เศรษฐศาสตร์และการลงทุน

Payback IRR NPV LCOE ต่างกันอย่างไร อ่านข้อเสนอโซลาร์ให้ออก

31 ส.ค. 2569 อ่าน 14 นาที ระดับ ขั้นสูง โดย

ข้อเสนอติดตั้งโซลาร์ทุกใบจบด้วยตัวเลขความคุ้มค่าหนึ่งตัว บางใบเขียนว่าคืนทุน 4 ปี บางใบเขียนว่า IRR 18% บางใบเขียนว่าต้นทุนไฟเหลือหน่วยละ 1.20 บาท ปัญหาคือทั้งสามบรรทัดนั้นวัดคนละอย่าง เอามาเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ และสองในสามเปลี่ยนค่าได้ตามสมมติฐานที่ผู้เสนอเลือกเอง โดยไม่ต้องแตะอุปกรณ์สักชิ้น Payback IRR NPV LCOE คือเครื่องมือสี่ตัวที่ตอบคนละคำถาม และบนระบบ 5 kW ราคา 139,000 บาทชุดเดียวกัน มันให้คำตอบพร้อมกันว่า คืนทุน 6.0 ปี ผลตอบแทน 15.1% ต่อปี มูลค่าปัจจุบันสุทธิบวก 115,000 บาท และต้นทุนไฟ 2.35 บาทต่อหน่วย ทั้งสี่ตัวถูกหมด คำตอบที่ใช้ตัดสินใจจึงไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข แต่อยู่ที่สมมติฐานใต้ตัวเลข

ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569 · อัตราดอกเบี้ย ค่า Ft อัตราค่าไฟ และเงื่อนไขสิทธิลดหย่อนภาษีเปลี่ยนได้ ตรวจสอบกับธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน กกพ. การไฟฟ้า และกรมสรรพากร (1161) ก่อนใช้ตัวเลขชุดนี้ตัดสินใจ

Payback IRR NPV LCOE ตอบคนละคำถาม ระบบเดียวกันจึงให้ได้สี่คำตอบพร้อมกัน

ทั้งบทความนี้ใช้ระบบตัวอย่างชุดเดียวตลอด เพื่อให้เห็นว่าอะไรเปลี่ยนเพราะเครื่องมือ ไม่ใช่เพราะระบบ ระบบนั้นคือโซลาร์รูฟท็อป 5 kW หนึ่งเฟส ราคา 139,000 บาทตามตารางแพ็กเกจที่ กฟภ. เผยแพร่เอง ผลิตได้ตามศักยภาพ 5,840 หน่วยต่อปี บ้านใช้ไฟเองในเวลากลางวัน 70% ที่เหลือขายคืนภายใต้สัญญาโครงการโซลาร์ภาคประชาชน อายุโครงการ 25 ปี แผงเสื่อม 1% ในปีแรกและ 0.40% ต่อปีหลังจากนั้น และเปลี่ยนอินเวอร์เตอร์หนึ่งครั้งที่ปีที่ 12 ในราคา 45,000 บาท ซึ่งเป็นราคาบริการจริงของเราในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไม่ใช่ค่าสมมติอีกต่อไป ที่มาของตัวเลขและสิ่งที่ประกอบกันเป็นเงินก้อนนี้อยู่ใน ต้นทุนตลอดอายุ 25 ปี ปีแรกบ้านหลังนี้ประหยัดได้ 23,600 บาท

เครื่องมือตอบคำถามว่าค่าของระบบตัวอย่างจุดที่ใช้ผิดบ่อยที่สุด
ระยะคืนทุนแบบง่าย (Simple Payback)กี่ปีจึงได้เงินต้นคืนครบ6.0 ปีในสูตรไม่มีอัตราคิดลด และไม่รายงานอะไรเลยหลังจุดคืนทุน
ระยะคืนทุนแบบคิดลด (Discounted Payback)กี่ปีจึงได้เงินต้นคืนครบ เมื่อคิดค่าของเวลาแล้ว6.3–9.1 ปียาวขึ้นตามอัตราคิดลด และยังมองไม่เห็นช่วงหลังจุดคืนทุนเหมือนกัน
NPV (มูลค่าปัจจุบันสุทธิ)ตลอดโครงการ ได้เงินเพิ่มกี่บาทเมื่อคิดเป็นเงินวันนี้+115,000 ถึง +287,000 บาทค่าขึ้นกับอัตราคิดลดทั้งหมด ตัวเลขเดี่ยวที่ไม่บอกอัตราคิดลดจึงอ่านไม่ได้
IRR (อัตราผลตอบแทนภายใน)การลงทุนนี้ให้ผลตอบแทนกี่เปอร์เซ็นต์ต่อปี15.1% ต่อปีสมมติว่าเงินที่ได้คืนทุกปีถูกนำไปลงทุนต่อได้ที่ 15.1% เท่ากันทุกปี
LCOE (ต้นทุนไฟฟ้าต่อหน่วยตลอดอายุ)ไฟที่ผลิตเองมีต้นทุนกี่บาทต่อหน่วย1.54–2.35 บาท/หน่วยเป็นต้นทุน ไม่ใช่มูลค่า และตัวหารต้องเป็นหน่วยที่ใช้ได้จริง ไม่ใช่หน่วยที่ผลิตได้
ตารางสรุป: เครื่องมือทั้งสี่บนระบบตัวอย่างชุดเดียวกัน ช่วงของ NPV และ LCOE มาจากอัตราคิดลด 1.5% (จ่ายเงินสด) ถึง 6.5% (กู้ธนาคาร)

นิยามที่เป็นทางการของทั้งสี่ตัวหาอ่านได้จากงานวิจัยไทยที่ผ่านการทบทวนโดยผู้เชี่ยวชาญ คือการประเมินเชิงเทคโน-เศรษฐศาสตร์ของระบบโซลาร์รูฟท็อป 1 MW ที่มหาวิทยาลัยทักษิณ ของ Waewsak และคณะ (2566) ซึ่งนิยามไว้ตรงกันทั้งชุด NPV คือผลรวมของผลประโยชน์รายปีที่คิดลดแล้ว ลบด้วยผลรวมของต้นทุนรายปีที่คิดลดแล้ว IRR คืออัตราคิดลดที่ทำให้ NPV เท่ากับศูนย์ LCOE คือผลรวมของต้นทุนตลอดอายุที่คิดลดแล้ว หารด้วยผลรวมของพลังงานที่ผลิตได้ตลอดอายุที่คิดลดแล้วเช่นกัน ส่วนระยะคืนทุนคือเงินลงทุนหารด้วยกระแสเงินสดสุทธิต่อปี

วางสี่สูตรเรียงกันแล้วจะเห็นข้อแตกต่างที่สำคัญที่สุดทันที สามสูตรหลังมีพจน์ (1+r) ยกกำลัง t อยู่ทุกบรรทัด ส่วนสูตรระยะคืนทุนไม่มี r อยู่เลย นั่นไม่ใช่รายละเอียดทางคณิตศาสตร์ แต่คือเหตุผลทั้งหมดว่าทำไมตัวเลขคืนทุนถึงสวยที่สุดในบรรดาสี่ตัวเสมอ

