ข่าวในประเทศไทย

โซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 MW ใครยื่นได้ เตรียมอะไร

5 ต.ค. 2569 ที่มา: ราชกิจจานุเบกษา 22 กันยายน 2569 — ระเบียบ กกพ. โซลาร์ฟาร์มชุมชน พ.ศ. 2569; https://www.erc.or.th/th/power-purchasing3/3505 โดย
ภาพประกอบโซลาร์ฟาร์ม แผงโซลาร์เซลล์ติดตั้งบนพื้นดิน

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ระเบียบโซลาร์ฟาร์มชุมชนเมื่อ 22 กันยายน 2569 มีผลตั้งแต่ 23 กันยายน เปิดกรอบรับซื้อรวมไม่เกิน 1,500 MW ที่อัตรา FiT 2.1679 บาท/kWh สัญญา 25 ปี ผู้สนใจต้องเตรียมนิติบุคคล เงินทุน สิทธิที่ดิน และความพร้อมทางเทคนิค เพื่อแข่งขันตามคะแนนคุณภาพ ก่อนยื่นตามประกาศของการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ดู ระเบียบฉบับราชกิจจานุเบกษา ข้อ 2 และข้อ 5

ข้อมูล ณ 5 ตุลาคม 2569: หน้าโครงการของ สำนักงาน กกพ. ที่ตรวจสอบมีระเบียบแล้ว แต่ยังไม่พบประกาศวันเปิดรับคำเสนอขาย รายชื่อชุมชน และตารางคะแนนฉบับใช้งาน จึงยังยืนยันวันสมัครไม่ได้ ผู้สนใจต้องตรวจประกาศ กฟน. หรือ กฟภ. ในพื้นที่ก่อนดำเนินการ

โซลาร์ฟาร์มชุมชน ใครยื่นได้

ผู้ยื่นต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทยหรือจดทะเบียนในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า และไม่เป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ กรรมการอย่างน้อยครึ่งหนึ่งและผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันต้องมีสัญชาติไทย หากเป็นบริษัทจำกัด ผู้ถือหุ้นต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% ตามข้อ 9

ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 2,000 บาท/kW ของกำลังไฟฟ้าเสนอขายรวมทุกคำเสนอในนิติบุคคลเดียวกัน และต้องชำระเต็มจำนวน โครงการต้องเป็นโรงไฟฟ้าสร้างใหม่ ตั้งในชุมชนที่มีสิทธิเข้าร่วม และเป็นโซลาร์ติดตั้งบนพื้นดิน โดยกำลังตามสัญญาไม่เกิน 10 MW ต่อโครงการ ขนาดที่ยื่นจริงขึ้นกับปริมาณที่การไฟฟ้ากำหนดให้แต่ละชุมชนและผลตรวจจุดเชื่อมต่อ ไม่ใช่ทุกพื้นที่จะยื่นได้เต็ม 10 MW

เตรียมที่ดิน แบบวิศวกรรม และสินเชื่อ

ความพร้อมที่ต้องแสดงครอบคลุมที่ดิน เทคโนโลยี เงินทุน และแผนงาน ตามข้อ 11 ผู้สนใจควรจัดชุดเอกสารต่อไปนี้ให้ข้อมูลนิติบุคคล ที่ตั้ง และกำลังเสนอขายตรงกัน

ด้านสิ่งที่ต้องเตรียม
ที่ดินหลักฐานกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง เช่น โฉนด น.ส.3 ก. สัญญาซื้อขาย/เช่า คำมั่นให้เช่า หรือหนังสือยินยอม พร้อมสำเนาเอกสารสิทธิและผังรวมแปลง ที่ดินต้องใช้ผลิตไฟฟ้าได้ตลอดอายุสัญญาและไม่ขัดผังเมืองหรือกฎหมาย
วิศวกรรมPlant Layout และ Single Line Diagram ที่วิศวกรรับรอง หลักฐานประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง และรายงานวิเคราะห์การผลิตไฟฟ้าที่ส่งเข้าระบบต่อปีพร้อมรายการคำนวณ
ระบบไฟฟ้าผลตรวจจุดเชื่อมต่อซึ่งรองรับกำลังที่ยื่นตามชุมชน สามารถเสนอจุดหลักหนึ่งจุดและจุดทางเลือกสำรองหนึ่งจุดถ้ามี
การเงินประมาณการมูลค่าโครงการ และหนังสือจากธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินของรัฐตามที่ระเบียบกำหนด พิจารณาตอบรับสนับสนุนสินเชื่อไม่น้อยกว่า 50% ของมูลค่าโครงการ ระบุผู้ยื่นและที่ตั้งตรงกับคำเสนอ
แผนพัฒนากำหนดเวลางานสิ่งแวดล้อม การรับฟังความคิดเห็น ใบอนุญาต แหล่งทุน จัดหาอุปกรณ์ ก่อสร้างและทดสอบ ให้สอดคล้องกับ SCOD ภายใน 18 เดือนนับจากลงนามสัญญา
ตารางสรุป: เอกสารตามข้อ 9–15 ต้องตรวจเทียบแบบฟอร์มและรายการฉบับรับซื้อของการไฟฟ้าอีกครั้ง

