ข่าวในประเทศไทย

ธนาคารโลกอนุมัติ 200 ล้านดอลลาร์ ดันโซลาร์ภาครัฐ–ตลาดคาร์บอนไทย

22 ก.ค. 2569 ที่มา: ธนาคารโลก — ข่าวประชาสัมพันธ์โครงการ Low Carbon Cities and Carbon Market Development Project, 13 กรกฎาคม 2569 โดย

13 กรกฎาคม 2569ธนาคารโลก อนุมัติโครงการเมืองคาร์บอนต่ำไทยวงเงิน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้บริษัทผู้ให้บริการด้านพลังงาน (Energy Service Company – ESCO) ลงทุนและดำเนินงานโซลาร์รูฟท็อปกับการยกระดับประสิทธิภาพพลังงานในภาครัฐ โครงการนี้ไม่ใช่เงินอุดหนุนโซลาร์บ้านโดยตรง แต่เป็นช่องทางสร้างพอร์ตงานที่วัดผลได้สำหรับอาคารสาธารณะและนิคมอุตสาหกรรม โดยตั้งเป้าสนับสนุนกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนสูงสุด 180 MW และลดการใช้ไฟฟ้าราว 448 GWh/ปี

ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2569

โครงการเมืองคาร์บอนต่ำไทยเปลี่ยนค่าไฟที่ลดได้ให้เป็นโครงการลงทุน

กลไกสำคัญไม่ใช่เพียงเงินกู้ แต่คือการให้ ESCO ที่ผ่านคุณสมบัติออกเงินและส่งมอบงานปรับปรุงก่อน จากนั้นหน่วยงานที่เข้าร่วมทยอยชำระค่าบริการตามเวลา ธนาคารโลก ระบุว่า EXIM Bank จะจัดหาเงินทุนแก่ ESCO ขณะที่ Krungthai Bank จะรวบรวมคาร์บอนเครดิตและเชื่อมกับตลาดคาร์บอน จึงเป็นแบบจำลองที่รวมงานวิศวกรรม การเงิน และการตรวจวัดผลไว้ในโครงการเดียว

โซลาร์รูฟท็อปและการประหยัดพลังงานเป็นงานคู่กัน ไม่ใช่ตัวเลขติดตั้งลอย ๆ

แหล่งปฐมภูมิระบุขอบเขตงานเป็นโซลาร์บนหลังคาและการยกระดับประสิทธิภาพพลังงานในอาคารภาครัฐกับนิคมอุตสาหกรรม เช่น โรงเรียน สถานพยาบาล สำนักงานเขต และไฟส่องสว่างสาธารณะ เป้าหมาย 180 MW เป็น “สูงสุดที่คาดว่าจะสนับสนุน” และ 448 GWh/ปี เป็นปริมาณประหยัดไฟที่คาดหมาย ไม่ใช่กำลังผลิตที่ติดตั้งแล้วหรือผลประหยัดที่เกิดขึ้นแล้ว

ตัวชี้วัดโครงการสิ่งที่แหล่งปฐมภูมิระบุ
วงเงิน200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
กำลังผลิตหมุนเวียนสูงสุด 180 MW (คาดว่าจะสนับสนุน)
การประหยัดไฟราว 448 GWh/ปี (คาดหมาย)
ระยะแรกกรุงเทพมหานคร และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ผู้รับเหมาและเจ้าของอาคารควรติดตามเงื่อนไข ไม่ควรตีความว่าเปิดรับสมัครแล้ว

ข่าวประชาสัมพันธ์ยังไม่เปิดเผยรายชื่อโครงการย่อย ตารางจัดซื้อ สเปกเทคนิค คุณสมบัติ ESCO หรือช่องทางสมัคร จึงยังไม่มีข้อมูลพอที่จะประเมินว่าระบบใดหรือผู้รับเหมารายใดจะมีสิทธิ์เข้าร่วม สำหรับเจ้าของบ้าน โครงการนี้ไม่ใช่โครงการโซล่าภาคประชาชน; ผู้ที่กำลังพิจารณาระบบของตนควรดูเงื่อนไข โซล่าภาคประชาชน พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นคนละโครงการและมีเส้นทางการสมัครแยกต่างหาก

สรุปเชิงวิศวกรรม

สิ่งที่น่าจับตาคือรูปแบบ ESCO ที่ทำให้โซลาร์และการลดใช้ไฟถูกประเมินเป็นผลลัพธ์ทางการเงินเดียวกัน ไม่ใช่การติดตั้งแผงเพื่อให้ได้ตัวเลขกำลังผลิตเท่านั้น หากขั้นจัดซื้อและการตรวจวัดผลเปิดเผยชัด โครงการนี้อาจสร้างมาตรฐานงาน retrofit สำหรับอาคารสาธารณะและนิคมอุตสาหกรรมได้ แต่ ณ วันนี้ ตัวเลข 180 MW และ 448 GWh/ปี ยังเป็นเป้าหมายของโครงการ เราจึงควรรอเอกสารดำเนินงานจากหน่วยงานเจ้าของโครงการก่อนสรุปผลหรือคาดการณ์โอกาสทางธุรกิจรายใดรายหนึ่ง

อ้างอิง

Leave a Comment