ระยะคืนทุนแบบง่ายไม่มีอัตราคิดลดในสูตร 6.0 ปีจึงกลายเป็น 7.9 ปีทันทีที่คิดค่าของเวลา

เงิน 23,600 บาทที่ประหยัดได้ในปีที่ 8 ไม่มีค่าเท่ากับ 23,600 บาทวันนี้ เพราะเงินวันนี้เอาไปฝากหรือใช้คืนหนี้ได้ทันที ระยะคืนทุนแบบง่ายบวกเงินทุกปีด้วยน้ำหนักเท่ากันหมด ระยะคืนทุนแบบคิดลดแก้จุดนี้ด้วยการคิดลดกระแสเงินสดก่อนสะสม ผลคือตัวเลขเดียวกันยืดออกตามต้นทุนของเงินที่คุณใช้

อัตราคิดลดระยะคืนทุนแบบคิดลดNPV ตลอด 25 ปีLCOE
0% (ไม่คิดค่าของเวลา)6.0 ปี+374,000 บาท1.34 บาท/หน่วย
1.5% (จ่ายเงินสด)6.3 ปี+287,000 บาท1.54 บาท/หน่วย
3.0%6.7 ปี+220,000 บาท1.77 บาท/หน่วย
6.5% (กู้ธนาคาร)7.9 ปี+115,000 บาท2.35 บาท/หน่วย
9.0%9.1 ปี+68,000 บาท2.82 บาท/หน่วย
ตารางสรุป: ระบบเดียวกัน ตัวเลขเดียวกัน เปลี่ยนเฉพาะอัตราคิดลด NPV ต่างกันกว่าห้าเท่าจากบนลงล่าง โดยที่แผงและอินเวอร์เตอร์ตัวเดิมไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย

ข้อจำกัดข้อที่สองของระยะคืนทุนสำคัญกว่าข้อแรก และแทบไม่มีใครพูดถึง ระยะคืนทุนหยุดรายงานผลตรงจุดคืนทุนพอดี ทั้งที่เงินเกือบทั้งหมดของโครงการเกิดขึ้นหลังจากนั้น ระบบตัวอย่างนี้ประหยัดเงินรวมตลอด 25 ปีราว 564,000 บาท ในจำนวนนี้ 139,000 บาทถูกใช้ไปกับการคืนทุน ส่วนที่เหลืออีกราว 425,000 บาท หรือสามในสี่ของทั้งหมด เกิดขึ้นในช่วงที่ตัวเลขคืนทุนไม่ได้บอกอะไรเลย ระบบสองระบบที่คืนทุนเท่ากันที่ 6 ปี แต่ตัวหนึ่งใช้แผงที่เสื่อมเร็วกว่าและอินเวอร์เตอร์ที่ต้องเปลี่ยนสองครั้ง จะให้ผลต่างกันหลายแสนบาทโดยที่ตัวเลขคืนทุนเท่ากันเป๊ะ นี่คือเหตุผลที่ระยะคืนทุนเหมาะกับการคัดกรองข้อเสนอ แต่ไม่เหมาะกับการเลือกข้อเสนอ

อัตราคิดลดเปลี่ยน NPV ได้เกินสองเท่า และไม่มีสถาบันไทยแห่งใดประกาศค่ามาตรฐานสำหรับครัวเรือน

อัตราคิดลดคือต้นทุนค่าเสียโอกาสของเงินที่คุณเอามาลงทุน ไม่ใช่ค่าคงที่ของธรรมชาติ และมันคือช่องที่ผู้เสนอเลือกได้อิสระที่สุด สำหรับครัวเรือน ค่าที่ถูกต้องขึ้นกับว่าคุณจ่ายค่าระบบด้วยเงินอะไร

  • จ่ายด้วยเงินสดที่ฝากไว้อยู่แล้ว อัตราคิดลดของคุณคือดอกเบี้ยเงินฝากที่เสียไป มติ กนง. ครั้งที่ 3/2569 เมื่อ 24 มิถุนายน 2569 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี ส่วนดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคารพาณิชย์ในสถิติของธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่ที่ 0.85–1.70% ต่อปีตามระยะเวลาฝาก (ข้อมูลแถวล่าสุดในตารางชุดนั้นเป็นเดือนกรกฎาคม 2568)
  • กู้ธนาคารมาติดตั้ง อัตราคิดลดของคุณคือดอกเบี้ยเงินกู้จริงที่คุณถูกคิด ซึ่งตามปกติเขียนเป็น MRR บวกส่วนต่างตามความเสี่ยงของผู้กู้ ไม่ใช่ MRR เปล่า ๆ ปัจจุบัน อัตรา MRR ของธนาคารกรุงไทย มีผล 2 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 6.845% ต่อปี และ MLR 6.300% ต่อปี บทความนี้ใช้ 6.5% เป็นตัวแทนของกรณีกู้ ซึ่งอยู่ปลายล่างของช่วงที่ผู้กู้จริงเจอ
  • ใช้สินเชื่อส่วนบุคคลหรือผ่อนผ่านบัตร อัตราคิดลดของคุณสูงกว่านั้นมาก ตารางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยชุดเดียวกันแสดงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุดของธนาคารพาณิชย์ในช่วง 17.30–28.00% ต่อปี ที่อัตราระดับนี้ NPV ของระบบตัวอย่างติดลบ และคำตอบคือยังไม่ควรติด
  • งานระดับสถาบันและโครงการ ใช้ค่ากลางราว 7% ต่อปี ซึ่งเป็นค่าที่ IEA และ OECD NEA ใช้เป็นกรณีกลางพร้อมทดสอบช่วง 3–10% งานวิจัยระบบ 1 MW ที่มหาวิทยาลัยทักษิณก็ใช้ 7% เช่นกัน

สิ่งที่ต้องพูดให้ชัดคือ ไม่มีหน่วยงานไทยแห่งใดเผยแพร่อัตราผลตอบแทนขั้นต่ำที่ครัวเรือนควรใช้กับการลงทุนโซลาร์ เราค้นจากสำนักงาน กกพ. สนพ. พพ. และงานวิจัยมหาวิทยาลัยแล้วไม่พบ ค่า 7% ที่เห็นบ่อยเป็นธรรมเนียมของนักลงทุนระดับโครงการ ไม่ใช่มาตรฐานสำหรับบ้าน ดังนั้นเมื่อข้อเสนอใดแสดง NPV มาหนึ่งค่าโดยไม่บอกอัตราคิดลด ตัวเลขนั้นอ่านไม่ได้ ต้องถามกลับเสมอ

IRR 15.1% ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าเงินที่ประหยัดได้ทุกปีถูกนำไปลงทุนต่อที่ 15.1% เท่ากัน