ผ่านคุณสมบัติแล้ว ยังต้องแข่งขันคะแนน

การไฟฟ้าจะตรวจคุณสมบัติขั้นต่ำแบบ Pass/Fail ก่อน แล้วจัดลำดับคะแนนความพร้อมทางเทคนิคจากมากไปน้อย ผู้ยื่นต้องผ่านคะแนนขั้นต่ำทั้งรายด้านและคะแนนรวมตามเกณฑ์ที่การไฟฟ้ากำหนด หากคะแนนเท่ากันและติดข้อจำกัดกริดหรือเป้ารับซื้อ จะใช้การจับสลาก ตามข้อ 17–18

ดังนั้น งานแรกควรเป็นตรวจว่าพื้นที่อยู่ในรายชื่อชุมชนที่มีสิทธิและกริดรับได้เท่าไร แล้วจึงกำหนดขนาดและต้นทุนโครงการ ผู้ยื่นต้องแสดงความยินยอมให้ปรับลดกำลังเสนอขายในคำเสนอ ตามข้อ 15 และอาจระบุจุดเชื่อมต่อสำรองเพื่อรองรับข้อจำกัดกริด ผู้ยื่นรายเดียวอาจได้รับคัดเลือกรวมสูงสุดไม่เกิน 30 MW ตามเงื่อนไขข้อ 18(1)(ฉ) อ่านพื้นฐาน การขอเชื่อมต่อกริด PEA/MEA โดยขั้นตอนโครงการนี้ต้องยึดประกาศรับซื้อเฉพาะโครงการ

กันเงินหลักประกันและต้นทุนเชื่อมต่อ

นอกจากทุนจดทะเบียน ผู้ยื่นต้องเตรียม Proposal Bond 1,000 บาท/kW ของกำลังเสนอขาย และเมื่อได้รับคัดเลือก ต้องวาง Development Bond 1,000 บาท/kW ของกำลังที่ได้รับคัดเลือกก่อนลงนามสัญญา ตามข้อ 14 และข้อ 20 สำหรับตัวอย่าง 5 MW ทุนขั้นต่ำคือ 10 ล้านบาท ส่วนหลักประกันแต่ละชนิดคือ 5 ล้านบาท โดย Proposal Bond มีกลไกคืนหรือสละสิทธิเรียกร้องหลังลงนามตามข้อ 19 จึงไม่ควรนำทั้งสองก้อนไปรวมเป็นภาระถาวรพร้อมกัน ส่วนรูปแบบและช่วงวางหลักประกันต้องดูประกาศการไฟฟ้า

ผู้พัฒนารับผิดชอบค่าเชื่อมต่อ ตรวจอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตามข้อ 33 จึงต้องนำต้นทุนเหล่านี้ รวมถึงที่ดิน ดอกเบี้ย และค่าดูแลระยะยาว มาประเมินความคุ้มค่าที่ FiT 2.1679 บาท/kWh ด้วย สัญญาเป็น Non-Firm ซึ่งการไฟฟ้ามีสิทธิลดปริมาณรับซื้อได้ตามข้อกำหนดระบบโครงข่าย

เงื่อนไขหลังได้สิทธิที่ต้องรู้ก่อนลงทุน

ผู้ได้รับคัดเลือกต้องพัฒนาให้ทัน SCOD และรักษาใบอนุญาตตลอดสัญญา หากจ่ายไฟช้าเกิน 60 วันนับถัดจาก SCOD จะถูกปรับวันละ 0.33% ของวงเงิน Development Bond และหากไม่จ่ายภายใน 12 เดือน สัญญาสิ้นสุดและหลักประกันถูกยึด โดยมีข้อยกเว้นกรณีความผิดของการไฟฟ้าตามข้อ 23

ห้ามเปลี่ยนกำลังเสนอขาย จุดเชื่อมต่อ และที่ตั้งตามข้อ 30 จำกัดการขายหรือโอนสิทธิในสัญญาจนถึง 5 ปีหลัง COD โดยมีข้อยกเว้นตามข้อ 31 ส่วนข้อ 32 ต้องคงผู้ถือหุ้นอย่างน้อยหนึ่งรายในกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม โดยมีหุ้นรวมมากกว่า 50% จนถึง 5 ปีหลัง COD สำหรับบริษัทมหาชนจดทะเบียนให้ดำเนินการตามกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สิทธิ REC หรือ Carbon Credit ตามข้อ 29 เป็นของการไฟฟ้าผู้รับซื้อหรือภาครัฐ จึงไม่ควรตั้งเป็นรายได้ของผู้พัฒนา

สำหรับเจ้าของที่ดินและคนในชุมชน ระเบียบนี้ยังไม่กำหนดสัดส่วนถือหุ้นของชุมชน ค่าเช่าที่ หรือเงินแบ่งรายได้รายครัวเรือน การมีที่ดินจึงยังไม่เพียงพอสำหรับยื่นในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้า ควรตรวจสิทธิพื้นที่ เงื่อนไขคู่สัญญา และประกาศเพิ่มเติมกับ กฟน./กฟภ. ก่อนผูกพันลงทุน

อ้างอิง

  1. ระเบียบ กกพ. ว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน พ.ศ. 2569 — ลงนาม 17 กันยายน 2569; ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 230 ง วันที่ 22 กันยายน 2569 หน้า 1–14 — เข้าถึงเมื่อ 5 ตุลาคม 2569
  2. หน้าโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน — สำนักงาน กกพ. เผยแพร่ 23 กันยายน 2569 — เข้าถึงเมื่อ 5 ตุลาคม 2569

Leave a Comment