คู่มือการติดตั้ง

กันดูดตัดตอนฝนตก เพราะความจุแฝงของแผงจริงไหม

5 ต.ค. 2569 อ่าน 8 นาที ระดับ กลาง โดย

บ้านที่ติดโซลาร์จำนวนไม่น้อยเจออาการกันดูดตัดตอนฝนตก คือเครื่องตัดไฟรั่ว (RCBO หรือ RCCB) ของวงจรอินเวอร์เตอร์ตัดทุกครั้งที่ฝนลงหนัก และต้องมีคนไปยกขึ้นเอง คำอธิบายที่ได้ยินบ่อยคือเกิดจากค่าความจุแฝงระหว่างแผงกับหลังคาเมทัลชีท คำอธิบายนี้ถูกครึ่งเดียว กลไกเป็นค่าความจุแฝงจริง แต่ตัวการหลักคือแผ่นน้ำบนหน้ากระจกแผง ไม่ใช่หลังคา และสิ่งที่ทำให้ตัดจริงคือพิกัดกันดูดที่ไม่เข้ากับอินเวอร์เตอร์ ระบบ 10 kWp ที่เปียกฝนมีกระแสรั่วปกติราว 20–28 mA ขณะที่กันดูด 30 mA อาจตัดได้ตั้งแต่ราว 15 mA ทางแก้คือใช้พิกัดตามคู่มืออินเวอร์เตอร์ และไม่ต่ออินเวอร์เตอร์ไว้ใต้กันดูด 30 mA ตัวหลักของบ้าน แต่ต้องแยกให้ออกก่อนว่าไม่ใช่ฉนวนเสียจริงที่ฝนไปเจอเข้า

ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2569 — อ้างอิงมาตรฐาน วสท. 022001-22 (พ.ศ. 2564) และ วสท. 022013-22 (พ.ศ. 2565) กับคู่มือของผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์ การตีความข้อกำหนดสำหรับบ้านของคุณควรยืนยันกับวิศวกรผู้ตรวจหรือการไฟฟ้าในพื้นที่อีกครั้ง

กันดูดตัดตอนฝนตก ส่วนใหญ่คือกระแสรั่วปกติ ไม่ใช่ไฟรั่ว

ถ้ากันดูดตัดเฉพาะตอนฝนตกหรือตอนเช้าที่มีน้ำค้าง ขณะที่อินเวอร์เตอร์กำลังทำงาน และอินเวอร์เตอร์ไม่ขึ้นแจ้งเตือนอะไร สาเหตุเกือบทั้งหมดคือกระแสรั่วผ่านค่าความจุ ซึ่งเป็นกระแสที่เกิดตามปกติของอินเวอร์เตอร์แบบไร้หม้อแปลง ไม่ใช่ไฟรั่วจากฉนวนเสีย ตารางนี้ใช้แยกอาการจากสิ่งที่คุณสังเกตได้เอง

สิ่งที่คุณเห็นชี้ไปที่สิ่งที่ต้องทำ
กันดูดตัดตอนฝนตกหรือมีน้ำค้าง ขณะอินเวอร์เตอร์ทำงาน อินเวอร์เตอร์ไม่มีแจ้งเตือนกระแสรั่วผ่านค่าความจุ (ปกติ)เปลี่ยนพิกัดกันดูดของวงจรอินเวอร์เตอร์ตามคู่มือ และแยกออกจากกันดูดตัวหลัก
อินเวอร์เตอร์ขึ้นแจ้งเตือนค่าฉนวนต่ำ (Riso หรือ Insulation fault) ตอนเริ่มทำงานหลังฝนตกฉนวนเสียจริง เช่นขั้วต่อ MC4 มีน้ำเข้า หรือสายถลอกกับขอบเมทัลชีทให้ช่างวัดค่าฉนวนรายสตริงแล้วหาจุดเสีย ห้ามแก้ด้วยการเพิ่มพิกัดกันดูด
กันดูดตัดตอนกลางคืน หรือตอนที่อินเวอร์เตอร์ปิดอยู่ไม่ใช่ฝั่งแผงโซลาร์ตรวจวงจรและเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่อยู่ใต้กันดูดตัวเดียวกัน