IRR เป็นตัวเลขที่ขายง่ายที่สุด เพราะเทียบกับดอกเบี้ยเงินฝากหรือผลตอบแทนกองทุนได้ทันที และ 15.1% ต่อปีฟังดูดีกว่าเงินฝาก 1.3% หลายเท่า แต่ในนิยามของมันเอง IRR คืออัตราคิดลดที่ทำให้ NPV เท่ากับศูนย์ ซึ่งแปลว่าสมการนี้คิดเสมือนว่าเงินที่ไหลกลับมาทุกปีถูกนำไปลงทุนต่อได้ที่อัตราเดียวกับ IRR เอง ไปจนจบโครงการ

สำหรับบ้าน เงินที่ไหลกลับมาคือค่าไฟที่ไม่ต้องจ่าย มันไม่ได้ไปลงทุนที่ 15.1% ที่ไหน มันไปอยู่ในบัญชีเงินฝาก หรือไปใช้จ่ายในบ้าน ถ้าคำนวณผลตอบแทนใหม่โดยระบุให้ชัดว่าเงินที่ประหยัดได้ไปอยู่ที่ไหนจริง ๆ ซึ่งเป็นวิธีที่เรียกว่า MIRR ตัวเลขจะเปลี่ยนไปมาก

  • ฝากเงินไว้ที่ 1.0–1.7% ต่อปี ผลตอบแทนที่แท้จริงของโครงการเหลือ 5.8–6.1% ต่อปี
  • เอาไปโปะเงินกู้ที่ 6.845% ต่อปี ซึ่งเป็นสิ่งที่คนกู้มาติดตั้งควรทำจริง ๆ ผลตอบแทนอยู่ที่ 9.2% ต่อปี
  • ตัวเลข IRR 15.1% เกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุณหาที่ลงทุนต่อได้ที่ 15.1% ทุกปีเป็นเวลา 25 ปี

ทั้งสามบรรทัดคำนวณจากกระแสเงินสดชุดเดียวกันทุกบาท ต่างกันแค่ตอบคำถามว่าเงินที่ได้คืนไปอยู่ที่ไหน ตัวเลขที่ตรงกับชีวิตจริงของบ้านส่วนใหญ่คือราว 6% ต่อปี ไม่ใช่ 15.1% ซึ่งยังเป็นผลตอบแทนที่ดี เพียงแต่ไม่ใช่ระดับที่โฆษณาไว้ และควรถามผู้เสนอเสมอว่าตัวเลข IRR ที่ให้มาคิดบนสมมติฐานการลงทุนต่อแบบใด

ข้อควรระวังอีกข้อเป็นเรื่องของรูปร่างกระแสเงินสด เมื่อโครงการมีเงินไหลออกกลางทาง เช่นค่าเปลี่ยนอินเวอร์เตอร์ที่ปีที่ 12 เครื่องหมายของกระแสเงินสดจะเปลี่ยนมากกว่าหนึ่งครั้ง คือติดลบตอนลงทุน เป็นบวกหลายปี ติดลบอีกครั้งตอนเปลี่ยนอินเวอร์เตอร์ แล้วกลับเป็นบวก ในทางคณิตศาสตร์ รูปแบบนี้ทำให้สมการ IRR อาจ มีคำตอบมากกว่าหนึ่งค่า ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่รู้กันในวิชาการเงิน เราตรวจกรณีตัวอย่างนี้แล้วพบว่ามีคำตอบเดียวคือ 15.1% ไม่ได้มีหลายค่า จึงไม่ยกมาเป็นข้อกล่าวหา แต่ยกมาเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงไม่ควรใช้ IRR เป็นตัวเลขเดียวในการตัดสิน โดยเฉพาะกับข้อเสนอที่มีการเปลี่ยนอุปกรณ์หลายรอบหรือมีเงินก้อนไหลออกกลางอายุโครงการ

กับดักสุดท้ายของ IRR เห็นได้ชัดที่สุดในกรณีที่แย่ที่สุด บ้านที่ใช้ไฟเองได้ 40% และไม่มีสัญญาขายไฟ ได้ IRR 4.1% ต่อปี ซึ่งเป็นบวก และผู้ขายพูดได้เต็มปากว่าโครงการนี้ให้ผลตอบแทน แต่ถ้าบ้านหลังนั้นกู้เงินมาติดที่ 6.5% ต่อปี NPV ของมันติดลบ 28,000 บาท ผลตอบแทนเป็นบวกไม่ได้แปลว่าคุ้ม มันคุ้มก็ต่อเมื่อสูงกว่าต้นทุนของเงินที่เอามาลง

LCOE เป็นต้นทุน ไม่ใช่มูลค่า และตัวหารต้องเป็นหน่วยที่บ้านคุณใช้ได้จริง

LCOE เป็นเครื่องมือที่เทียบกับค่าไฟได้ตรงที่สุด เพราะมีหน่วยเดียวกันคือบาทต่อหน่วย ระบบตัวอย่างนี้มี LCOE 1.54 บาทต่อหน่วยเมื่อจ่ายเงินสด เทียบกับค่าไฟหน่วยสุดท้ายที่บ้านจ่ายอยู่ 4.84 บาท ส่วนต่างนั้นคือเหตุผลทั้งหมดที่การติดโซลาร์คุ้ม แต่การเทียบสองตัวเลขนี้ถูกต้องเฉพาะเมื่อเงื่อนไขหนึ่งเป็นจริง คือหน่วยที่อยู่ในตัวหารของ LCOE ต้องเป็นหน่วยที่บ้านได้ใช้จริง

ก่อนไปต่อ ต้องแสดงที่มาของเลข 4.84 ให้ชัด เพราะการเปรียบเทียบทั้งหมดในหัวข้อนี้แขวนอยู่บนมัน ค่าไฟบ้านอยู่อาศัยเป็นอัตราก้าวหน้า หน่วยที่โซลาร์ประหยัดได้จึงเป็นหน่วยบนสุดของบันได ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของบิล ตาม ประกาศอัตราค่าไฟฟ้าของ กฟภ. ผู้ใช้ไฟประเภท 1.1.2 มีสามขั้น คือ 3.0000 บาทสำหรับ 200 หน่วยแรก 4.1584 บาทสำหรับหน่วยที่ 201 ถึง 400 และ 4.3583 บาทตั้งแต่หน่วยที่ 401 ขึ้นไป จากนั้นบวกค่า Ft งวดกันยายนถึงธันวาคม 2569 ที่ สำนักงาน กกพ. ประกาศไว้ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย แล้วบวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ตามลำดับ

หน่วยสุดท้ายในบิลของคุณอยู่ขั้นไหนค่าไฟฐาน (บาท/หน่วย)บวก Ft 0.1623 แล้วบวก VAT 7%
ใช้ไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน3.00003.38 บาท
ใช้ 201–400 หน่วยต่อเดือน4.15844.62 บาท
ใช้เกิน 400 หน่วยต่อเดือน4.35834.84 บาท
อัตรา TOU ช่วง Peak (แรงดันต่ำกว่า 22 kV)5.79826.38 บาท
อัตรา TOU ช่วง Off-Peak (แรงดันต่ำกว่า 22 kV)2.63693.00 บาท
ตารางสรุป: ที่มาของเลข 4.84 บาทต่อหน่วย การคำนวณคือ (4.3583 + 0.1623) × 1.07 = 4.8370 บาท ค่าไฟฐานมาจากประกาศอัตราค่าไฟฟ้าของ กฟภ. ส่วนค่า Ft เปลี่ยนทุกสี่เดือน จึงต้องตรวจงวดปัจจุบันก่อนใช้ตัวเลขนี้เสมอ

