มาตรฐานและการรับรอง

มาตรฐานแผงโซล่าเซลล์ มอก. 61215 และ 61730: จากสมัครใจ สู่สินค้าควบคุม

1 ส.ค. 2569 อ่าน 10 นาที ระดับ ระดับกลาง โดย

มาตรฐานแผงโซล่าเซลล์ ของไทยกำลังเปลี่ยนสถานะ จากสิ่งที่ผู้ผลิตจะทำหรือไม่ทำก็ได้ ไปเป็นสิ่งที่กฎหมายบังคับ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จัด มอก. 61730 เล่ม 2-2567 ไว้ในกลุ่ม 6 มาตรฐานที่ระบุว่า “คาดว่าจะมีผลใช้บังคับภายใน กันยายน 2569” และร่างกฎกระทรวงที่จะทำให้เกิดผลนั้นไม่มีระยะผ่อนผัน — ข้อ 1 กำหนดให้ใช้บังคับนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ตรงคือ วันนี้ยังไม่บังคับ ทั้ง มอก. 61215 และ มอก. 61730 ยังเป็น “มาตรฐานทั่วไป” ที่ออกตามมาตรา 15 คือสมัครใจ ผู้ผลิตที่ไม่ขอ มอก. ยังไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงที่ภาระการตรวจสอบยังเป็นของผู้ซื้อทั้งหมด และเป็นช่วงที่ผู้นำเข้ายังมีเวลาเตรียมใบอนุญาตก่อนกฎกระทรวงจะประกาศ บทความนี้อธิบายว่าสองมาตรฐานนี้ต่างกันอย่างไร ฉบับที่เป็นปัจจุบันคือฉบับไหน การเปลี่ยนผ่านเดินมาถึงขั้นใดแล้ว และวิธีตรวจสอบใบอนุญาตของแผงรุ่นที่คุณกำลังจะซื้อ

มอก. 61215 และ 61730 ยังเป็น “มาตรฐานทั่วไป” — ไม่มีกฎหมายบังคับให้แผงต้องผ่าน

สถานะทางกฎหมายอ่านได้จากตัวมาตรฐานเอง ไม่ต้องตีความ ในหน้าคำนำของ มอก. 61215 เล่ม 1(1)-2568 ระบุว่าคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเสนอให้รัฐมนตรีประกาศตาม มาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 7 พ.ศ. 2558) และมาตรา 15 คืออำนาจออก มาตรฐานทั่วไป ซึ่งเป็นมาตรฐานโดยสมัครใจ

การทำให้ผลิตภัณฑ์กลายเป็นสินค้าควบคุมใช้คนละอำนาจกัน คือ มาตรา 17 และต้องออกเป็น กฎกระทรวง แยกอีกฉบับหนึ่ง มาตรฐานหนึ่งฉบับจึงมีอยู่ได้โดยไม่มีใครถูกบังคับให้ทำตาม นี่ไม่ใช่ช่องโหว่ แต่เป็นโครงสร้างปกติของกฎหมายมาตรฐานไทย ฐานข้อมูลของ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เอง ก็ยังระบุประเภทของ มอก. 61730 เล่ม 2-2567 ว่า “มอก. มาตรฐานทั่วไป”

วิธีจำที่ใช้ได้กับ มอก. ทุกเลข ไม่เฉพาะแผง: มอก. ทั่วไปคือคู่มือของผู้ซื้อ ส่วน มอก. บังคับคือหน้าที่ของผู้ขายและผู้นำเข้า เมื่อมาตรฐานยังเป็นแบบทั่วไป ไม่มีใครถูกบังคับ ผู้ซื้อจึงต้องเป็นฝ่ายถามหาเอง แต่เมื่อใดที่ออกกฎกระทรวงตามมาตรา 17 ภาระย้ายไปอยู่กับผู้ทำ ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายทันที และการไม่มีมาตรฐานกลายเป็นความผิดตามกฎหมาย ไม่ใช่แค่ข้อเสียเปรียบในการขาย ความต่างนี้ยังสะท้อนที่ชนิดใบอนุญาตด้วย มาตรฐานทั่วไปใช้ใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน ส่วนมาตรฐานบังคับต้องมีใบอนุญาตทำหรือนำเข้า

ทั้งสองประเภทมีรายชื่ออย่างเป็นทางการที่ตรวจสอบได้เอง: รายการมาตรฐานทั่วไปของ สมอ. และ รายการผลิตภัณฑ์ที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) วิธีตรวจสถานะที่เร็วที่สุดเมื่ออ่านบทความนี้ในอนาคต คือเปิดรายการที่สองแล้วดูว่ามีแผงเซลล์แสงอาทิตย์อยู่ในนั้นหรือยัง

ผลกระทบต่อเงินของคุณตรงไปตรงมา: ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐคนใดตรวจให้ว่าแผงบนหลังคาคุณผ่านการทดสอบหรือไม่ ผู้ผลิตที่ไม่ขอ มอก. ก็ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ข้อกำหนดเรื่องมาตรฐานจึงต้องถูกเขียนลงในสัญญาของคุณเอง ไม่ใช่ฝากไว้กับกฎหมาย — โครงสร้างเดียวกันนี้เกิดกับแบตเตอรี่เช่นกัน ตามที่อธิบายไว้ในบทความเรื่องชนิดแบตเตอรี่โซลาร์

