เดิมโรงงานที่จะติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมักกังวลว่าระบบผลิตไฟฟ้าจะทำให้เข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) หรือไม่ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยาก แต่กฎกระทรวงกำหนดประเภท ชนิด และขนาดของโรงงาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 27 ธันวาคม 2567 ได้เปลี่ยนนิยาม ทำให้การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปไม่ถือเป็นการประกอบกิจการโรงงาน ไม่ว่าขนาดกำลังการผลิตเท่าใด จึงไม่ต้องขอใบอนุญาต รง.4 สำหรับส่วนของระบบโซลาร์ อย่างไรก็ตาม โรงงานยังต้องดำเนินการขออนุญาตเชื่อมต่อกับการไฟฟ้าและการจดแจ้ง/ขอใบอนุญาตกับ กกพ. ตามขนาดของระบบเช่นเดียวกับผู้ผลิตไฟฟ้ารายอื่น

รง.4 เดิมเป็นปัญหาอย่างไร
ก่อนหน้านี้มีความไม่ชัดเจนว่าการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์บนหลังคาโรงงานจะถูกตีความว่าเป็นการประกอบกิจการโรงงานที่ต้องขอใบอนุญาต รง.4 หรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อกำลังการผลิตถึงเกณฑ์ที่กฎหมายโรงงานกำหนด ความไม่ชัดเจนนี้ทำให้บางโครงการต้องเสียเวลาและต้นทุนกับกระบวนการที่อาจไม่จำเป็น การแก้นิยามในปี 2567 จึงเป็นการปลดล็อกที่สำคัญสำหรับภาคอุตสาหกรรม
กฎกระทรวง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2567 เปลี่ยนอะไร
กฎกระทรวงฉบับนี้ปรับปรุงนิยามประเภท ชนิด และขนาดของโรงงาน โดยผลในทางปฏิบัติคือ การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา ไม่ถูกจัดเป็นโรงงานที่ต้องขอใบอนุญาต ไม่ว่าจะมีขนาดกำลังการผลิตมากเพียงใด จุดสำคัญคือคำว่า “ไม่จำกัดขนาด” เพราะเกณฑ์เดิมที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นขนาดกำลังการผลิตที่ทำให้เข้าข่ายโรงงานนั้นไม่ใช้กับโซลาร์รูฟท็อปอีกต่อไป
แล้วโรงงานยังต้องทำอะไรบ้าง
การไม่ต้องขอ รง.4 ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องทำอะไรเลย โรงงานที่ติดโซลาร์รูฟท็อปยังต้องดำเนินการเช่นเดียวกับผู้ผลิตไฟฟ้ารายอื่น ได้แก่

- ขออนุญาตเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า เพื่อได้ใบขนานไฟฟ้า ตามข้อกำหนดการเชื่อมต่อของ กฟภ. หรือ กฟน.
- จดแจ้งยกเว้นหรือขอใบอนุญาตกับ กกพ. ตามขนาดของระบบ โดยระบบ 200 ถึงไม่เกิน 1,000 kVA ต้องขอใบอนุญาต พค.2 และตั้งแต่ 1,000 kVA ขึ้นไปเข้าสู่การขอใบอนุญาตเต็มรูปแบบ
- ตรวจสอบความสามารถในการรับน้ำหนักของหลังคา ตามหลักวิศวกรรม แม้กฎหมายอาคารจะยกเว้นการขออนุญาตสำหรับน้ำหนักไม่เกิน 20 กก./ตร.ม.
ต่างจากบ้านอย่างไร
ระบบบ้านทั่วไปมักมีอินเวอร์เตอร์ต่ำกว่า 200 kVA จึงเพียงจดแจ้งยกเว้นกับ กกพ. อย่างเดียว ส่วนโรงงานและอาคารพาณิชย์มักมีระบบขนาดใหญ่กว่า จึงมีโอกาสเข้าเกณฑ์ที่ต้องขอใบอนุญาต พค.2 (200–1,000 kVA) หรือใบอนุญาตเต็มรูปแบบ (ตั้งแต่ 1,000 kVA) รวมทั้งมีข้อกำหนดการเชื่อมต่อที่ซับซ้อนกว่า เนื่องจากเชื่อมต่อที่ระดับแรงดันสูงกว่า สำหรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี นิติบุคคลมีเส้นทางของตนเองซึ่งต่างจากสิทธิลดหย่อน 200,000 บาทของบุคคลธรรมดา
สรุปเชิงวิศวกรรม
ตั้งแต่ปลายปี 2567 การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปไม่ถือเป็นการประกอบกิจการโรงงาน ไม่ว่าขนาดเท่าใด จึงไม่ต้องขอใบอนุญาต รง.4 สำหรับส่วนของระบบโซลาร์ ซึ่งช่วยปลดล็อกการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมได้มาก แต่โรงงานยังต้องขออนุญาตเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า จดแจ้งหรือขอใบอนุญาตกับ กกพ. ตามขนาดของระบบ และตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างหลังคาตามหลักวิศวกรรม การวางแผนขั้นตอนเหล่านี้ให้ครบตั้งแต่ต้นช่วยให้โครงการของโรงงานเดินได้เร็วและถูกต้อง
การเปิดเผยผลประโยชน์: Sunny Thailand ดำเนินกิจการรับติดตั้งระบบโซลาร์ด้วย บทความนี้ตัดสินจากตัวบทกฎหมายและข้อกำหนดของหน่วยงาน ไม่ใช่ช่องทางการขาย รายละเอียดจุดยืนของเราอยู่ที่หน้า เกี่ยวกับเรา
ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2569 · หลักเกณฑ์สำหรับโรงงานและอาคารพาณิชย์มีรายละเอียดมาก ควรตรวจสอบกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม การไฟฟ้าในพื้นที่ และสำนักงาน กกพ. ก่อนดำเนินการ
อ้างอิง
- กฎกระทรวงกำหนดประเภท ชนิด และขนาดของโรงงาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2567 — ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 141 ตอนที่ 83 ก (27 ธันวาคม 2567). เข้าถึงเมื่อ 17 กรกฎาคม 2569
- พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน — หลักเกณฑ์การจดแจ้งยกเว้นและใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตไฟฟ้า (erc.or.th). เข้าถึงเมื่อ 17 กรกฎาคม 2569
คำถามที่พบบ่อย
โรงงานติดโซลาร์รูฟท็อปต้องขอ รง.4 ไหม
ไม่ต้อง กฎกระทรวงกำหนดประเภท ชนิด และขนาดของโรงงาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2567 กำหนดให้โซลาร์รูฟท็อปไม่ถือเป็นการประกอบกิจการโรงงาน ไม่ว่าขนาดเท่าใด
มีผลตั้งแต่เมื่อไหร่
มีผลตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2567
ยกเว้น รง.4 แล้ว โรงงานยังต้องทำอะไร
ยังต้องขออนุญาตเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า จดแจ้งหรือขอใบอนุญาตกับ กกพ. ตามขนาดของระบบ และตรวจสอบความสามารถในการรับน้ำหนักของหลังคา
โรงงานต่างจากบ้านอย่างไร
โรงงานมักมีระบบขนาดใหญ่กว่า จึงมีโอกาสต้องขอใบอนุญาต พค.2 (200 ถึง 1,000 kVA) หรือใบอนุญาตเต็มรูปแบบ (ตั้งแต่ 1,000 kVA) และมีข้อกำหนดการเชื่อมต่อที่ซับซ้อนกว่าบ้าน