ขอบเขตของเลขนี้จึงชัดเจน 4.84 บาทใช้ได้กับบ้านที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งเป็นกรณีของระบบตัวอย่างในบทความนี้ บ้านที่ใช้ 201 ถึง 400 หน่วยต่อเดือนต้องแทนด้วย 4.62 บาท และบ้านที่ใช้ไม่ถึง 200 หน่วยต้องแทนด้วย 3.38 บาท ซึ่งทำให้ทุกตัวเลขในหัวข้อนี้แย่ลงตามสัดส่วน และเป็นเหตุผลหนึ่งที่บ้านบิลน้อยยังไม่ควรติด ในทางกลับกัน 4.84 ก็ไม่ใช่เพดานสูงสุดที่บ้านหนึ่งหลังจ่ายได้ บ้านที่เลือกใช้อัตรา TOU มีหน่วยช่วง Peak ที่ 6.38 บาท ตัวเลขเปรียบเทียบทั้งหมดในหัวข้อนี้ใช้ 4.84 ซึ่งเป็นกรณีที่เข้มงวดกว่า

สูตร LCOE เอาต้นทุนตลอดอายุที่คิดลดแล้ว หารด้วยพลังงานที่ผลิตได้ตลอดอายุที่คิดลดแล้ว คำว่า “ผลิตได้” ตรงตัวหารคือจุดที่พังเงียบ ๆ ระบบที่ไม่มีสัญญาขายไฟต้องมีฟังก์ชันจำกัดการจ่ายไฟออกสู่ระบบ ซึ่งสั่งอินเวอร์เตอร์หรี่กำลังลงให้พอดีกับโหลดที่บ้านใช้อยู่ ไฟส่วนเกินจึงไม่ได้ไหลออกไปฟรี แต่ ไม่ถูกผลิตขึ้นมาเลย ตัวหารที่ใช้จริงจึงเล็กกว่าตัวเลขในโบรชัวร์ ขณะที่ตัวเศษคือราคาที่จ่ายไปทั้งก้อนเท่าเดิม

กรณีหน่วยที่ใช้ได้จริงต่อปีต้นทุนต่อหน่วย จ่ายเงินสดต้นทุนต่อหน่วย กู้ที่ 6.5%
ตัวเลขในโบรชัวร์ คิดจากหน่วยที่ผลิตได้5,780 หน่วย1.54 บาท2.35 บาท
ใช้เอง 70% มีสัญญาขายไฟ5,780 หน่วย1.54 บาท2.35 บาท
ใช้เอง 70% ไม่มีสัญญาขายไฟ4,050 หน่วย2.20 บาท3.36 บาท
ใช้เอง 40% ไม่มีสัญญาขายไฟ2,310 หน่วย3.85 บาท5.88 บาท
ตารางสรุป: ราคาระบบและอุปกรณ์เหมือนกันทั้งสี่แถว เปลี่ยนเฉพาะจำนวนหน่วยที่บ้านใช้ได้จริง จำนวนหน่วยในคอลัมน์ที่สองเป็นค่าของปีที่ 1 หลังหักการเสื่อมปีแรก 1% แล้ว จึงต่ำกว่าตัวเลขศักยภาพ 5,840 หน่วยเล็กน้อย แถวสุดท้ายมีต้นทุน 5.88 บาทต่อหน่วย ซึ่งสูงกว่าค่าไฟอัตราปกติ 4.84 บาทที่ระบบนั้นตั้งใจจะไปทดแทน

แถวสุดท้ายคือบทเรียนของหัวข้อนี้ ระบบเดียวกัน ราคาเดียวกัน อุปกรณ์ยี่ห้อเดียวกัน แต่ถ้าบ้านใช้ไฟเองได้แค่ 40% ไม่มีสัญญาขายไฟ และกู้เงินมาติดตั้ง ต้นทุนไฟที่ผลิตเองคือ 5.88 บาทต่อหน่วย ซึ่งแพงกว่าการซื้อไฟจากการไฟฟ้าที่อัตราปกติ 4.84 บาท (บ้านที่ใช้อัตรา TOU และผลิตได้ตรงช่วง Peak ที่ราว 6.38 บาท ยังพอมีส่วนต่างเหลือ แต่ก็บางลงมาก) ข้อเสนอนั้นยังโชว์ LCOE 1.54 บาทได้อย่างถูกต้องตามสูตร เพราะมันหารด้วยหน่วยที่ผลิตได้ ไม่ใช่หน่วยที่คุณใช้ได้ ก่อนเชื่อบรรทัด LCOE ในเอกสารใด ให้ถามคำถามเดียวคือตัวหารคือหน่วยไหน วิธีเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟเองและทางเลือกเรื่องแบตเตอรี่ เราแยกไว้ใน บทความว่าด้วยแบตเตอรี่สำหรับบ้าน ส่วนเงื่อนไขการมีสัญญาขายไฟอยู่ใน โครงการโซลาร์ภาคประชาชน 2569

อีกเรื่องที่ต้องระวังเวลาเห็นตัวเลข LCOE จากรายงานต่างประเทศคือ สเกลของระบบ ตัวเลขที่มีชื่อเสียงที่สุดสองชุดไม่มีหมวดที่อยู่อาศัยอยู่เลย IRENA รายงานค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของโลกปี 2567 ที่ 0.043 ดอลลาร์ต่อหน่วย สำหรับโซลาร์ฟาร์มระดับ utility และ Lazard รายงานช่วง 38–78 ดอลลาร์ต่อ MWh สำหรับโซลาร์ระดับ utility ในสหรัฐฯ ปี 2568 ทั้งสองฉบับไม่มีหมวดโซลาร์ระดับบ้าน ส่วนตัวเลขไทยที่ใกล้เคียงที่สุดคือ 0.80 บาทต่อหน่วย จากงานวิจัยระบบ 1 MW ที่มหาวิทยาลัยทักษิณ ซึ่งเป็นระบบสถาบันขนาดใหญ่ที่ได้เปรียบเรื่องขนาดและใช้อัตรา TOU ของผู้ใช้ไฟแรงดัน 22–33 kV ไม่ใช่บ้าน เท่าที่ค้นได้ในการทำงานครั้งนี้ ยังไม่มีแหล่งปฐมภูมิไทยแห่งใดเผยแพร่ LCOE ของโซลาร์ระดับที่อยู่อาศัย ใครก็ตามที่อ้างตัวเลขระดับ utility มาเทียบกับหลังคาบ้าน กำลังเทียบข้ามสเกล และ IRENA เองก็ระบุไว้ในภาคผนวกว่าการวิเคราะห์ของเขาเป็นมุมมองต้นทุนของนักลงทุน ไม่รวมผลของมาตรการอุดหนุนจากรัฐ นั่นคือคำเตือนโดยตรงว่า LCOE เป็นต้นทุน ไม่ใช่มูลค่า