มาตรฐานแผงโซล่าเซลล์สองฉบับนี้ตอบคนละคำถาม: 61215 ถามว่าทน 61730 ถามว่าปลอดภัย

ทั้งสองเลขไม่ได้แทนกัน และแผงที่ดีต้องมีทั้งคู่ มอก. 61215 คือมาตรฐาน คุณสมบัติการออกแบบและรับรองแบบ ตอบว่าแผงยังผลิตไฟได้ตามที่โฆษณาหลังผ่านความเค้นทางกลและสภาพอากาศจำลองหรือไม่ ส่วน มอก. 61730 คือมาตรฐาน คุณสมบัติด้านความปลอดภัย ตอบว่าแผงจะไม่ทำให้เกิดไฟไหม้ ไฟช็อต หรือการบาดเจ็บ แผงที่ผ่าน 61215 แต่ไม่ผ่าน 61730 คือแผงที่ผลิตไฟได้ดีและอาจไม่ปลอดภัย

มอก. 61730 ยังแบ่งเป็นสองเล่มที่ต้องใช้คู่กันเสมอ: เล่ม 1 เป็นข้อกำหนดสำหรับการสร้าง (วัสดุ ระยะห่าง โครงสร้าง) และ เล่ม 2 เป็นข้อกำหนดสำหรับการทดสอบ ขอบข่ายของเล่ม 2 ระบุเองว่าใช้เพื่อรับรองความปลอดภัยได้ก็ต่อเมื่อใช้ร่วมกับเล่ม 1 เท่านั้น ใบรับรองที่อ้างเฉพาะเล่ม 2 โดยไม่มีเล่ม 1 จึงเป็นการอ้างที่ไม่ครบ

ฉบับล่าสุดคือ 61215 เล่ม 1(1)-2568 และ 61730 เล่ม 1/เล่ม 2-2567

ตัวเลขปีท้ายชื่อมาตรฐานคือปีที่ประกาศ ไม่ใช่ปีที่มีผล และทั้งสองฉบับใช้กติกาเดียวกันคือมีผลเมื่อพ้นกำหนด 120 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา จุดที่มักคำนวณผิดคือการนับ 120 วันจากวันที่รัฐมนตรีลงนามในประกาศกระทรวง ซึ่งเป็นคนละวันกับวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และห่างกันได้หลายเดือน

มาตรฐานรับมาจากราชกิจจานุเบกษามีผลใช้งาน
มอก. 61215 เล่ม 1(1)-2568IEC 61215-1-1:2021 (Edition 2.0)เล่ม 143 ตอนพิเศษ 5 ง — 7 ม.ค. 25697 พ.ค. 2569
มอก. 61730 เล่ม 1-2567IEC 61730-1:2023เล่ม 142 ตอนพิเศษ 66 ง — 13 ก.พ. 256813 มิ.ย. 2568
มอก. 61730 เล่ม 2-2567IEC 61730-2:2023 (Edition 3.0)เล่ม 142 ตอนพิเศษ 66 ง — 13 ก.พ. 256813 มิ.ย. 2568
ตารางสรุป: ฉบับที่เป็นปัจจุบันของมาตรฐานแผงเซลล์แสงอาทิตย์ไทย พร้อมวันประกาศและวันมีผลใช้งาน

ทั้งสามฉบับรับมาตรฐาน IEC มาใช้ด้วยวิธี พิมพ์ซ้ำ ( reprinting ) ในระดับ เหมือนกันทุกประการ ( identical ) โดยยึดฉบับภาษาอังกฤษของ IEC เป็นหลัก ข้อนี้มีผลจริงในทางปฏิบัติ: เนื้อหาการทดสอบของ มอก. กับ IEC รุ่นเดียวกันไม่ต่างกัน ผลทดสอบตาม IEC 61730-2:2023 จากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการยอมรับจึงเทียบเคียงกับ มอก. 61730 เล่ม 2-2567 ได้ในทางเทคนิค — แต่ไม่ได้แปลว่ามีใบอนุญาต มอก. ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน และเป็นประเด็นของหัวข้อสุดท้าย

“มอก. 61215” ไม่ใช่เอกสารเล่มเดียว แต่เป็นชุด 6 เล่ม

คนจำนวนมากพูดถึง “มอก. 61215” ราวกับเป็นเอกสารฉบับเดียว ความจริงคือเป็นอนุกรมที่แยกเป็น 6 เล่ม โดยเล่มที่เกี่ยวกับแผงผลึกซิลิคอน — ซึ่งคือแผงเกือบทั้งหมดบนหลังคาบ้านในไทย — คือ เล่ม 1(1) ส่วนเล่มอื่นครอบคลุมฟิล์มบางแต่ละชนิดและขั้นตอนการทดสอบ ในปี 2568 สมอ. แก้ไขปรับปรุงใหม่ทั้ง 6 เล่ม ไม่ใช่เฉพาะเล่ม 1(1)

ที่มาของโครงสร้างนี้อธิบายความสับสนของเอกสารเก่าได้ดี เดิมไทยแยกเป็นสองมาตรฐาน คือ มอก. 1843 สำหรับผลึกซิลิคอน (ประกาศครั้งแรก มอก. 1843-2542) และ มอก. 2210 สำหรับฟิล์มบาง (มอก. 2210-2548) ต่อมา IEC ยกเลิก IEC 61646 ซึ่งเป็นมาตรฐานฟิล์มบาง แล้วเรียบเรียงเนื้อหาเข้ามารวมในอนุกรม IEC 61215 โดยแยกเป็น 6 เล่ม ไทยจึงยกเลิกมาตรฐานเดิมทั้งสองแล้วออก มอก. 61215 ทั้งชุดในปี 2561 ⇒ ถ้าเอกสารของผู้ขายยังอ้าง มอก. 1843 หรือ มอก. 2210 นั่นคือมาตรฐานที่ถูกยกเลิกไปแล้ว ไม่ใช่แค่ฉบับเก่า