จากระบบที่เราติดตั้งและดูแลเอง กรณีกันดูดตัดตอนฝนตกที่ตรวจสอบแล้ว ส่วนใหญ่เป็นแถวแรกของตาราง และจุดที่ตัดบ่อยที่สุดคือบ้านที่อินเวอร์เตอร์ต่ออยู่ใต้กันดูด 30 mA ตัวหลักของบ้าน ในช่วงแรกของการทำงาน เราเองก็ใช้ RCBO 30 mA กับวงจรอินเวอร์เตอร์ ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้พิกัดตามที่คู่มือของผู้ผลิตกำหนด

ถ้าอาการของคุณตรงกับแถวแรก ก็จบตรงนี้ได้ ให้ช่างเปิดคู่มือติดตั้งของอินเวอร์เตอร์รุ่นที่คุณใช้ เปลี่ยนกันดูดของวงจรอินเวอร์เตอร์เป็นชนิดและพิกัดตามคู่มือ และย้ายวงจรนี้ออกจากใต้กันดูดตัวหลัก ส่วนที่เหลือของบทความอธิบายว่าทำไม และแยกกรณีที่ไม่ควรแก้แบบนี้

น้ำบนกระจกทำให้แผงทั้งแผงกลายเป็นตัวเก็บประจุ

แผงโซลาร์เป็นแผ่นตัวนำขนาดใหญ่ที่วางอยู่ใกล้พื้นผิวที่ต่อลงดิน จึงเป็นตัวเก็บประจุโดยไม่มีใครตั้งใจ เอกสารทางเทคนิคของ SMA แยกค่าความจุนี้เป็นสามส่วน คือผ่านแผ่นน้ำบนหน้ากระจก ผ่านโครงยึดที่ต่อลงดิน และผ่านพื้นผิวหลังคา แล้วระบุชัดว่าเมื่อฝนตกหรือเปียก ส่วนที่ผ่านแผ่นน้ำบนกระจกมีค่ามากกว่าอีกสองส่วนจนตัดทิ้งได้ เพราะน้ำที่เปียกทั่วหน้าแผงและแตะกรอบอะลูมิเนียมที่ต่อลงดิน ทำให้หน้าแผงทั้งแผ่นกลายเป็นขั้วตัวเก็บประจุที่ห่างจากเซลล์เพียงความหนาของกระจก ส่วนตอนแห้ง SMA ระบุว่าค่าความจุทั้งหมดเล็กจนไม่มีผลต่อการทำงาน หลังคาเมทัลชีทจึงเป็นตัวประกอบรอง ไม่ใช่ต้นเหตุ ส่วนกรณีน้ำค้าง SMA ให้ใช้ความหนาของแผ่นฉนวนด้านหลังแผงเป็นระยะวิกฤตแทนความหนาของกระจก

ตัวเก็บประจุอย่างเดียวยังไม่ทำให้เกิดกระแส ต้องมีแรงดันที่เปลี่ยนแปลงตกคร่อมด้วย ในอินเวอร์เตอร์เฟสเดียวแบบไร้หม้อแปลงเกือบทุกรุ่น SMA ระบุว่าครึ่งหนึ่งของแรงดันกริดส่งผ่านไปถึงแผง แผงทั้งชุดจึงแกว่งเทียบกับดินที่ราว 115 V ความถี่ 50 Hz บนกริด 230 V และกระแสที่ไหลผ่านค่าความจุคือ I = C × 2π × f × U ส่วนอินเวอร์เตอร์สามเฟส SMA ระบุว่าแรงดันที่ส่งถึงแผงเล็กกว่ามาก กระแสรั่วจึงเล็กกว่าตามไปด้วย

ถ้าคุณอ่านบทความเรื่องวงจรอินเวอร์เตอร์ของเรามาแล้ว จะเห็นว่า Topology อย่าง HERIC ตรึงแรงดันคอมมอนโหมดไว้เพื่อกดกระแสรั่วที่ความถี่สวิตชิ่ง สองเรื่องนี้ไม่ขัดกัน HERIC กำจัดส่วนความถี่สูง แต่การแกว่ง 50 Hz ที่ครึ่งหนึ่งของแรงดันกริดยังอยู่ในอินเวอร์เตอร์เฟสเดียวไร้หม้อแปลง และเป็นส่วนที่ใช้คำนวณในหัวข้อถัดไป