สมมติฐานค่าไฟขึ้นปีละ 3% เพิ่ม NPV ได้ 72% และประวัติค่า Ft ที่เผยแพร่ไม่รองรับสมมติฐานนั้น

ข้อเสนอจำนวนมากใส่สมมติฐานว่าค่าไฟจะขึ้นปีละ 3% หรือ 5% ไปตลอด 25 ปี บรรทัดนี้มักอยู่ในเชิงอรรถตัวเล็ก แต่มันมีน้ำหนักมากกว่าการเลือกยี่ห้อแผงหลายเท่า

สมมติฐานค่าไฟขึ้นต่อปีNPV ที่อัตราคิดลด 6.5%เปลี่ยนจากกรณีฐานIRR
0% (กรณีฐานของบทความนี้)+115,000 บาท15.1%
2% ต่อปี+175,000 บาท+45%17.4%
3% ต่อปี+208,000 บาท+73%18.4%
5% ต่อปี+290,000 บาท+141%20.5%
ตารางสรุป: ผลของสมมติฐานอัตราค่าไฟที่เพิ่มขึ้นต่อปี ต่อ NPV และ IRR ของระบบเดียวกัน ทุกแถวใช้ราคาระบบ ผลผลิต และสัดส่วนการใช้ไฟเองชุดเดิมทั้งหมด

คำถามคือสมมติฐานนั้นมีหลักฐานรองรับหรือไม่ ค่าไฟที่บ้านจ่ายประกอบด้วยสองส่วน คือค่าไฟฟ้าฐานซึ่งปรับทุก 3–5 ปี และค่า Ft ซึ่งเป็นกลไกส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงและปรับทุก 4 เดือน ค่าไฟฟ้าฐานชุดที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ไม่ได้ขยับมาตั้งแต่ราวเดือนมีนาคม 2566 ส่วนค่า Ft มีตารางย้อนหลังที่ กฟภ. เผยแพร่เองตั้งแต่ปี 2535 และแนวโน้มล่าสุดไม่ได้เป็นขาขึ้น

งวดค่า Ft (สตางค์/หน่วย)
มกราคม–เมษายน 256836.72
พฤษภาคม–สิงหาคม 256819.72
กันยายน–ธันวาคม 256815.72
มกราคม–เมษายน 25699.72
พฤษภาคม–สิงหาคม 256916.23
กันยายน–ธันวาคม 2569 (งวดปัจจุบัน)16.23
ตารางสรุป: ค่า Ft หกงวดล่าสุดตามที่ กฟภ. และสำนักงาน กกพ. เผยแพร่ ก่อนหน้านี้ค่า Ft เคยขึ้นไปถึงระดับ 93–155 สตางค์ต่อหน่วยในปี 2566 ซึ่งเป็นช่วงราคาเชื้อเพลิงโลกพุ่ง แล้วลดลงต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ในบันทึกที่เผยแพร่จริง ค่าไฟฟ้าฐานนิ่งมากว่าสามปี และค่า Ft ในช่วงสามปีล่าสุดเคลื่อนลง ไม่ใช่ขึ้น ค่า Ft เป็นกลไกส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิง จึงผันผวนตามราคา LNG ไม่ใช่เส้นแนวโน้มที่จะคาดการณ์เป็นเปอร์เซ็นต์ต่อปีได้ เราจึงตั้งสมมติฐานค่าไฟขึ้นเป็นศูนย์ตลอดทั้งบทความ ไม่ใช่เพราะเชื่อว่าค่าไฟจะไม่ขึ้นในอนาคต แต่เพราะไม่มีตัวเลขไทยที่เผยแพร่แล้วชุดใดรองรับอัตรา 3–5% ต่อปี และการใส่สมมติฐานที่ไม่มีหลักฐานลงไปในโมเดล คือการยืมความมั่นใจมาจากอนาคตที่ยังไม่เกิด เมื่อเห็นข้อเสนอที่ใส่ตัวเลขนี้ ให้ขอดูผลลัพธ์ที่อัตรา 0% ควบคู่ไปด้วยเสมอ ส่วนต่างที่เห็นคือขนาดของสมมติฐาน ไม่ใช่ขนาดของประโยชน์

สิทธิลดหย่อนภาษี 200,000 บาท มีค่าไม่เท่ากันในแต่ละบ้าน ต่างกันได้ถึงเจ็ดเท่า

พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 805 ให้หักลดหย่อนค่าติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปตามจ่ายจริงไม่เกิน 200,000 บาท สำหรับระบบ on-grid ไม่เกิน 10 kWp ของผู้ใช้ไฟประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย ใช้สิทธิได้ถึง 31 ธันวาคม 2571 เงื่อนไขครบถ้วนอยู่ใน บทความว่าด้วย พ.ร.ฎ. 805 ประเด็นที่ต้องเข้าใจก่อนใส่ลงในโมเดลคือ นี่คือการหักลดหย่อนจากเงินได้สุทธิ ไม่ใช่เครดิตภาษีที่คืนเป็นเงินเต็มจำนวน มูลค่าเป็นเงินสดของมันจึงเท่ากับยอดที่หักได้ คูณด้วยอัตราภาษีขั้นสูงสุดที่คุณเสียอยู่

เงินได้สุทธิต่อปีอัตราภาษีเงินคืนจากค่าระบบ 139,000 บาทระยะคืนทุนของกรณีฐาน
ไม่เกิน 150,000 บาทยกเว้นภาษี0 บาท6.0 ปี (ไม่ได้ประโยชน์จากสิทธินี้)
150,001–300,000 บาท5%6,950 บาท5.7 ปี
300,001–500,000 บาท10%13,900 บาท5.4 ปี
750,001–1,000,000 บาท20%27,800 บาท4.8 ปี
2,000,001–5,000,000 บาท30%41,700 บาท4.2 ปี
เกิน 5,000,000 บาท35%48,650 บาท3.9 ปี
ตารางสรุป: มูลค่าเป็นเงินสดของสิทธิลดหย่อนตามฐานภาษีของผู้ซื้อ คำนวณจากค่าระบบ 139,000 บาทของกรณีฐาน อัตราภาษีอ้างอิงจากบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของกรมสรรพากร ระยะคืนทุนคิดจากเงินคืนภาษีที่เข้ามาในปีที่ 1