ฉบับ 2568 เพิ่มการทดสอบ 3 รายการ และดึง PID เข้ามาเป็นการทดสอบมาตรฐาน

การปรับจาก IEC 61215-1-1:2016 มาเป็น Edition 2.0 (2021) เพิ่มหัวข้อทดสอบเข้ามาสามรายการ ได้แก่ MQT 20 การทดสอบความเค้นเชิงกลแบบวัฏจักร ( cyclic/dynamic mechanical load ), MQT 21 การทดสอบการเสื่อมสภาพจากแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำ ( PID ) และ MQT 22 การทดสอบการบิดงอสำหรับแผงชนิดยืดหยุ่น

รายการที่มีน้ำหนักที่สุดสำหรับหลังคาในไทยคือ MQT 21 เพราะ PID เป็นกลไกเสื่อมสภาพที่เร่งตัวด้วยความชื้นและอุณหภูมิสูง ซึ่งเป็นสภาพอากาศไทยตลอดปี การที่ PID ถูกยกจาก “การทดสอบทางเลือกที่ผู้ผลิตจะทำหรือไม่ทำก็ได้” มาเป็นหัวข้อในมาตรฐานรับรองแบบ แปลว่าแผงที่ผ่านฉบับ 2568 ถูกตรวจในเรื่องที่ตรงกับความเสี่ยงจริงของภูมิอากาศนี้มากกว่าแผงที่ผ่านฉบับ 2561 กลไกของ PID และการเสื่อมสภาพรูปแบบอื่นอธิบายไว้ในบทความเรื่องการเสื่อมสภาพแผงโซล่าเซลล์

ข้อควรระวังในการอ่านสเปก: มาตรฐานกำหนดเกณฑ์การทำให้เสถียร ( stabilization ) และเกณฑ์ความสามารถในการทำซ้ำของการวัดไว้เป็นตัวเลข แต่ตัวเลขเหล่านั้นอยู่ในเนื้อมาตรฐานที่มีลิขสิทธิ์ บทความนี้จึงไม่ยกมาอ้าง ผู้ที่ต้องใช้ค่าจริงในการออกแบบหรือทำสัญญาควรซื้อมาตรฐานจาก สมอ. หรือ IEC โดยตรง

61730 ฉบับ 2567 ตัดการทดสอบอุณหภูมิออก และเพิ่มนิยาม “แผงขนาดใหญ่มาก”

การเปลี่ยนแปลงที่ดูขัดความรู้สึกที่สุดใน IEC 61730-2:2023 คือการถอดการทดสอบอุณหภูมิ ( MST 21 ) ออกจากมาตรฐาน เหตุผลที่ IEC ให้ไว้เป็นเชิงวิศวกรรมล้วน ๆ คือแผงที่ติดตั้งแบบไม่ถูกจำกัดการระบายอากาศในภูมิอากาศกลางแจ้งที่อุณหภูมิต่ำกว่า 40 องศาเซลเซียส จะมีอุณหภูมิทำงานที่เปอร์เซ็นไทล์ที่ 98 ไม่เกิน 70 องศาเซลเซียส ซึ่งข้อกำหนดเดิมใน IEC 61730-1 ที่ให้ค่าดัชนีความทนอุณหภูมิของวัสดุอย่างน้อย 90 องศาเซลเซียส ครอบคลุมอยู่แล้ว การทดสอบซ้ำจึงไม่เพิ่มข้อมูล

ข้อควรสังเกตสำหรับผู้ติดตั้งไทย: เงื่อนไขข้างต้นตั้งอยู่บนสมมติฐาน “ติดตั้งแบบระบายอากาศได้” การติดตั้งแผงแนบหลังคาโดยไม่เว้นช่องลม หรือติดตั้งในลักษณะที่ความร้อนสะสม ทำให้แผงทำงานนอกกรอบสมมติฐานที่ IEC ใช้ตัดการทดสอบนี้ออก — มาตรฐานถูกตัดเพราะการติดตั้งปกติปลอดภัยพอ ไม่ใช่เพราะความร้อนไม่สำคัญ

อีกรายการที่เพิ่มเข้ามาคือนิยาม แผงขนาดใหญ่มาก ( very large module ) หมายถึงแผงที่มีด้านใดด้านหนึ่งยาวเกิน 2.2 เมตร หรือยาวเกิน 1.5 เมตรทั้งสองด้าน พร้อมภาคผนวกเฉพาะสำหรับการทดสอบแผงกลุ่มนี้ นิยามนี้เกิดขึ้นเพราะแผงกำลังสูงรุ่นใหม่โตขึ้นจนวิธีทดสอบเดิมใช้ไม่ได้ตรง ๆ และเป็นสัญญาณว่าแผงใหญ่กว่ามาตรฐานเดิมกำลังกลายเป็นเรื่องปกติ

ร่างกฎกระทรวงที่จะทำให้แผงเป็นสินค้าควบคุมมีอยู่จริง แต่ยังไม่มีผล

หน้ารายชื่อผลิตภัณฑ์ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานของ สมอ. แบ่งเป็นสองส่วน และความต่างของสองส่วนนี้คือคำตอบทั้งหมด ส่วนแรกคือมาตรฐานที่มีผลบังคับใช้แล้ว จำนวน 152 มาตรฐาน แต่ละรายการมีวันที่มีผลใช้บังคับกำกับไว้ ส่วนที่สองคือ “มาตรฐานที่คาดว่าจะมีผลใช้บังคับภายใน กันยายน 2569 จำนวน 6 มาตรฐาน” ซึ่งยังไม่มีวันที่กำกับ