แผง 10 kWp ที่เปียกฝน รั่วได้ราว 20–28 mA

ตัวเลขนี้คำนวณได้จากข้อมูลของ SMA เอง สมมติให้มีแผ่นน้ำต่อเนื่องบนหน้ากระจก แผงซิลิคอนผลึกที่มีกระจกหนา 3–4 มม. มีค่าความจุ 12–17 nF ต่อตารางเมตร ของพื้นที่แผง ตัวเลขนี้ตรวจกลับได้ด้วยสูตรตัวเก็บประจุ C = ε₀εᵣA/d ที่ SMA ให้มา โดยใช้ εᵣ ของกระจกเท่ากับ 6 จะได้ 17.7 nF/m² ที่กระจก 3 มม. และ 13.3 nF/m² ที่ 4 มม. ตรงกับช่วงที่ SMA ระบุ

แผงประสิทธิภาพราว 22% ใช้พื้นที่ประมาณ 4.5 ตร.ม. ต่อ kWp ระบบ 10 kWp จึงมีพื้นที่แผงราว 45 ตร.ม. ค่าความจุเมื่อเปียกจึงอยู่ที่ 540–765 nF และที่ 115 V 50 Hz ค่าความจุทุก 1 µF ให้กระแสรั่ว 36.1 mA ระบบนี้จึงรั่วราว 19.5–27.6 mA ขณะฝนตกหนัก ส่วนระบบ 5 kWp อยู่ที่ราว 9.8–13.8 mA เอกสารของ Texas Instruments ที่เราอ้างในบทความวงจรอินเวอร์เตอร์ให้ตัวเลขไว้สูงได้ถึงราว 200 nF ต่อ kWp ซึ่งสูงกว่าช่วงที่เราคำนวณ ตัวเลขข้างต้นจึงไม่ควรถือเป็นกรณีเลวร้ายที่สุด

ตัวแปรที่คนมองข้ามคือความหนาของกระจก สูตรเดียวกันบอกว่าค่าความจุแปรผกผันกับระยะ ถ้าดาต้าชีตแผงของคุณระบุกระจกหน้า 2.0 มม. ค่าความจุจะขึ้นไปราว 26.6 nF/m² และระบบ 10 kWp จะรั่วได้ราว 43 mA ซึ่งเกิน 30 mA ไปแล้ว SMA ระบุจากการทดสอบภาคสนามซึ่งส่วนใหญ่เป็นแผงกระจกสองหน้าว่ากระแสสูงสุดเกิดตอนฝนตกหนัก สูงขึ้นตอนเช้าที่มีน้ำค้าง และลดลงต่ำมากช่วงแดดจัดที่ผลิตไฟได้มากที่สุด ซึ่งอธิบายว่าทำไมกันดูดตัดตอนฝนตกหรือตอนเช้า แต่ไม่ตัดตอนเที่ยง

อินเวอร์เตอร์ทน 300 mA แต่กันดูด 30 mA อาจตัดที่ 15 mA

อินเวอร์เตอร์ไร้หม้อแปลงทุกเครื่องมีตัวเฝ้าตรวจกระแสเหลือ (RCMU) อยู่ข้างใน ตาม IEC 62109-2 ตัวนี้ยอมให้กระแสรั่วต่อเนื่องได้ถึง 300 mA สำหรับพิกัดไม่เกิน 30 kVA ก่อนจะตัดภายใน 0.3 วินาที และตัดเร็วขึ้นเมื่อกระแสกระโดดขึ้นทันทีที่ 30, 60 และ 150 mA รายละเอียดของสองตารางนี้อยู่ในบทความเรื่อง AFCI และ RCMU ประเด็นที่นี่คือ 20–28 mA อยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ของอินเวอร์เตอร์มาก อินเวอร์เตอร์จึงทำงานต่อได้ปกติ

กันดูดตัวนอกทำงานคนละเกณฑ์ วสท. 022001-22 ข้อ 2.3.8.1 ระบุคุณลักษณะที่กันดูดควรมีไว้ว่า กันดูดพิกัด 30 mA ไม่ควรทำงานที่ครึ่งหนึ่งของพิกัด คือ 15 mA ช่วงระหว่าง 15 ถึง 30 mA จึงเป็นช่วงที่กันดูดแต่ละตัวอาจตัดที่ค่าต่างกัน กระแสรั่ว 20–28 mA จึงอยู่ในช่วงที่กันดูด 30 mA ตัดได้โดยชอบ อาการที่ SMA อธิบายไว้ตรงกับที่เจ้าของบ้านเห็นทุกประการ คือเมื่อ RCMU ในอินเวอร์เตอร์ตัด อินเวอร์เตอร์จะกลับมาจ่ายไฟเองหลังพักสักครู่ แต่เมื่อกันดูดตัวนอกตัด ระบบหยุดจนกว่าจะมีคนไปยกกันดูดขึ้น