ระบบเดียวกัน ราคาเดียวกัน แต่คืนเงินให้ผู้ซื้อสองคนต่างกันเจ็ดเท่า เพราะขึ้นกับเงินได้ของผู้ซื้อล้วน ๆ ตาม บัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของกรมสรรพากร ในตารางข้างบนที่ค่าระบบ 139,000 บาท ช่วงนั้นคือ 6,950 บาทถึง 48,650 บาท และถ้าใช้สิทธิเต็มเพดาน 200,000 บาท ช่วงจะกว้างเป็น 10,000 บาทถึง 70,000 บาท ทั้งสองกรณีคืออัตราส่วนเจ็ดเท่าเท่ากัน เพราะเงินคืนแปรผันตรงกับอัตราภาษีของผู้ซื้อ ข้อเสนอที่เขียนว่า “ได้เงินคืนภาษี 200,000 บาท” จึงผิดในทุกกรณี ตัวเลขนั้นคือเพดานของยอดที่นำไปหักได้ ไม่ใช่เงินที่ได้คืน

ตำแหน่งที่ใส่สิทธินี้ลงในโมเดลก็สำคัญ เงินคืนภาษีไม่ใช่ส่วนลดราคา ณ วันติดตั้ง แต่เป็นกระแสเงินสดที่เข้ามาตอนยื่นภาษีของปีถัดไป และใช้สิทธิได้ในปีภาษีที่ได้รับใบขนานไฟฟ้า ไม่ใช่ปีที่จ่ายเงิน ในกรณีฐานที่ฐานภาษี 20% การวางเป็นเงินเข้าปีที่ 1 ให้ IRR 18.6% ส่วนการวางเป็นส่วนลดราคาตั้งแต่ต้นให้ 19.5% ต่างกันไม่มาก แต่ต่างไปในทางที่เข้าข้างผู้ขายเสมอ กระบวนการขอใบขนานไฟฟ้าใช้เวลาราว 90 วัน จึงต้องนับถอยหลังจากสิ้นปีภาษี รายละเอียดอยู่ใน ขั้นตอนขออนุญาตเชื่อมต่อกริดกับ PEA และ MEA

เจ็ดตัวเลขที่ต้องขอจากข้อเสนอทุกใบ ก่อนเชื่อบรรทัดสุดท้าย

ทุกอย่างข้างบนสรุปลงเป็นรายการเดียวที่ใช้ได้กับเอกสารทุกใบ ถ้าข้อเสนอไม่ระบุข้อไหน ให้ถือว่าผู้เสนอเลือกค่าที่เข้าข้างตัวเองไว้แล้ว และถามกลับก่อนเซ็น

ตัวเลขที่ต้องขอถ้าไม่ระบุ มักหมายความว่าผลต่อคำตอบ
สัดส่วนไฟที่ใช้เองตอนกลางวันคิดไว้ที่ 100%มากที่สุดในบรรดาทุกข้อ เปลี่ยนต้นทุนต่อหน่วยได้จาก 1.54 เป็น 5.88 บาท
ผลผลิตต่อ kWp ต่อปี และเป็นค่าจำลองหรือค่าวัดจริงใช้ค่าจำลองที่มุมเอียงเหมาะสมช่วงที่ใช้กันในไทยกว้างถึง 1,168–1,550 หน่วย ต่างกันราวหนึ่งในสาม
สมมติฐานค่าไฟขึ้นปีละกี่เปอร์เซ็นต์ใส่ไว้ 3–5% ต่อปีที่ 3% ต่อปี ดัน NPV ขึ้น 72% โดยระบบไม่เปลี่ยน
อัตราคิดลดที่ใช้คำนวณ NPVใช้ค่าต่ำ หรือไม่ได้คิดลดเลยNPV ต่างกันกว่าห้าเท่าระหว่าง 0% กับ 9%
อัตราการเสื่อมของแผงต่อปีคิดที่ค่ารับประกัน ไม่ใช่ค่าจริงตลอด 25 ปี กินผลผลิตรวมราว 6%
รวมค่าเปลี่ยนอินเวอร์เตอร์ไว้หรือไม่ ปีที่เท่าไร ราคาเท่าไรไม่ได้รวมไว้เงินก้อนกลางอายุโครงการ ซึ่งกรณีคืนทุนช้าต้องจ่ายก่อนถึงจุดคุ้มทุน
คิดสิทธิภาษีที่ฐานภาษีเท่าไร และวางไว้ปีไหนคิดเป็นส่วนลดราคาที่เพดานเต็มมูลค่าจริงต่างกันเจ็ดเท่าตามฐานภาษีของผู้ซื้อ
ตารางสรุป: รายการตรวจข้อเสนอ ใช้ได้กับทั้งเอกสารของการไฟฟ้าและของผู้รับเหมาเอกชน คอลัมน์กลางคือค่าที่มักถูกตั้งไว้เงียบ ๆ เมื่อเอกสารไม่ได้ระบุ

ถ้าต้องการลองตัวเลขของบ้านตัวเองอย่างรวดเร็วก่อนคุยกับผู้รับเหมา เรามีเครื่องมือประเมินเบื้องต้นที่ หน้าคำนวณความคุ้มค่า โดยขอให้ทราบข้อจำกัดของมันไว้ก่อนใช้ เครื่องมือนั้นคิดค่าไฟที่อัตราเฉลี่ย 4.40 บาทต่อหน่วยเพื่อความปลอดภัยของตัวเลข และยังไม่ได้แยกหน่วยที่ใช้เองออกจากหน่วยที่ขายคืนหรือถูกหรี่ทิ้ง ผลที่ได้จึงเป็นการประเมินหยาบ ไม่ใช่ผลลัพธ์ระดับที่ใช้ตัดสินใจแทนการคำนวณตามหลักการในบทความนี้