มอก. 61730 เล่ม 2-2567 อยู่ในกลุ่มที่สอง ร่วมกับอุปกรณ์อีกห้ารายการของระบบโซลาร์ ได้แก่ ตัวผกผัน ( มอก. 2603 เล่ม 2-2556 ), เครื่องตัดวงจร ( มอก. 60947 เล่ม 2-2569 ), สายไฟฟ้าสำหรับระบบเซลล์แสงอาทิตย์ ( มอก. 62930-2564 ), แบตเตอรี่ลิเทียมสำหรับระบบกักเก็บพลังงาน ( มอก. 63056-2567 ) และฟิวส์แรงดันไฟฟ้าต่ำสำหรับระบบเซลล์แสงอาทิตย์ ( มอก. 60269 เล่ม 6-2567 ) กล่าวอีกอย่างคือ ระบบโซลาร์ทั้งระบบกำลังถูกยกเข้าสู่การควบคุมในรอบเดียวกัน

แม้เป้าหมายเดือนเดียวกัน แต่ร่างของแผงเดินหน้าไปไกลกว่าอีกห้ารายการ ประกาศรับฟังความคิดเห็นร่างกฎกระทรวงของแผงเผยแพร่เมื่อ 21 พ.ค. 2569 และเปิดรับฟังระหว่าง 20 พ.ค. ถึง 18 มิ.ย. 2569 เป็นเวลา 30 วัน — ปิดไปแล้ว ขณะที่ร่างของเครื่องตัดวงจร ตัวผกผัน ฟิวส์ แบตเตอรี่ลิเทียม และสายไฟฟ้า เพิ่งประกาศเมื่อ 14 ก.ค. 2569 และยังเปิดรับฟังถึง 7 ส.ค. 2569 พูดง่าย ๆ คือแผงพ้นขั้นรับฟังความคิดเห็นไปแล้วและอยู่ในขั้นตอนถัดไปของกระบวนการออกกฎ ส่วนอีกห้ารายการยังอยู่ในขั้นรับฟัง

สองข้อสังเกตที่สำคัญกับผู้ซื้อ ข้อแรก คำว่า “คาดว่า” เป็นคำของ สมอ. เองบนหน้าเว็บไซต์ราชการ ไม่ใช่การตีความของเรา ตราบใดที่รายการยังอยู่ในกลุ่มที่สองและไม่มีวันที่กำกับ แปลว่ายังไม่บังคับ ข้อที่สอง มอก. 61215 ไม่ปรากฏในรายการใดเลย ทั้งกลุ่มที่บังคับแล้วและกลุ่มที่คาดว่าจะบังคับ — มาตรฐานที่กำลังจะกลายเป็นสินค้าควบคุมคือมาตรฐานความปลอดภัย 61730 เล่ม 2 ไม่ใช่มาตรฐานการรับรองแบบ 61215

ตัวร่างกฎกระทรวงที่ สมอ. เผยแพร่ประกอบการรับฟังความคิดเห็นมีเนื้อหาสั้นมากเพียงสามข้อ และทั้งสามข้อมีผลต่อผู้ซื้อและผู้นำเข้าโดยตรง ร่างนี้ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 17/1 แห่ง พ.ร.บ. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 8 พ.ศ. 2562) ประกอบมาตรา 58 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มอำนาจฝั่งสินค้าควบคุม ไม่ใช่มาตรา 15

  • ข้อ 1 — ไม่มีระยะผ่อนผัน ร่างระบุว่า “กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป” คือมีผลตั้งแต่วันที่ประกาศ ไม่มีบทเฉพาะกาล ไม่มีการนับวันผ่อนผันใด ๆ
  • ข้อ 2 — ขอบเขต ใช้กับแผงเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกซิลิคอน และไม่ครอบคลุมแผงที่รวมอยู่กับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอื่น
  • ข้อ 3 — มาตรฐานที่ต้องเป็นไปตาม ระบุ มอก. 61730 เล่ม 2-2567 เพียงฉบับเดียว ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2567 — ไม่มี มอก. 61215 อยู่ในร่าง

ข้อ 3 เป็นหลักฐานยืนยันประเด็นที่กล่าวไว้ข้างต้นอีกชั้นหนึ่ง: สิ่งที่กำลังจะกลายเป็นสินค้าควบคุมคือมาตรฐานความปลอดภัย 61730 เล่ม 2 ไม่ใช่มาตรฐานรับรองแบบ 61215 ส่วนเอกสารแนบท้ายประกาศรับฟังความคิดเห็นก็มีเพียงร่างกฎกระทรวง บันทึกหลักการและเหตุผล และร่างมาตรฐาน มอก. 61730 เล่ม 2-2567 สอดคล้องกันทั้งหมด

ย้ำว่านี่คือ “ร่าง” เอกสารมีคำว่า ร่าง กำกับ และช่องวันที่ท้ายร่างยังเว้นว่างไว้เป็น “ให้ไว้ ณ วันที่ ____ พ.ศ. 2569” ข้อความรายข้ออาจเปลี่ยนได้ก่อนประกาศจริง แต่เจตนาที่ปรากฏในร่างคือไม่มีระยะผ่อนผัน เอกสารประกอบการสัมมนาของ สมอ. เมื่อ 16 กรกฎาคม 2569 แสดงลำดับขั้นของกระบวนการไว้ดังนี้