บ้านที่อินเวอร์เตอร์ต่ออยู่ใต้กันดูด 30 mA ตัวหลักแย่กว่านั้นอีก เพราะกันดูดตัวหลักเห็นกระแสรั่วของทุกวงจรรวมกัน ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านและแผงโซลาร์ กระแสรั่วจากแผงที่เปียกจึงไปซ้อนบนกระแสรั่วพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว และถ้าตัด ไฟดับทั้งบ้าน ไม่ใช่แค่ระบบโซลาร์หยุด

คำถามที่ควรถามต่อคือการใช้กันดูดพิกัดสูงขึ้นลดความปลอดภัยของคนหรือไม่ คำตอบคือหน้าที่กันไฟดูดฝั่งอินเวอร์เตอร์ยังอยู่ที่ RCMU ซึ่ง SMA ระบุว่าต้องตัดอินเวอร์เตอร์ออกจากกริดอย่างช้าที่สุดเมื่อกระแสเหลือกระโดดขึ้น 30 mA ตาม IEC 62109-2 เกณฑ์กระแสกระโดดนี้มีไว้จับเหตุการณ์ฉับพลันแบบที่เกิดเมื่อคนสัมผัส ซึ่งต่างจากกระแสรั่วผ่านความจุที่ค่อยๆ เพิ่มตามความชื้น ขณะที่กันดูดทั่วไปตัดตามขนาดของกระแสรวมเพียงอย่างเดียว

ถ้าขึ้นแจ้งเตือนฉนวนต่ำ นั่นคือของเสียจริงที่ต้องหา

ฝนไม่ได้สร้างแค่กระแสรั่วผ่านความจุ ฝนยังหาจุดที่ฉนวนเสียเจอด้วย เช่นขั้วต่อ MC4 ที่ย้ำไม่แน่นหรือเสียบไม่สุดจนน้ำเข้า สายที่ถลอกกับขอบเมทัลชีทหรือหัวสกรู หรือกล่องต่อสายที่แช่น้ำขังบนหลังคา กรณีเหล่านี้คือความต้านทานรั่วลงดิน เป็นความผิดพร่องจริง และการเพิ่มพิกัดกันดูดจะแค่ซ่อนมันไว้

อินเวอร์เตอร์ตรวจเรื่องนี้ด้วยกลไกคนละตัวกับ RCMU ก่อนเชื่อมต่อกริด อินเวอร์เตอร์วัดค่าความต้านทานฉนวนระหว่างแผงกับดิน และต้องตรวจจับได้เมื่อค่าต่ำกว่า R = Vmax ÷ 30 mA ตาม IEC 62109-2 ข้อ 4.8.2 เช่นอินเวอร์เตอร์ที่รับแรงดันแผงสูงสุด 1,100 V มีเกณฑ์ขั้นต่ำ 36.7 kΩ และในรายงานผลทดสอบของ TÜV SÜD เครื่องที่ทดสอบตั้งค่าจากโรงงานไว้ที่ 200 kΩ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำมาก อาการจึงต่างกันชัดเจน ฉนวนเสียทำให้อินเวอร์เตอร์ไม่ยอมเริ่มทำงานพร้อมแจ้งเตือนค่าฉนวนต่ำ โดยมักเกิดตอนเช้าหลังฝนตก ส่วนกระแสรั่วผ่านความจุเกิดระหว่างทำงานและอินเวอร์เตอร์ไม่แจ้งอะไร

ถ้าสงสัยฉนวน ให้ช่างวัดค่าความเป็นฉนวนรายสตริงขณะแผงยังเปียก สตริงที่ค่าต่ำกว่าสตริงอื่นชัดเจนคือจุดที่ต้องไล่หา IEC 62446-1 ซึ่งเป็นมาตรฐานการทดสอบระบบก่อนส่งมอบ มีการทดสอบค่าฉนวนขณะแผงเปียกเป็นการทดสอบเพิ่มเติมในข้อ 8.3 แยกจากการทดสอบค่าฉนวนที่ทุกระบบต้องทำ เกณฑ์ขั้นต่ำตาม วสท. 022013-22 ตารางที่ 3.1 และเหตุผลที่ควรเก็บผลวัดวันส่งมอบไว้เทียบ อยู่ในบทความเรื่องการต่อลงดินและค่าความเป็นฉนวน