สรุปเชิงวิศวกรรม

  • เครื่องมือทั้งสี่ตอบคนละคำถาม ระบบ 5 kW ชุดเดียวให้ได้พร้อมกันทั้ง คืนทุน 6.0 ปี IRR 15.1% NPV บวก 115,000 บาท และ LCOE 2.35 บาทต่อหน่วย เอามาเทียบข้ามเครื่องมือไม่ได้
  • สูตรระยะคืนทุนไม่มีอัตราคิดลดอยู่ในนั้น ตัวเลข 6.0 ปีจึงยืดเป็น 7.9 ปีทันทีที่คิดค่าของเวลาที่อัตราเงินกู้ และเงินสามในสี่ของโครงการเกิดขึ้นหลังจุดคืนทุน ซึ่งเป็นช่วงที่ระยะคืนทุนไม่รายงานอะไรเลย
  • อัตราคิดลดคือสิ่งที่คุณเลือกจากวิธีจ่ายเงิน จ่ายสดใช้ราวดอกเบี้ยเงินฝาก 1.0–1.7% กู้ธนาคารใช้ MRR ปัจจุบัน 6.845% NPV ต่างกันกว่าห้าเท่าจากปลายหนึ่งไปอีกปลายหนึ่ง
  • ไม่มีสถาบันไทยแห่งใดประกาศอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำสำหรับการลงทุนโซลาร์ของครัวเรือน ค่า 7% ที่อ้างกันบ่อยเป็นธรรมเนียมของนักลงทุนระดับโครงการตาม IEA ไม่ใช่มาตรฐานของบ้าน
  • IRR 15.1% สมมติว่าเงินที่ประหยัดได้ถูกลงทุนต่อที่ 15.1% ทุกปี ถ้าระบุตามความจริงว่าเงินไปอยู่ในบัญชีเงินฝาก ผลตอบแทนที่แท้จริงเหลือราว 6% ต่อปี และถ้าเอาไปโปะเงินกู้จะได้ 9.2% ต่อปี
  • ผลตอบแทนเป็นบวกไม่ได้แปลว่าคุ้ม กรณีใช้ไฟเอง 40% โดยไม่มีสัญญาขายไฟให้ IRR 4.1% ซึ่งเป็นบวก แต่ถ้ากู้มาที่ 6.5% NPV ติดลบ 28,000 บาท
  • ตัวหารของ LCOE ต้องเป็นหน่วยที่ใช้ได้จริง ไม่ใช่หน่วยที่ผลิตได้ ระบบเดียวกันมีต้นทุน 1.54 บาทต่อหน่วยในโบรชัวร์ แต่เป็น 5.88 บาทต่อหน่วยสำหรับบ้านที่ใช้เอง 40% ไม่มีสัญญาขายไฟ และกู้เงินมาติด ซึ่งแพงกว่าซื้อไฟที่อัตราปกติ 4.84 บาท (อัตรา TOU ช่วง Peak อยู่ที่ราว 6.38 บาท จึงเป็นข้อยกเว้นเดียว)
  • ตัวเลข LCOE ที่มีชื่อเสียงของ IRENA และ Lazard เป็นระดับ utility ทั้งคู่ ไม่มีหมวดที่อยู่อาศัย และยังไม่มีแหล่งปฐมภูมิไทยแห่งใดเผยแพร่ LCOE ระดับบ้าน
  • สมมติฐานค่าไฟขึ้นปีละ 3% ดัน NPV ขึ้น 72% โดยไม่มีอะไรในระบบเปลี่ยน และค่าไฟฟ้าฐานนิ่งมาตั้งแต่ราวมีนาคม 2566 ขณะที่ค่า Ft สามปีล่าสุดเคลื่อนลง ขอผลลัพธ์ที่ 0% ควบคู่เสมอ
  • สิทธิลดหย่อน 200,000 บาทเป็นการหักจากเงินได้ ไม่ใช่เครดิตภาษี มูลค่าเงินสดจริงอยู่ระหว่าง 10,000 ถึง 70,000 บาทที่เพดานเต็ม ตามฐานภาษีของผู้ซื้อ และบ้านที่ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษีไม่ได้ประโยชน์เลย

บริษัทของผู้เขียนรับงานออกแบบและติดตั้งระบบโซลาร์ ราคาแพ็กเกจ 139,000 บาทที่ใช้เป็นกรณีฐานเป็นราคาที่ กฟภ. เผยแพร่เอง เราไม่ได้เป็นผู้ขายแพ็กเกจดังกล่าว อัตราดอกเบี้ยของธนาคารที่อ้างถึงใช้เป็นตัวแทนของอัตราตลาด ไม่ใช่การแนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ค่าเปลี่ยนอินเวอร์เตอร์ 45,000 บาทเป็นราคาบริการจริงของบริษัทผู้เขียนเอง ไม่ใช่ราคากลางของตลาด และตัวเลขทั้งหมดในบทความนี้เป็นการคำนวณเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

อ้างอิง

  1. Waewsak, J. และคณะ — Techno-Economic Assessment of a 1 MW Solar PV Rooftop System at Thaksin University (Phatthalung Campus), Thailand. ASEAN Journal of Scientific and Technological Reports 26(1), หน้า 59–75, 2566. DOI 10.55164/ajstr.v26i1.248159. ph02.tci-thaijo.org — นิยามและสูตรของ NPV, IRR, ระยะคืนทุน และ LCOE พร้อมผลของระบบสถาบันขนาด 1 MW ในไทยที่ LCOE 0.80 บาทต่อหน่วย ภายใต้อัตราคิดลด 7% — เข้าถึงเมื่อ 9 ส.ค. 2569
  2. ธนาคารแห่งประเทศไทย — ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ครั้งที่ 3/2569 (24 มิ.ย. 2569). bot.or.th — อัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1.00% ต่อปี ใช้เป็นพื้นของอัตราคิดลดกรณีจ่ายเงินสด — เข้าถึงเมื่อ 9 ส.ค. 2569
  3. ธนาคารแห่งประเทศไทย — สถิติอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ (ชุด FM_RT_001_S2). app.bot.or.th — อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 0.85–1.70% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 17.30–28.00% ต่อปี โดยแถวข้อมูลล่าสุดที่เข้าถึงได้เป็นเดือนกรกฎาคม 2568 — เข้าถึงเมื่อ 9 ส.ค. 2569
  4. ธนาคารกรุงไทย — ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ มีผล 2 มี.ค. 2569. krungthai.com — อัตรา MRR 6.845% MLR 6.300% และ MOR 6.270% ต่อปี ใช้เป็นตัวแทนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปัจจุบัน — เข้าถึงเมื่อ 9 ส.ค. 2569
  5. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค — สถิติค่า Ft ขายปลีก. pea.co.th — ตารางค่า Ft ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2535 ใช้แสดงว่าไม่มีแนวโน้มขึ้นสม่ำเสมอปีละ 3–5% — เข้าถึงเมื่อ 9 ส.ค. 2569
  6. สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) — ค่า Ft งวดกันยายน–ธันวาคม 2569. erc.or.th — ค่า Ft 16.23 สตางค์ต่อหน่วย และค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 3.95 บาทต่อหน่วย ตามมติเมื่อ 22 ก.ค. 2569 — เข้าถึงเมื่อ 9 ส.ค. 2569
  7. กรมสรรพากร — บัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา. rd.go.th — อัตราภาษีขั้นบันได 5–35% ใช้คำนวณมูลค่าเป็นเงินสดของสิทธิลดหย่อนตาม พ.ร.ฎ. 805 — เข้าถึงเมื่อ 9 ส.ค. 2569
  8. IEA และ OECD Nuclear Energy Agency — Projected Costs of Generating Electricity 2020. iea.org — วิธีคิด LCOE แบบคิดลดกระแสเงินสด อัตราคิดลดกรณีกลาง 7% และช่วงทดสอบ 3–10% — เข้าถึงเมื่อ 9 ส.ค. 2569
  9. IRENA — Renewable Power Generation Costs in 2024 (เผยแพร่กรกฎาคม 2568). irena.org — LCOE เฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของโลกสำหรับโซลาร์ระดับ utility ที่ 0.043 ดอลลาร์ต่อหน่วยในปี 2567 และคำอธิบายว่าเป็นมุมมองต้นทุนของนักลงทุนซึ่งไม่รวมมาตรการอุดหนุนของรัฐ — เข้าถึงเมื่อ 9 ส.ค. 2569
  10. Lazard — Levelized Cost of Energy+ Version 18.0 (มิถุนายน 2568). lazard.com — ช่วง LCOE ของโซลาร์ระดับ utility ในสหรัฐฯ 38–78 ดอลลาร์ต่อ MWh และการยืนยันว่ารายงานไม่มีหมวดโซลาร์ระดับที่อยู่อาศัย — เข้าถึงเมื่อ 9 ส.ค. 2569
  11. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค — ประกาศอัตราค่าไฟฟ้า. pea.co.th — โครงสร้างอัตราค่าไฟบ้านอยู่อาศัย ที่มาของค่าไฟหน่วยสุดท้าย 4.84 บาท และรอบการปรับค่าไฟฟ้าฐานทุก 3–5 ปี — เข้าถึงเมื่อ 9 ส.ค. 2569
  12. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค — ค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) ประจำเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2569 เท่ากับ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ตามมติ กกพ. ครั้งที่ 29/2569 เมื่อ 22 ก.ค. 2569 คงเดิมจากงวดพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2569. pea.co.th · mea.or.th — อัตราเดียวกันทั้ง กฟภ. และ กฟน. — เข้าถึงเมื่อ 25 ส.ค. 2569