ช่วงเวลาขั้นตอน
พ.ค. 2569เสนอคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
20 พ.ค. 2569เปิดรับฟังความคิดเห็น 30 วัน
12 มิ.ย. 2569สัมมนาครั้งที่ 1
16 ก.ค. 2569สัมมนาครั้งที่ 2
ส.ค. 2569คาดการณ์ว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี
ก.ย. 2569คาดการณ์ว่าจะเริ่มบังคับใช้
ตารางสรุป: ลำดับขั้นการผลักดัน มอก. 61730 เล่ม 2-2567 เป็นสินค้าควบคุม ตามเอกสารของ สมอ. ลงวันที่ 16 ก.ค. 2569 โดยสองขั้นสุดท้ายระบุว่าเป็นการคาดการณ์

คำว่า คาดการณ์ ในสองบรรทัดสุดท้ายเป็นคำของ สมอ. เอง และมีความหมายในทางกฎหมาย: หน่วยงานไม่คาดการณ์ขั้นตอนที่ตนดำเนินการเสร็จแล้ว เอกสารฉบับนี้จึงยืนยันในตัวเองว่า ณ กลางเดือนกรกฎาคม 2569 มาตรฐานนี้ยังไม่ถูกบังคับ

ประเด็นที่ผู้นำเข้าควรให้น้ำหนักมากที่สุดคือ ร่างฉบับนี้ไม่มีระยะผ่อนผัน ตามข้อ 1 ข้างต้น และเข้มกว่าร่างของอุปกรณ์อีกห้ารายการเสียอีก เพราะร่างทั้งห้าฉบับนั้นใช้ถ้อยคำว่ามีผล “นับแต่วันถัดจากวันประกาศ” ขณะที่ร่างของแผงใช้ “นับแต่วันประกาศ” ซึ่งเร็วกว่าหนึ่งวัน เอกสารสัมมนาของ สมอ. ก็อธิบายตรงกันว่าเมื่อกฎกระทรวงมีผล ผู้นำเข้าและผู้ผลิตต้องได้รับใบอนุญาตแล้ว

ความต่างนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับผู้นำเข้า ถ้าไม่มีระยะผ่อนผัน สต๊อกแผงที่ยังไม่มีใบอนุญาตจะขายต่อไม่ได้นับแต่วันที่กฎกระทรวงมีผล ผู้ที่มีสินค้าค้างสต๊อกจึงควรตรวจสอบสถานะใบอนุญาตกับ สมอ. ล่วงหน้า ไม่ใช่รอให้ประกาศออกก่อน

สถานะ ณ ที่เขียนบทความนี้จึงสรุปได้ว่า เรายังไม่พบการประกาศกฎกระทรวงฉบับนี้ในราชกิจจานุเบกษาพร้อมวันที่จริง และฐานข้อมูลของ สมอ. ยังคงระบุมาตรฐานทั้งสองเป็นมาตรฐานทั่วไป รายงานข่าวคำแถลงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ก็ใช้คำว่าคาดว่าจะมีผลภายในเดือนกันยายนเช่นกัน จนกว่าจะมีการประกาศพร้อมวันที่ สถานะทางกฎหมายคือ “ยังไม่บังคับ”

สิ่งที่จะเปลี่ยนไปในวันที่บังคับใช้จริงมีผลกับผู้นำเข้ามากที่สุด: ระบบ National Single Window ของกรมศุลกากรจะผูกกับพิกัดศุลกากรของสินค้า ผู้นำเข้าที่ไม่มีใบอนุญาตจะนำของออกจากด่านไม่ได้ และจะแสดงเครื่องหมาย มอก. ได้ก็ต่อเมื่อรับมอบสินค้าจากเจ้าพนักงานศุลกากรแล้ว ผู้ผลิตในประเทศและผู้นำเข้าที่ได้ใบอนุญาตยังมีหน้าที่ต่อเนื่องอีกหลายอย่าง ทั้งการตรวจประเมินโรงงาน การสุ่มตัวอย่างแผงประมาณ 6 แผงอย่างน้อยปีละครั้ง และการรายงานปริมาณผ่านระบบของ สมอ.

อีกจุดที่ผู้นำเข้าควรรู้: ร่างกฎกระทรวงทั้งห้าฉบับของอุปกรณ์ร่วมระบบเป็นคนละฉบับกับร่างของแผง และร่างทั้งห้าฉบับนั้นกำหนดให้มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ โดยไม่ปรากฏบทเฉพาะกาลหรือระยะผ่อนผันในตัวร่าง — ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่เอกสารสัมมนาของ สมอ. ระบุไว้สำหรับแผง และเป็นเหตุผลว่าทำไมประเด็นระยะผ่อนผันจึงยังไม่ถือว่ายุติ

วิธีตรวจสอบว่าแผงรุ่นที่จะซื้อมีใบอนุญาต มอก. จริง

ใบรับรองผลทดสอบกับใบอนุญาต มอก. ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน สิ่งที่ตรวจสอบได้จริงคือเลขที่ใบอนุญาต ซึ่งค้นได้จากฐานข้อมูลใบอนุญาตของ สมอ. โดยระบบจะแสดงชื่อผู้รับใบอนุญาต โรงงานที่ผลิต มาตรฐานและเล่มที่ที่ได้รับอนุญาต ประเภทใบอนุญาต และรายละเอียดพิกัดที่ครอบคลุม

