กฎหมายและข้อบังคับในไทย

โครงการโซลาร์ภาคประชาชน 2569: รับซื้อไฟ 2.20 บาท สมัครอย่างไร คุ้มไหม

17 ก.ค. 2569 อ่าน 7 นาที ระดับ กลาง โดย

ในปี 2569 คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากโซลาร์บนหลังคาบ้าน โครงการโซลาร์ภาคประชาชน รวมทั้งประเทศไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ ในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย สัญญา 10 ปี แต่ตัวเลข 2.20 บาทนี้เองที่บอกว่าคุณควรออกแบบระบบอย่างไร เพราะค่าไฟที่คุณซื้อกลับมาใช้สูงกว่านั้นหลายเท่า การขายไฟคืนจึงไม่ใช่จุดที่ทำให้คุ้ม จุดที่คุ้มคือการใช้ไฟที่ผลิตได้ด้วยตัวเองให้มากที่สุด แล้วสมัครโครงการนี้ในฐานะ “ของแถม” ของระบบที่ออกแบบมาเพื่อใช้เอง ไม่ใช่เหตุผลหลักในการลงทุน

เงื่อนไขโครงการรอบปี 2569

สรุปหลักเกณฑ์ตามประกาศ กกพ. เชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ประเภทบ้านอยู่อาศัย พ.ศ. 2569:

รายการเงื่อนไข
เป้าหมายรับซื้อรวมไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ (MW) ทั้งประเทศ
ปริมาณเสนอขายต่อมิเตอร์ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ (kW)
อัตรารับซื้อไฟส่วนเกิน2.20 บาทต่อหน่วย (kWh)
ระยะเวลาสัญญา10 ปี นับจากวันจ่ายไฟเข้าระบบ (SCOD/COD)
ผู้มีสิทธิผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และเป็นเจ้าของมิเตอร์
ประเภทการติดตั้งติดตั้งบนหลังคา (ไม่รวมระบบบนพื้นดิน Ground-Mounted)
ช่องทางยื่นคำขอระบบ MyEnergy (กฟน.) หรือ PPIM (กฟภ.)

โครงการเปิดรับแบบมาก่อนได้ก่อนจนกว่าจะเต็มเป้าหมาย 500 เมกะวัตต์ ผู้สนใจจึงควรตรวจสอบโควตาคงเหลือและยื่นคำขอผ่านการไฟฟ้าในพื้นที่ของตน

ทำไม 2.20 บาท ถึงเปลี่ยนวิธีออกแบบระบบ

หัวใจของเรื่องนี้อยู่ที่ส่วนต่างของราคา ทุกหน่วยที่คุณใช้เองมีค่าเท่ากับค่าไฟที่คุณไม่ต้องจ่าย ซึ่งสูงกว่า 2.20 บาทอยู่หลายเท่า แต่ทุกหน่วยที่ขายคืนได้เพียง 2.20 บาท พูดง่าย ๆ คือไฟหนึ่งหน่วยเดียวกันมีค่าไม่เท่ากันเลย ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้เองหรือส่งคืนกริด

ผลในทางออกแบบคือ ระบบที่ถูกออกแบบมาให้ “ผลิตเยอะเข้าไว้เพื่อขาย” จะแพ้ระบบที่ถูกออกแบบมาให้ “ตรงกับการใช้ไฟของบ้าน” การติดตั้งใหญ่เกินความจำเป็นเพื่อหวังรายได้จากการขายคืนที่ 2.20 บาท มักไม่คืนทุน ขนาดระบบที่เหมาะสมคือขนาดที่พลังงานส่วนใหญ่ถูกใช้ภายในบ้านในช่วงกลางวัน

Net Billing ไม่ใช่ Net Metering

สาเหตุที่ไฟใช้เองกับไฟขายคืนมีค่าไม่เท่ากัน เป็นเพราะประเทศไทยใช้ระบบ Net Billing ไม่ใช่ Net Metering ในระบบ Net Metering ของบางประเทศ ไฟที่คุณส่งคืนจะถูกนำไปหักลบกับไฟที่คุณใช้แบบหน่วยต่อหน่วย เท่ากับขายคืนได้ในราคาเดียวกับที่ซื้อ แต่ในระบบ Net Billing ของไทย ไฟส่วนเกินถูกรับซื้อในอัตราที่กำหนดไว้ต่างหาก (2.20 บาท) ไม่ได้นำมาหักลบราคาเดียวกัน

ความเข้าใจจุดนี้สำคัญ เพราะเป็นตัวกำหนดว่าการลงทุนจะคุ้มหรือไม่ตั้งแต่ขั้นออกแบบ และเป็นเหตุผลที่ระบบกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี่) เข้ามามีบทบาท — แบตเตอรี่ช่วยให้คุณเก็บไฟที่ผลิตเกินตอนกลางวันไว้ใช้ตอนหัวค่ำ เท่ากับ “ขายไฟให้ตัวเอง” ที่ราคาค่าไฟเต็ม แทนที่จะขายคืนกริดที่ 2.20 บาท

ใครสมัครได้ และสมัครอย่างไร

ผู้มีสิทธิสมัครคือผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และต้องเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้าที่จะติดตั้ง ขั้นตอนโดยสรุปเป็นดังนี้

เอกสารและรายละเอียดการตรวจสอบทางเทคนิคเป็นไปตามข้อกำหนดการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าแต่ละแห่ง เนื่องจากโครงการมีเพดาน 500 เมกะวัตต์และรับแบบมาก่อนได้ก่อน ควรเตรียมเอกสารและยื่นแต่เนิ่น ๆ