เลือกกันดูดตามคู่มือ และอย่าต่อใต้กันดูด 30 mA ตัวหลัก

ผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์ไร้หม้อแปลงทุกรายที่เราเปิดคู่มือดู ระบุกันดูดสำหรับวงจรอินเวอร์เตอร์ไว้สูงกว่า 30 mA และตัวเลขเพิ่มตามพิกัดหรือจำนวนเครื่อง ยกเว้นไมโครอินเวอร์เตอร์ซึ่งใช้หลักคิดคนละแบบ

ผู้ผลิต (เอกสาร)ชนิดพิกัดที่ระบุ
SMA (RCD-TI-en-43)Type Aอย่างน้อย 100 mA ต่อเครื่อง ถ้าหลายเครื่องใช้กันดูดตัวเดียว ต้องรวมกัน เช่น 3 เครื่องใช้อย่างน้อย 300 mA
Huawei SUN2000 (เอกสารตลาดออสเตรเลีย 2563)Type A100 mA สำหรับรุ่นไม่เกิน 6 kTL และ 300 mA สำหรับรุ่น 8–36 kTL
Growatt MIN 2500–6000TL-XH (คู่มือ ม.ค. 2565)Type Aไม่ต่ำกว่า 300 mA
Fronius Symo 3–8.2 kW (คู่มือติดตั้ง)Type Aอย่างน้อย 100 mA และแนะนำรุ่นที่ออกแบบให้ใช้กับวงจรแปลงความถี่
Enphase ไมโครอินเวอร์เตอร์ M-Series, S-Series, IQ6 และ IQ7 (Technical Brief มิ.ย. 2563)Type A30 mA ทุกรุ่นในเอกสาร สำหรับ M-Series ที่แต่ละตัวรั่วได้ถึง 1 mA ให้ต่อไม่เกิน 20 ตัวต่อเฟสของกันดูดหนึ่งตัว

ตารางสรุป: ตัวเลขจากเอกสารของผู้ผลิตแต่ละรายตามรุ่นที่ระบุ รุ่นที่คุณใช้อาจต่างไป ให้ยึดคู่มือของรุ่นนั้นเสมอ เอกสาร Enphase ไม่ได้ครอบคลุม IQ8 ส่วนเรื่องว่าต้องติดกันดูดภายนอกหรือไม่ Huawei, Growatt และ Fronius เขียนในทำนองเดียวกันว่าให้ติดเมื่อกฎของประเทศหรือการไฟฟ้ากำหนด ขณะที่ SMA แนะนำให้ติดเสมอเป็นการป้องกันเพิ่มเติม

เรื่องชนิดของกันดูดมีหลักเดียว ไม่ใช้ Type AC ซึ่งตรวจจับได้เฉพาะกระแสสลับรูปไซน์ Enphase เขียนไว้ตรงๆ ว่า Type AC ใช้กับระบบของตนไม่ได้ Type A ใช้ได้เมื่อผู้ผลิตยืนยันว่าอินเวอร์เตอร์ของตนจ่ายกระแสผิดพร่องแบบไฟตรงเรียบไม่ได้ ซึ่งผู้ผลิตทุกรายในตารางยืนยันไว้ในเอกสาร และ SMA อธิบายว่านี่คือข้อยกเว้นที่ IEC 60364-7-712 เปิดไว้ ส่วนType B ตาม IEC 62423 ตรวจจับได้ครอบคลุมที่สุดรวมถึงไฟตรงเรียบ และเป็นชนิดที่ วสท. 022013-22 ข้อ 3.4.3 ระบุชื่อไว้ ถ้าคู่มืออินเวอร์เตอร์ของคุณไม่ได้ยืนยันเรื่องไฟตรง ให้ใช้ Type B

เรื่องการจัดวงจรสำคัญเท่ากับพิกัด ให้วงจรอินเวอร์เตอร์มีกันดูดของตัวเองตามคู่มือ และไม่อยู่ใต้กันดูด 30 mA ตัวอื่น ถ้ามีอินเวอร์เตอร์หลายเครื่อง ให้แยกกันดูดคนละตัว หรือรวมพิกัดตามกฎของ SMA และถ้าคำนวณแล้วค่าความจุของแผงใกล้ขีดจำกัดที่คู่มืออินเวอร์เตอร์ระบุ SMA แนะนำให้พิจารณาอินเวอร์เตอร์ที่รับค่าความจุได้สูงกว่า หรือแบ่งแผงเป็นสตริงเล็กลงแล้วใช้อินเวอร์เตอร์มากขึ้น