คำถามที่พบบ่อย

Payback IRR NPV LCOE ต่างกันอย่างไรแบบสั้นที่สุด

ระยะคืนทุนบอกว่ากี่ปีจึงได้เงินต้นคืน NPV บอกว่าตลอดโครงการได้เงินเพิ่มกี่บาทเมื่อคิดเป็นเงินวันนี้ IRR บอกว่าให้ผลตอบแทนกี่เปอร์เซ็นต์ต่อปี และ LCOE บอกว่าไฟที่ผลิตเองมีต้นทุนกี่บาทต่อหน่วย ทั้งสี่ตัวคำนวณจากกระแสเงินสดชุดเดียวกัน แต่ตอบคนละคำถาม จึงเอามาเทียบข้ามกันไม่ได้ ระบบ 5 kW ตัวอย่างในบทความนี้ให้ค่าพร้อมกันทั้ง 6.0 ปี บวก 115,000 บาท 15.1% ต่อปี และ 2.35 บาทต่อหน่วย

ข้อเสนอเขียนว่า IRR 15% ควรเชื่อไหม

เชื่อได้ว่าคำนวณถูกตามสูตร แต่ต้องรู้ว่าสูตรนั้นสมมติว่าเงินที่ประหยัดได้ทุกปีถูกนำไปลงทุนต่อที่ 15% เท่ากันไปจนจบโครงการ ซึ่งบ้านทั่วไปทำไม่ได้ ถ้าคำนวณใหม่โดยระบุว่าเงินไปอยู่ในบัญชีเงินฝากที่ 1.0-1.7% ต่อปี ผลตอบแทนที่แท้จริงของระบบตัวอย่างเหลือราว 6% ต่อปี และถ้าเอาไปโปะเงินกู้ที่ 6.845% จะได้ 9.2% ต่อปี ตัวเลขเหล่านี้มาจากกระแสเงินสดชุดเดียวกันทุกบาท

LCOE 1.50 บาทต่อหน่วย แปลว่าคุ้มแน่นอนใช่ไหม

ยังไม่แน่ ต้องถามก่อนว่าตัวหารคือหน่วยไหน LCOE ในโบรชัวร์หารด้วยหน่วยที่ระบบผลิตได้ แต่บ้านที่ไม่มีสัญญาขายไฟจะถูกจำกัดการจ่ายไฟออก อินเวอร์เตอร์จึงถูกหรี่กำลังและไฟส่วนเกินไม่ถูกผลิตขึ้นมาเลย ระบบเดียวกันที่มีต้นทุน 1.54 บาทต่อหน่วยผลิต จะมีต้นทุน 3.85 บาทต่อหน่วยที่ใช้ได้จริงเมื่อบ้านใช้เองแค่ 40% และเป็น 5.88 บาทถ้ากู้เงินมาติด ซึ่งแพงกว่าซื้อไฟจากการไฟฟ้าที่อัตราปกติ 4.84 บาท โดย 4.84 บาทนี้คือหน่วยสุดท้ายของผู้ใช้ไฟแบบอัตราปกติ ไม่ใช่เพดานสูงสุด เพราะผู้ใช้ไฟแบบ TOU มีหน่วยช่วง Peak ที่ราว 6.38 บาท

ควรใช้อัตราคิดลดเท่าไรในการคำนวณ

ใช้ค่าที่ตรงกับวิธีจ่ายเงินของคุณเอง จ่ายด้วยเงินสดที่ฝากไว้อยู่แล้วให้ใช้ราวดอกเบี้ยเงินฝาก 1.0-1.7% ต่อปี กู้ธนาคารให้ใช้ดอกเบี้ยเงินกู้จริง ปัจจุบัน MRR อยู่ที่ราว 6.845% ต่อปี ส่วนค่า 7% ที่เห็นบ่อยในเอกสารต่างประเทศเป็นธรรมเนียมของนักลงทุนระดับโครงการตามแนวทางของ IEA ไม่ใช่มาตรฐานสำหรับบ้าน และเท่าที่ค้นได้ ยังไม่มีหน่วยงานไทยแห่งใดประกาศอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำสำหรับการลงทุนโซลาร์ของครัวเรือน

สมมติฐานค่าไฟขึ้นปีละ 3-5% ที่อยู่ในข้อเสนอ สมเหตุสมผลไหม

ไม่มีตัวเลขไทยที่เผยแพร่แล้วชุดใดรองรับ ค่าไฟฟ้าฐานไม่ได้ขยับมาตั้งแต่ราวเดือนมีนาคม 2566 และค่า Ft หกงวดล่าสุดตามตารางของ กฟภ. เดินจาก 36.72 ลงมาถึง 9.72 แล้วกลับขึ้นมาที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย คือผันผวนตามราคาเชื้อเพลิง ไม่ใช่แนวโน้มขาขึ้น สมมติฐาน 3% ต่อปีเพิ่ม NPV ของระบบตัวอย่างได้ 72% โดยไม่มีอะไรในระบบเปลี่ยน จึงควรขอผลลัพธ์ที่สมมติฐาน 0% ควบคู่ไปด้วยเสมอ

สิทธิลดหย่อนภาษี 200,000 บาท ได้เงินคืน 200,000 บาทเลยไหม

ไม่ใช่ นี่คือการหักลดหย่อนจากเงินได้สุทธิ ไม่ใช่เครดิตภาษี เงินที่ได้คืนจริงเท่ากับยอดที่หักได้คูณด้วยอัตราภาษีขั้นสูงสุดที่คุณเสียอยู่ ที่เพดานเต็ม 200,000 บาท ผู้เสียภาษีฐาน 5% ได้คืน 10,000 บาท ส่วนฐาน 35% ได้คืน 70,000 บาท ต่างกันเจ็ดเท่าจากระบบที่ราคาเท่ากัน และบ้านที่มีเงินได้สุทธิไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษีไม่ได้ประโยชน์จากสิทธินี้เลย

Leave a Comment