สามจุดที่คนมองข้ามเมื่อเปิดดูใบอนุญาตจริง

  • ดูว่าใบอนุญาตครอบคลุมพิกัดกำลังไฟฟ้าของรุ่นที่จะซื้อหรือไม่ — ใบอนุญาตที่เราเปิดตรวจสอบระบุค่ากำลังไฟฟ้าที่ครอบคลุมไว้เป็นรายค่า เช่น ใบอนุญาตของผู้ผลิตไทยรายหนึ่งครอบคลุมตั้งแต่ 290 W ถึง 415 W เท่านั้น ผลลัพธ์คือใบอนุญาตผูกกับพิกัดของรุ่น ไม่ใช่ผูกกับยี่ห้อ ถ้ารุ่นที่คุณกำลังจะซื้อมีกำลังไฟฟ้านอกช่วงที่ระบุไว้ ก็ควรขอให้ผู้ขายชี้ใบอนุญาตที่ครอบคลุมรุ่นนั้นโดยตรง แม้จะเป็นยี่ห้อเดียวกันและโรงงานเดียวกันก็ตาม
  • ตรวจว่าเป็นมาตรฐานฉบับปีไหน — ใบอนุญาตจำนวนมากยังออกตาม มอก. 61215 เล่ม 1(1)-2561 ซึ่งเป็นฉบับก่อนหน้า ไม่ได้แปลว่าแผงไม่ดี แต่แปลว่ายังไม่ได้ผ่านหัวข้อทดสอบที่เพิ่มเข้ามาในฉบับ 2568 รวมถึง PID
  • ดูประเภทใบอนุญาต — ปัจจุบันแผงจะเป็น “ใบอนุญาตแสดง” คือได้รับอนุญาตให้แสดงเครื่องหมายมาตรฐานตามมาตรฐานทั่วไป ซึ่งสอดคล้องกับสถานะสมัครใจที่อธิบายไปข้างต้น
  • เครื่องหมายบนแผงต้องมีชื่อผู้รับใบอนุญาตกำกับ — รูปแบบเครื่องหมายที่ สมอ. ใช้ประกอบด้วยเลขที่มาตรฐานพร้อมเล่มที่ และชื่อผู้รับใบอนุญาต เครื่องหมายที่มีแต่สัญลักษณ์ลอย ๆ โดยไม่มีเลขมาตรฐานและชื่อผู้รับใบอนุญาตกำกับ จึงตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้

ข้อกำหนดที่ควรเขียนลงในใบเสนอราคาหรือสัญญาจึงไม่ใช่คำว่า “แผงมี มอก.” แต่ควรระบุ เลขที่ใบอนุญาต มอก. ของรุ่นที่ส่งมอบจริง พร้อมเล่มที่และปีของมาตรฐาน และผูกไว้กับรุ่นที่ระบุในขั้นตอนการเลือกแผง เพราะเมื่อไม่มีกฎหมายบังคับ สัญญาคือกลไกบังคับเดียวที่คุณมี

สรุปเชิงวิศวกรรม

  • ณ ต้นเดือน ส.ค. 2569 มอก. 61215 และ มอก. 61730 เป็นมาตรฐานทั่วไป ออกตามมาตรา 15 ไม่มีกฎหมายบังคับให้แผงที่ขายในไทยต้องผ่าน
  • ฉบับปัจจุบัน: มอก. 61215 เล่ม 1(1)-2568 มีผล 7 พ.ค. 2569 และ มอก. 61730 เล่ม 1 และ เล่ม 2-2567 มีผล 13 มิ.ย. 2568
  • 61215 ตอบเรื่องความทน 61730 ตอบเรื่องความปลอดภัย และ 61730 ต้องใช้เล่ม 1 คู่กับเล่ม 2 เสมอ
  • ฉบับ 2568 เพิ่ม MQT 20/21/22 โดย MQT 21 (PID) คือรายการที่ตรงกับความเสี่ยงของภูมิอากาศไทยที่สุด
  • รายชื่อสินค้าควบคุมของ สมอ. จัด มอก. 61730 เล่ม 2-2567 ไว้ในกลุ่ม “คาดว่าจะมีผลใช้บังคับภายใน ก.ย. 2569” รวม 6 มาตรฐาน คู่กับตัวผกผัน เครื่องตัดวงจร สายไฟฟ้า แบตเตอรี่ ESS และฟิวส์ — ยังไม่บังคับ ส่วนที่บังคับแล้วมี 152 มาตรฐาน และไม่มีรายการใดเกี่ยวกับแผง
  • มอก. 61215 ไม่ปรากฏในรายการสินค้าควบคุมเลย ตัวที่กำลังจะบังคับคือมาตรฐานความปลอดภัย 61730 เล่ม 2 ไม่ใช่มาตรฐานรับรองแบบ 61215
  • ร่างกฎกระทรวงไม่มีระยะผ่อนผัน — ข้อ 1 ระบุให้ใช้บังคับนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เข้มกว่าร่างของอุปกรณ์อีกห้ารายการที่ใช้ “วันถัดจากวันประกาศ” ผู้มีสต๊อกจึงต้องเตรียมใบอนุญาตล่วงหน้า ไม่ใช่รอวันประกาศ
  • ร่างใช้กับแผงชนิดผลึกซิลิคอน ไม่ครอบคลุมแผงที่รวมอยู่กับผลิตภัณฑ์อื่น และข้อ 3 อ้าง มอก. 61730 เล่ม 2-2567 ฉบับเดียว
  • ตรวจเลขที่ใบอนุญาตกับฐานข้อมูล สมอ. ทุกครั้ง และดูว่าพิกัดกำลังไฟฟ้าของรุ่นที่จะซื้ออยู่ในใบอนุญาตนั้นหรือไม่ — แล้วเขียนลงสัญญา

เราตรวจสอบสถานะกับรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานของ สมอ. ครั้งล่าสุดเมื่อ 1 สิงหาคม 2569 และขณะนั้นแผงเซลล์แสงอาทิตย์ยังอยู่ในกลุ่ม “คาดว่าจะมีผลใช้บังคับ” ไม่ใช่กลุ่มที่บังคับแล้ว สถานะนี้เปลี่ยนได้ทุกเมื่อเมื่อกฎกระทรวงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผู้อ่านควรเปิดรายชื่อดังกล่าวและตรวจเลขที่ใบอนุญาตกับ สมอ. โดยตรงก่อนตัดสินใจซื้อหรือลงนามในสัญญา

อ้างอิง

  • สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) — มอก. 61215 เล่ม 1(1)-2568 แผงเซลล์แสงอาทิตย์ภาคพื้นดิน – คุณสมบัติการออกแบบและรับรองแบบ เล่ม 1(1) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศและงานทั่วไป เล่ม 143 ตอนพิเศษ 5 ง วันที่ 7 มกราคม 2569. เข้าถึงเมื่อ 31 กรกฎาคม 2569
  • สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) — มอก. 61730 เล่ม 2-2567 คุณสมบัติด้านความปลอดภัยของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ เล่ม 2 ข้อกำหนดสำหรับการทดสอบ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศและงานทั่วไป เล่ม 142 ตอนพิเศษ 66 ง วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568. เข้าถึงเมื่อ 31 กรกฎาคม 2569
  • สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม — ฐานข้อมูลมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ระเบียน มอก. 61730 เล่ม 1-2567 และ เล่ม 2-2567). a.tisi.go.th — เข้าถึงเมื่อ 1 สิงหาคม 2569
  • สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม — ฐานข้อมูลใบอนุญาตมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม. a.tisi.go.th/l — เข้าถึงเมื่อ 1 สิงหาคม 2569
  • สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม — ผลิตภัณฑ์ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) ระบุมาตรฐานที่มีผลบังคับใช้แล้ว 152 มาตรฐาน และมาตรฐานที่คาดว่าจะมีผลใช้บังคับภายในกันยายน 2569 อีก 6 มาตรฐาน. tisi.go.th — เข้าถึงเมื่อ 1 สิงหาคม 2569
  • สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม — มาตรฐานทั่วไป. tisi.go.th — เข้าถึงเมื่อ 1 สิงหาคม 2569
  • สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม — ร่างกฎกระทรวง กำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. …. เอกสารประกอบการรับฟังความคิดเห็น (รับฟัง 20 พ.ค. – 18 มิ.ย. 2569, เผยแพร่ 21 พ.ค. 2569). tisi.go.th/products-regulation/1833 — เข้าถึงเมื่อ 1 สิงหาคม 2569. เอกสารยังมีสถานะเป็นร่าง
  • International Electrotechnical Commission — IEC 61215-1-1:2021, Terrestrial photovoltaic (PV) modules – Design qualification and type approval – Part 1-1, Edition 2.0. webstore.iec.ch — เข้าถึงเมื่อ 31 กรกฎาคม 2569
  • International Electrotechnical Commission — IEC 61730-2:2023, Photovoltaic (PV) module safety qualification – Part 2: Requirements for testing, Edition 3.0. webstore.iec.ch — เข้าถึงเมื่อ 31 กรกฎาคม 2569
  • พระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 มาตรา 15 และมาตรา 17 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 7 พ.ศ. 2558 และฉบับที่ 8 พ.ศ. 2562)
  • สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กองตรวจการมาตรฐาน 2) — เอกสารประกอบการสัมมนา การตรวจติดตามภายหลังได้รับใบอนุญาตมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มาตรฐานเลขที่ มอก. 61730 เล่ม 2-2567, 16 กรกฎาคม 2569. เข้าถึงเมื่อ 31 กรกฎาคม 2569
  • THE STANDARD — รัฐจ่อออกมาตรฐานบังคับแผงโซลาร์เซลล์ ก.ย. 69 (2 มิถุนายน 2569). thestandard.co — เข้าถึงเมื่อ 31 กรกฎาคม 2569

คำถามที่พบบ่อย

แผงโซล่าเซลล์ที่ขายในไทยต้องมี มอก. ตามกฎหมายหรือไม่

ณ เดือนกรกฎาคม 2569 ยังไม่ต้อง มอก. 61215 และ มอก. 61730 ออกตามมาตรา 15 แห่ง พ.ร.บ. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 ซึ่งเป็นอำนาจออกมาตรฐานทั่วไปโดยสมัครใจ การบังคับเป็นสินค้าควบคุมต้องออกกฎกระทรวงตามมาตรา 17 แยกอีกฉบับ ซึ่งมีร่างอยู่จริงแต่ยังไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา รายชื่อสินค้าควบคุมของ สมอ. จัด มอก. 61730 เล่ม 2-2567 ไว้ในกลุ่มมาตรฐานที่คาดว่าจะมีผลใช้บังคับภายในกันยายน 2569 จำนวน 6 มาตรฐาน ซึ่งยังไม่มีวันที่มีผลใช้บังคับกำกับ ต่างจากกลุ่มที่บังคับแล้ว 152 มาตรฐานที่มีวันที่กำกับทุกรายการ ส่วน มอก. 61215 ไม่ปรากฏในรายการสินค้าควบคุมเลย