วสท. บังคับ 30 mA ให้วงจรย่อยบางวงจร ไม่ใช่ทั้งบ้าน

มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า วสท. 022001-22 ข้อ 3.1.8 กำหนดให้บ้านอยู่อาศัยต้องมีกันดูดไม่เกิน 30 mA เพิ่มจากสายดินสำหรับวงจรย่อยห้ากลุ่ม ได้แก่ เต้ารับในห้องน้ำ ห้องครัว โรงจอดรถและห้องใต้ดิน เต้ารับใกล้อ่างล้างภายในระยะ 1.5 เมตร วงจรที่จ่ายไฟภายนอกอาคารและบริภัณฑ์ที่อยู่ในตำแหน่งที่คนสัมผัสได้ เต้ารับชั้นล่าง และวงจรเครื่องทำน้ำอุ่น น้ำร้อน อ่างอาบน้ำและสระว่ายน้ำ ข้อนี้ไม่ได้บังคับให้ใช้กันดูด 30 mA เป็นตัวหลักคุมทั้งบ้าน และไม่มีชื่ออินเวอร์เตอร์หรือระบบโซลาร์อยู่ในรายการ

ส่วนระบบโซลาร์มีมาตรฐานเฉพาะของตัวเองคือ วสท. 022013-22 ข้อ 3.4.3 ซึ่งกำหนดการป้องกันกระแสรั่วลงดินไว้สามทาง คือกันดูด Type B ตาม IEC 62423 อุปกรณ์ปลดวงจรภายใน 0.3 วินาที หรือเครื่องเฝ้าตรวจกระแสเหลือ โดยใช้เกณฑ์ไม่เกิน 300 mA สำหรับอินเวอร์เตอร์พิกัดไม่เกิน 30 kVA และ 10 mA ต่อ kVA เมื่อพิกัดเกิน 30 kVA ตัวเลขชุดนี้ตรงกับเกณฑ์ของ IEC 62109-2 และตรงกับช่วงพิกัดที่ผู้ผลิตระบุในคู่มือ

ข้อที่ต้องตีความคือข้อ 3.1.8 (ค) ที่พูดถึงบริภัณฑ์ที่คนสัมผัสได้ ซึ่งอินเวอร์เตอร์ที่ติดผนังนอกบ้านระดับเอื้อมถึงดูเหมือนจะเข้าข่าย การตีความของเราในฐานะวิศวกรผู้ออกแบบคือ วสท. 022013-22 ซึ่งเป็นมาตรฐานเฉพาะของระบบโซลาร์เป็นตัวกำหนดวงจรอินเวอร์เตอร์ ส่วนข้อ 3.1.8 (ค) มุ่งที่วงจรจ่ายไฟให้โหลดภายนอกอาคาร เช่นปั๊มน้ำ ไฟสนามและเต้ารับนอกบ้าน ทั้งสองมาตรฐานไม่ได้เขียนเชื่อมกันไว้ตรงๆ นี่จึงเป็นการตีความ ไม่ใช่คำวินิจฉัย ภาคผนวก ฒ. ของ วสท. 022001-22 ซึ่งเป็นข้อแนะนำ ก็ยกตัวอย่างระบบไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ไว้ในกลุ่ม Type B ทั้งที่อีกแถวหนึ่งยกอินเวอร์เตอร์เฟสเดียวไว้ในกลุ่ม Type A ก่อนติดตั้งจริงควรยืนยันกับวิศวกรผู้ตรวจหรือการไฟฟ้าในพื้นที่ว่าใช้เกณฑ์ใดกับวงจรนี้

