครงการเกิน 10 เมกะวัตต์อย่างน้อย 6 โครงการที่ใช้แผงยี่ห้อนั้นภายในสองปี — เป็นเกณฑ์การเงินล้วน และ BNEF เขียนเตือนไว้เองว่าอย่าใช้วัดคุณภาพ พร้อมระบุว่ามีผู้ผลิต Tier 1 ที่เคยมีปัญหาคุณภาพและล้มละลายมาแล้วจำนวนมาก ยิ่งไปกว่านั้นรายการฉบับจริงเปิดเฉพาะสมาชิก และคำกล่าวอ้างของผู้ผลิตเองไม่ถือเป็นหลักฐานตามที่ BNEF ระบุ ในภาพใหญ่ ห่วงโซ่อุปทานกระจุกตัวในจีนเกิน 80% ทุกขั้นตอน กำลังผลิตล้นตลาดเกือบสองเท่าของความต้องการจนอุตสาหกรรมต้องควบรวม และไทยเองก็ถูกสหรัฐฯ เก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2568 สิ่งที่ควรทำเมื่อเห็นคำว่า Tier 1 บนใบเสนอราคาจึงไม่ใช่การเชื่อหรือปฏิเสธ แต่คือถามต่อว่าขอดูรายงานทดสอบ IEC ตัวเลขในใบรับประกัน และชื่อผู้รับประกันในประเทศไทย เกณฑ์การเลือกแผงแบบละเอียดอ่านต่อได้ที่ วิธีเลือกแผงโซล่าเซลล์ให้คุ้มค่า และดูรีวิวแผงที่ทดสอบจริงได้ในหมวด แผงโซลาร์เซลล์
ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2569 — ตัวเลขส่วนแบ่งตลาด กำลังการผลิต ปริมาณจัดส่ง และมาตรการทางการค้าในบทความนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ควรตรวจสอบสถานะล่าสุดกับแหล่งข้อมูลต้นทางก่อนใช้ประกอบการตัดสินใจ และสถานะ Tier 1 ของผู้ผลิตรายใดรายหนึ่งต้องยืนยันกับรายการฉบับไตรมาสล่าสุดของ BloombergNEF เท่านั้น
อ้างอิง
- BloombergNEF — “Tier 1 Solar Module Methodology” (18 มีนาคม 2569). assets.bnef.com/public/tiering/solarmodules.pdf — เข้าถึงเมื่อ 19 ก.ค. 2569
- IEA — “Solar PV Global Supply Chains,” Special Report, Executive Summary (2565). iea.org — เข้าถึงเมื่อ 19 ก.ค. 2569
- IEA PVPS Task 1 — “Snapshot 2026” (เมษายน 2569). iea-pvps.org — เข้าถึงเมื่อ 18 ก.ค. 2569
- PV-Tech — “The PV Review, 2025: China tackles module oversupply, creating cautious optimism ahead of 2026” (23 ธันวาคม 2568). pv-tech.org — เข้าถึงเมื่อ 19 ก.ค. 2569
- TaiyangNews — “Top 4 Module Makers Control 58% Of 536 GW Global Shipments In 2025” (2 มีนาคม 2569). taiyangnews.info — เข้าถึงเมื่อ 19 ก.ค. 2569
- U.S. Department of Commerce, International Trade Administration — “Final Determinations in the Antidumping and Countervailing Duty Investigations of Solar Panels From Multiple Countries” (21 เมษายน 2568). trade.gov — เข้าถึงเมื่อ 19 ก.ค. 2569
- Federal Register / govinfo.gov — “Crystalline Silicon Photovoltaic Cells… From Cambodia, Malaysia, Thailand, and Vietnam: Antidumping Duty Orders,” Vol. 90, No. 119 (24 มิถุนายน 2568). govinfo.gov — เข้าถึงเมื่อ 19 ก.ค. 2569
คำถามที่พบบ่อย
แผงโซล่าเซลล์ Tier 1 หมายถึงอะไร
หมายถึงผู้ผลิตที่ส่งมอบแผงแบรนด์ตัวเองให้โครงการอย่างน้อย 6 โครงการ ซึ่งได้รับสินเชื่อแบบ non-recourse จากธนาคารพาณิชย์ 6 แห่งที่ต่างกัน ภายใน 2 ปีที่ผ่านมา และนับเฉพาะโครงการขนาดเกิน 10 เมกะวัตต์ เป็นเกณฑ์การเงินล้วน ไม่มีข้อใดวัดคุณภาพแผง
Tier 1 การันตีคุณภาพแผงหรือไม่
ไม่ BloombergNEF ระบุในเอกสารวิธีการของตัวเองว่าการจัดชั้นนี้ไม่ได้สะท้อนคุณภาพสินค้าโดยตรง และมีตัวอย่างที่บันทึกไว้จำนวนมากของผู้ผลิต Tier 1 ที่เกิดปัญหาคุณภาพหรือล้มละลาย พร้อมแนะนำให้ผู้ซื้อปรึกษาบริษัทตรวจสอบทางเทคนิคแทน
ตรวจสอบได้อย่างไรว่าผู้ผลิตอยู่ในรายการ Tier 1 จริง
ตรวจสอบจากภายนอกไม่ได้ เพราะรายการฉบับจริงเปิดเฉพาะลูกค้าที่สมัครสมาชิก BloombergNEF และ BNEF ระบุว่าข่าวประชาสัมพันธ์หรือคำกล่าวอ้างของบริษัทไม่ถือเป็นหลักฐาน อีกทั้งรายการเผยแพร่รายไตรมาสและใช้ได้เฉพาะฉบับล่าสุดเท่านั้น
มีแผง Tier 2 หรือ Tier 3 ตามมาตรฐาน BNEF หรือไม่
ไม่มี BloombergNEF จัดทำเฉพาะรายการ Tier 1 เท่านั้น ไม่ได้เผยแพร่รายการ Tier 2 หรือ Tier 3 หากผู้ขายอ้างถึงระดับเหล่านี้ว่าเป็นมาตรฐาน BNEF แสดงว่าเข้าใจคลาดเคลื่อน
ควรตรวจอะไรแทนคำว่า Tier 1
ตรวจรายงานผลทดสอบตามมาตรฐาน IEC และการรับรอง มอก. ของรุ่นที่จะติดตั้งจริง ตัวเลขในใบรับประกันทั้งอัตราเสื่อมปีแรก อัตราเสื่อมต่อปี และกำลังผลิตคงเหลือเมื่อสิ้นสุดการรับประกัน ผู้ผลิตเซลล์ตัวจริง และผู้รับผิดชอบการรับประกันในประเทศไทย
ประเทศไทยยังเป็นฐานผลิตเพื่อเลี่ยงภาษีสหรัฐฯ อยู่หรือไม่
ไม่แล้ว สหรัฐฯ ออกคำสั่งเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (Antidumping Duty) กับเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีแหล่งกำเนิดจากไทย มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2568 โดยอัตราสำหรับผู้ผลิตรายอื่นทั้งหมดอยู่ที่ 111.45% อากรนี้บังคับกับสินค้าที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ ไม่ได้กระทบราคาแผงที่ขายในประเทศไทยโดยตรง