ติดตั้งเกิน 5 กิโลวัตต์ได้ไหม

ได้ เพดาน 5 กิโลวัตต์เป็นเพดานของปริมาณที่เสนอขายคืนต่อมิเตอร์ ไม่ใช่เพดานขนาดระบบที่ติดตั้งได้ คุณสามารถติดตั้งระบบใหญ่กว่านั้นได้หากการใช้ไฟและระบบไฟฟ้าในบ้านรองรับ เพียงแต่ปริมาณที่จะขายคืนเข้าโครงการถูกจำกัดไว้ที่ 5 กิโลวัตต์ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการข้างต้นพอดี — ออกแบบระบบให้เหมาะกับการใช้ไฟของบ้าน แล้วขายเฉพาะส่วนเกิน

ใช้ร่วมกับสิทธิลดหย่อนภาษี 200,000 บาทได้ไหม

ได้ ทั้งสองมาตรการเป็นคนละส่วนและใช้ร่วมกันได้ โครงการโซลาร์ภาคประชาชนคือการรับซื้อไฟส่วนเกิน ส่วนสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาทคือการนำค่าติดตั้งมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ ระบบ On-grid ที่เข้าเงื่อนไขจึงสามารถใช้ทั้งสองสิทธินี้พร้อมกันได้ ลองประเมินความคุ้มค่าโดยรวมของบ้านคุณได้จากเครื่องคำนวณความคุ้มค่า

สรุปเชิงวิศวกรรม

โครงการโซลาร์ภาคประชาชนปี 2569 รับซื้อไฟส่วนเกินที่ 2.20 บาทต่อหน่วย เพดานเสนอขาย 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ สัญญา 10 ปี เฉพาะบ้านอยู่อาศัยผู้ใช้ไฟประเภทที่ 1 เป้าหมายรวม 500 เมกะวัตต์แบบมาก่อนได้ก่อน แต่เพราะไทยใช้ระบบ Net Billing ไม่ใช่ Net Metering มูลค่าที่แท้จริงของโซลาร์อยู่ที่การใช้ไฟเอง ไม่ใช่การขายคืน ออกแบบระบบให้ตรงกับการใช้ไฟของบ้าน ใช้โครงการนี้เป็นของแถมสำหรับส่วนเกิน และพิจารณาแบตเตอรี่หากต้องการเลื่อนการใช้ไฟไปช่วงหัวค่ำ นั่นคือวิธีที่ทำให้การลงทุนคุ้มที่สุด

การเปิดเผยผลประโยชน์: Sunny Thailand ดำเนินกิจการรับติดตั้งระบบโซลาร์ด้วย บทความนี้ตัดสินจากข้อกำหนดของโครงการและหลักการทางวิศวกรรม ไม่ใช่ช่องทางการขาย รายละเอียดจุดยืนของเราอยู่ที่หน้า เกี่ยวกับเรา

ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2569 · เงื่อนไขโครงการและโควตาคงเหลืออาจเปลี่ยนแปลง ควรยืนยันรายละเอียดล่าสุดกับการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือสำนักงาน กกพ. ก่อนดำเนินการ

อ้างอิง

  1. ประกาศคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง ประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา สำหรับภาคประชาชน ประเภทบ้านอยู่อาศัย พ.ศ. 2569. เข้าถึงเมื่อ 17 กรกฎาคม 2569
  2. ประกาศการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เรื่อง ข้อกำหนดการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้า โครงการโซลาร์ภาคประชาชน พ.ศ. 2569. เข้าถึงเมื่อ 17 กรกฎาคม 2569
  3. สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน — ข้อมูลโครงการรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์ภาคประชาชน (erc.or.th). เข้าถึงเมื่อ 17 กรกฎาคม 2569
  4. การไฟฟ้านครหลวง — ระบบ MyEnergy · การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค — ระบบ PPIM

คำถามที่พบบ่อย

ขายไฟคืนได้ราคาเท่าไร

โครงการรับซื้อไฟส่วนเกินที่ 2.20 บาทต่อหน่วย สัญญา 10 ปี ตามโครงการโซลาร์ภาคประชาชนปี 2569

ทำไมรับซื้อแค่ 2.20 บาท ทั้งที่ค่าไฟแพงกว่านั้น

เพราะประเทศไทยใช้ระบบ Net Billing ไม่ใช่ Net Metering ไฟส่วนเกินถูกรับซื้อในอัตราที่กำหนดต่างหาก ไม่ได้นำมาหักลบราคาเดียวกับที่ซื้อ

ติดตั้งเกิน 5 กิโลวัตต์ได้ไหม

ได้ เพดาน 5 กิโลวัตต์เป็นเพดานปริมาณที่เสนอขายคืนต่อมิเตอร์ ไม่ใช่เพดานขนาดระบบที่ติดตั้งได้

ใครสมัครโครงการนี้ได้บ้าง

ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และต้องเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้าที่จะติดตั้ง

สมัครที่ไหน

ยื่นคำขอผ่านระบบ MyEnergy สำหรับการไฟฟ้านครหลวง หรือระบบ PPIM สำหรับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

ใช้ร่วมกับสิทธิลดหย่อนภาษี 200,000 บาทได้ไหม

ได้ ทั้งสองมาตรการเป็นคนละส่วนและใช้ร่วมกันได้สำหรับระบบ On-grid ที่เข้าเงื่อนไข

Leave a Comment