สรุปเชิงวิศวกรรม

  • กันดูดตัดตอนฝนตกเกิดจากค่าความจุแฝงจริง แต่ตัวการหลักคือแผ่นน้ำบนหน้ากระจกแผง ไม่ใช่หลังคาเมทัลชีท ตอนแห้งค่าความจุเล็กจนไม่มีผล
  • อินเวอร์เตอร์เฟสเดียวไร้หม้อแปลงทำให้แผงแกว่งราว 115 V 50 Hz เทียบกับดิน ระบบ 10 kWp ที่เปียกฝนจึงมีกระแสรั่วปกติราว 20–28 mA และเกิน 40 mA ได้ถ้าใช้กระจก 2 มม.
  • กันดูด 30 mA อาจตัดได้ตั้งแต่ราว 15 mA ขณะที่ RCMU ในอินเวอร์เตอร์ยอมให้ถึง 300 mA และยังตัดเมื่อกระแสกระโดด 30 mA อินเวอร์เตอร์จึงทำงานต่อ แต่กันดูดตัวนอกตัด
  • ถ้าอินเวอร์เตอร์แจ้งเตือนค่าฉนวนต่ำ นั่นคือของเสียจริง ต้องวัดรายสตริงและซ่อม ห้ามแก้ด้วยการเพิ่มพิกัดกันดูด ถ้ากันดูดตัดตอนกลางคืน ปัญหาอยู่ในวงจรบ้าน
  • ใช้ชนิดและพิกัดตามคู่มืออินเวอร์เตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ที่ Type A 100–300 mA ไม่ใช้ Type AC ใช้ Type B เมื่อคู่มือไม่ยืนยันเรื่องไฟตรง และไม่ต่ออินเวอร์เตอร์ไว้ใต้กันดูด 30 mA ตัวหลัก
  • วสท. 022001-22 บังคับ 30 mA ให้วงจรย่อยเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่ทั้งบ้าน ส่วนวงจรอินเวอร์เตอร์เราถือตาม วสท. 022013-22 ข้อ 3.4.3 ที่ไม่เกิน 300 mA สำหรับพิกัดไม่เกิน 30 kVA

อ้างอิง

  1. SMA Solar Technology AG — Technical Information: Leading Leakage Currents (Leakage current-TI-en-26, Version 2.6) — เข้าถึงเมื่อ 22 ก.ย. 2569
  2. SMA Solar Technology AG — Technical Information: Criteria for Selecting a Residual-Current Device (RCD-TI-en-43, Version 4.3) — เข้าถึงเมื่อ 22 ก.ย. 2569
  3. Huawei Technologies — RCD Application in HUAWEI Solar Inverter for Australia, Issue 01 (22 มิ.ย. 2563) — เข้าถึงเมื่อ 22 ก.ย. 2569
  4. Growatt New Energy — MIN 2500-6000TL-XH User Manual (ม.ค. 2565) — เข้าถึงเมื่อ 22 ก.ย. 2569
  5. Fronius International — Fronius Symo 3-8.2 kW Installation Instructions (ฉบับ 031-17072025) — เข้าถึงเมื่อ 22 ก.ย. 2569
  6. Enphase Energy — Technical Brief: Installing RCDs on Enphase Microinverter Circuits (AU/NZ) (มิ.ย. 2563) — เข้าถึงเมื่อ 22 ก.ย. 2569
  7. TÜV SÜD Certification and Testing (China) — CB Test Report No. 70.409.20.075.07-00 ตาม IEC 62109-2:2011 ข้อ 4.8.2 และ 4.8.3.5 — เข้าถึงเมื่อ 22 ก.ย. 2569
  8. International Electrotechnical Commission — IEC 62423:2009 Edition 2.0, Type F and type B residual current operated circuit-breakers — เข้าถึงเมื่อ 22 ก.ย. 2569
  9. Schneider Electric — White Paper: Why to Choose Type B Earth Leakage Protection (อ้างนิยามตาม IEC 60755:2017 และ IEC 62423) — เข้าถึงเมื่อ 22 ก.ย. 2569
  10. International Electrotechnical Commission — IEC 62446-1 Edition 1.1 (2016+AMD1:2018) Photovoltaic (PV) systems – Requirements for testing, documentation and maintenance – Part 1: Grid connected systems ข้อ 6.7 และ 8.3 — เข้าถึงเมื่อ 22 ก.ย. 2569
  11. สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ — มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย พ.ศ. 2564 (วสท. 022001-22) ข้อ 2.3.8.1, 3.1.8, 3.1.9 และภาคผนวก ฒ. ตารางที่ ฒ.2.2 — เข้าถึงเมื่อ 22 ก.ย. 2569
  12. สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ — มาตรฐานการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา พ.ศ. 2565 (วสท. 022013-22) ข้อ 3.4.3 และตารางที่ 3.1 — เข้าถึงเมื่อ 17 ส.ค. 2569