ถ้า มอก. 61730 กลายเป็นสินค้าควบคุมแล้วจะเปลี่ยนอะไรบ้าง

ผู้นำเข้าและผู้ผลิตในประเทศต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะผลิตหรือนำเข้าได้ ระบบ National Single Window ของกรมศุลกากรจะผูกกับพิกัดศุลกากร ผู้นำเข้าที่ไม่มีใบอนุญาตจะนำของออกจากด่านไม่ได้ และผู้ได้รับใบอนุญาตยังมีหน้าที่ต่อเนื่อง ทั้งการตรวจประเมินโรงงาน การสุ่มตัวอย่างประมาณ 6 แผงอย่างน้อยปีละครั้ง และการรายงานปริมาณผ่านระบบของ สมอ. ที่สำคัญคือร่างกฎกระทรวงฉบับนี้ไม่มีระยะผ่อนผัน ข้อ 1 ระบุให้ใช้บังคับนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งเข้มกว่าร่างของอุปกรณ์อีกห้ารายการที่ใช้ถ้อยคำว่านับแต่วันถัดจากวันประกาศ ผู้มีสินค้าค้างสต๊อกจึงต้องเตรียมใบอนุญาตล่วงหน้า ไม่ใช่รอให้ประกาศออกก่อน ทั้งนี้เอกสารดังกล่าวยังเป็นร่างและถ้อยคำอาจเปลี่ยนได้ก่อนประกาศจริง

มอก. ทั่วไป กับ มอก. บังคับ ต่างกันอย่างไร

มอก. ทั่วไปออกตามมาตรา 15 เป็นประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่บังคับใคร จึงเป็นเกณฑ์ที่ผู้ซื้อใช้เลือกสินค้า ส่วน มอก. บังคับออกตามมาตรา 17 เป็นกฎกระทรวงคนละฉบับ และบังคับผู้ทำ ผู้นำเข้า และผู้จำหน่าย พูดสั้นที่สุดคือ มอก. ทั่วไปเป็นคู่มือของผู้ซื้อ ส่วน มอก. บังคับเป็นหน้าที่ของผู้ขายและผู้นำเข้า ต่างกันที่ชนิดใบอนุญาตด้วย แบบทั่วไปใช้ใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน แบบบังคับต้องมีใบอนุญาตทำหรือนำเข้า

มอก. 61215 กับ มอก. 61730 ต่างกันอย่างไร

มอก. 61215 เป็นมาตรฐานคุณสมบัติการออกแบบและรับรองแบบ ตอบว่าแผงยังผลิตไฟได้ตามที่ระบุหลังผ่านความเค้นทางกลและสภาพอากาศจำลองหรือไม่ ส่วน มอก. 61730 เป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัย ตอบว่าแผงจะไม่ทำให้เกิดไฟไหม้ ไฟช็อต หรือการบาดเจ็บ แผงที่ดีต้องผ่านทั้งสองฉบับ ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

มาตรฐานแผงโซล่าเซลล์ฉบับล่าสุดคือฉบับไหน

มอก. 61215 เล่ม 1(1)-2568 สำหรับแผงผลึกซิลิคอน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 7 มกราคม 2569 มีผล 7 พฤษภาคม 2569 และ มอก. 61730 เล่ม 1-2567 กับ เล่ม 2-2567 ประกาศ 13 กุมภาพันธ์ 2568 มีผล 13 มิถุนายน 2568 ทั้งหมดมีผลเมื่อพ้น 120 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรฐานฉบับปี 2568 เพิ่มการทดสอบอะไรบ้าง

เพิ่มสามรายการ คือ MQT 20 การทดสอบความเค้นเชิงกลแบบวัฏจักร MQT 21 การทดสอบการเสื่อมสภาพจากแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำ (PID) และ MQT 22 การทดสอบการบิดงอสำหรับแผงชนิดยืดหยุ่น รายการที่สำคัญที่สุดสำหรับไทยคือ MQT 21 เพราะ PID เร่งตัวด้วยความชื้นและอุณหภูมิสูงซึ่งตรงกับสภาพอากาศไทย

ตรวจสอบได้อย่างไรว่าแผงรุ่นนั้นมีใบอนุญาต มอก. จริง

ขอเลขที่ใบอนุญาตจากผู้ขาย แล้วค้นในฐานข้อมูลใบอนุญาตของ สมอ. ที่ a.tisi.go.th ระบบจะแสดงผู้รับใบอนุญาต โรงงาน มาตรฐานและเล่มที่ ประเภทใบอนุญาต และพิกัดกำลังไฟฟ้าที่ครอบคลุม จุดที่มักพลาดคือใบอนุญาตผูกกับช่วงกำลังไฟฟ้า ไม่ใช่กับยี่ห้อ ถ้ารุ่นที่จะซื้อมีกำลังไฟฟ้านอกช่วงที่ระบุ แผงรุ่นนั้นไม่ได้อยู่ในใบอนุญาตใบนั้น

เอกสารที่อ้าง มอก. 1843 หรือ มอก. 2210 ยังใช้ได้อยู่หรือไม่

ไม่ได้ ทั้งสองมาตรฐานถูกยกเลิกไปแล้ว เดิม มอก. 1843 ใช้กับแผงผลึกซิลิคอนและ มอก. 2210 ใช้กับแผงฟิล์มบาง ต่อมา IEC ยกเลิก IEC 61646 แล้วรวมเนื้อหาฟิล์มบางเข้าอนุกรม IEC 61215 ไทยจึงยกเลิกมาตรฐานเดิมทั้งสองและออก มอก. 61215 เป็นชุด 6 เล่มแทน

Leave a Comment