หมายเหตุความโปร่งใส: ผู้เขียนดำเนินธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบโซลาร์ และติดตั้งอินเวอร์เตอร์บางยี่ห้อที่ปรากฏในบทความ ตารางพิกัดกันดูดยกมาจากเอกสารของผู้ผลิตเพื่อแสดงรูปแบบของค่าที่ระบุ ไม่ได้เป็นการจัดอันดับหรือแนะนำยี่ห้อใด

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมกันดูดของวงจรโซลาร์ตัดเฉพาะตอนฝนตก

เพราะน้ำที่เปียกทั่วหน้ากระจกแผงและแตะกรอบที่ต่อลงดิน ทำให้ค่าความจุระหว่างเซลล์กับดินเพิ่มขึ้นมาก อินเวอร์เตอร์เฟสเดียวแบบไร้หม้อแปลงทำให้แผงแกว่งราว 115 V 50 Hz เทียบกับดิน กระแสรั่วผ่านความจุจึงเพิ่มตาม ระบบ 10 kWp ที่เปียกฝนรั่วได้ราว 20–28 mA ซึ่งอยู่ในช่วงที่กันดูด 30 mA ตัดได้ ตอนแห้งค่าความจุเล็กจนไม่มีผล

หลังคาเมทัลชีทเป็นต้นเหตุของกันดูดตัดตอนฝนตกหรือไม่

ไม่ใช่ต้นเหตุหลัก เอกสารของ SMA ระบุว่าเมื่อเปียก ค่าความจุผ่านแผ่นน้ำบนหน้ากระจกมีค่ามากกว่าค่าความจุผ่านโครงยึดและผ่านหลังคาจนตัดสองส่วนหลังทิ้งได้ ความหนาของกระจกหน้าแผงจึงสำคัญกว่าชนิดหลังคา

กันดูดวงจรอินเวอร์เตอร์ควรใช้กี่ mA

ใช้ตามคู่มือติดตั้งของอินเวอร์เตอร์รุ่นนั้น อินเวอร์เตอร์สตริงแบบไร้หม้อแปลงส่วนใหญ่ระบุ Type A ตั้งแต่ 100 ถึง 300 mA ขึ้นกับพิกัดและจำนวนเครื่อง มาตรฐาน วสท. 022013-22 ข้อ 3.4.3 ใช้เกณฑ์ไม่เกิน 300 mA สำหรับอินเวอร์เตอร์ไม่เกิน 30 kVA ส่วนไมโครอินเวอร์เตอร์บางรุ่นใช้ 30 mA ได้โดยจำกัดจำนวนตัวต่อกันดูดหนึ่งตัว

ใช้กันดูดพิกัดสูงกว่า 30 mA กับอินเวอร์เตอร์แล้วยังปลอดภัยไหม

อินเวอร์เตอร์ไร้หม้อแปลงมีตัวเฝ้าตรวจกระแสเหลือในตัว ซึ่งตาม IEC 62109-2 ต้องตัดอินเวอร์เตอร์ออกจากกริดเมื่อกระแสเหลือกระโดดขึ้น 30 mA เกณฑ์นี้ออกแบบมาจับเหตุการณ์ฉับพลันแบบที่เกิดเมื่อคนสัมผัส สิ่งที่ห้ามคือใช้การเพิ่มพิกัดไปซ่อนฉนวนเสีย ถ้าอินเวอร์เตอร์แจ้งเตือนค่าฉนวนต่ำต้องหาจุดเสียและซ่อมก่อน

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นฉนวนเสีย ไม่ใช่กระแสรั่วปกติ

ถ้าอินเวอร์เตอร์ขึ้นแจ้งเตือนค่าฉนวนต่ำตอนเริ่มทำงานหลังฝนตก หรือวัดค่าความเป็นฉนวนรายสตริงแล้วสตริงหนึ่งต่ำกว่าเพื่อนชัดเจน นั่นคือฉนวนเสีย เช่นขั้วต่อมีน้ำเข้าหรือสายถลอก ส่วนกระแสรั่วผ่านความจุเกิดระหว่างที่อินเวอร์เตอร์ทำงานโดยไม่มีแจ้งเตือน และถ้ากันดูดตัดตอนกลางคืนที่อินเวอร์เตอร์ไม่ทำงาน ปัญหาอยู่ในวงจรของบ้าน

Leave a Comment