ประเทศไทย, 5 กันยายน 2569 — Solar Farm กองทัพอากาศ มีความคืบหน้าในระดับข้อตกลงแล้ว: การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และกองทัพอากาศลงนาม MOA เมื่อ 4 กันยายน 2569 เพื่อจัดหาและติดตั้ง Solar Farm ที่กองบิน 4 จังหวัดนครสวรรค์ และโรงเรียนการบินกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดย PEA ระบุขนาดติดตั้งของแต่ละแห่งไม่น้อยกว่า 900.90 kWp คำตอบที่ต้องแยกให้ชัดคือ นี่คือการลงนามเพื่อเริ่มโครงการ ไม่ใช่การประกาศว่าโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งเดินเครื่องแล้ว
ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2569 · ข้อมูลโครงการหลังติดตั้ง เช่น วันเดินเครื่อง ผลผลิตจริง ต้นทุน ผลประหยัด และรูปแบบสัญญา ยังไม่ปรากฏในแหล่งปฐมภูมิที่ตรวจสอบ

Solar Farm กองทัพอากาศ 2 แห่ง ขั้นต่ำรวม 1.80 MWp
PEA ระบุว่าดำเนินการจัดหาและติดตั้งระบบแบบติดตั้งบนพื้นดินในสองพื้นที่ โดยแต่ละแห่งมีกำลังผลิตติดตั้งไม่น้อยกว่า 900.90 kWp หลังติดตั้ง เมื่อรวมตามตัวเลขขั้นต่ำจึงเท่ากับ 1,801.80 kWp หรือ 1.80 MWp นี่เป็น nameplate ของแผนติดตั้ง ไม่ใช่ตัวเลขหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ต่อปี และยังใช้คำนวณผลประหยัดไม่ได้หากไม่มีข้อมูลการออกแบบ การใช้ไฟ และการเดินระบบจริง
| ประเด็น | สิ่งที่ PEA ยืนยัน | สิ่งที่ยังไม่เปิดเผย |
|---|---|---|
| พื้นที่ | กองบิน 4 จ.นครสวรรค์ และโรงเรียนการบินกำแพงแสน จ.นครปฐม | จุดติดตั้งและแบบระบบ |
| ขนาด | แห่งละไม่น้อยกว่า 900.90 kWp | กำลัง DC/AC ที่ออกแบบจริงและรุ่นอุปกรณ์ |
| สถานะ | ลงนาม MOA วันที่ 4 ก.ย. 2569 | กำหนดติดตั้ง ทดสอบ และ COD |
| ผลทางเศรษฐกิจ | PEA จะบริหารจัดการและบำรุงรักษาระหว่างให้บริการ | ราคา สัญญา ผลผลิต และผลประหยัด |
MOA ยังไม่ใช่หลักฐานว่าโครงการผลิตไฟฟ้าแล้ว
คำว่า MOA บอกว่าหน่วยงานตกลงกรอบการทำงานร่วมกัน แต่ประกาศของ PEA ฉบับนี้ไม่ได้ระบุวันเริ่มก่อสร้าง วันทดสอบระบบ หรือวันจ่ายไฟ จึงไม่ควรเรียกโครงการนี้ว่า “แล้วเสร็จ” หรือใช้ตัวเลข 1.80 MWp ไปแปลงเป็นผลผลิตต่อปีโดยไม่มีข้อมูลรังสีอาทิตย์ ขนาด inverter การสูญเสียระบบ และรูปแบบใช้ไฟของแต่ละพื้นที่
ในทำนองเดียวกัน ข่าวนี้ไม่ได้ประกาศอัตราค่าไฟ เงื่อนไขเชื่อมต่อโครงข่าย หรือโครงการ Solar Rooftop ใหม่สำหรับประชาชนและธุรกิจ ผู้ใช้ไฟฟ้าและ EPC จึงไม่ควรตีความว่า MOA นี้เปลี่ยนสิทธิหรือขั้นตอนการขอติดตั้งของตน
สิ่งที่น่าติดตามคือโมเดลบริหารพลังงานหลังติดตั้ง
รายละเอียดที่มีประโยชน์ต่อโครงการภาครัฐจะเกิดขึ้นหลังการติดตั้งมากกว่าพิธีลงนาม ได้แก่ สัดส่วนการใช้ไฟเอง ผลผลิตเทียบแบบ การหยุดระบบ การรับประกัน และเงื่อนไขการบำรุงรักษา PEA ระบุว่าจะให้บริการบริหารจัดการพลังงานที่ผลิตได้รวมถึงการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลาบริการ แต่ยังไม่เปิดเผยระยะสัญญาหรือเกณฑ์ผลลัพธ์
หากภายหลังมีข้อมูลดังกล่าว โครงการนี้อาจเป็นกรณีศึกษาเรื่องการจัดซื้อแบบบริการจัดการพลังงานสำหรับหน่วยงานที่มีพื้นที่และโหลดกลางวัน แต่ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าคุ้มทุนหรือเป็นโมเดลที่ทำซ้ำได้
ผู้ติดตามโครงการควรขอข้อมูล 4 ชุดก่อนเทียบผล
- กำหนดส่งมอบและ COD เพื่อแยกแผนจากกำลังผลิตที่เดินระบบแล้ว
- แบบระบบและขนาด AC เพื่อดูข้อจำกัด inverter และจุดเชื่อมต่อ
- ผลผลิตและการใช้ไฟจริง เพื่อประเมิน self-consumption และการประหยัดค่าไฟ
- ขอบเขตสัญญาบริการ เพื่อเปรียบเทียบว่า PEA รับความเสี่ยงด้านลงทุน ประสิทธิภาพ หรือบำรุงรักษาไว้ส่วนใด
สำหรับหลักคิดก่อนประเมินขนาดและผลตอบแทนของระบบ ให้ใช้ คู่มือออกแบบระบบโซลาร์ในไทย เป็นฐาน แต่ข้อมูลเฉพาะของสองพื้นที่นี้ต้องรอเอกสารโครงการหรือผลการเดินเครื่องจาก PEA
สรุปเชิงวิศวกรรม
PEA และกองทัพอากาศเริ่มโครงการ Solar Farm สองพื้นที่ด้วยข้อตกลงที่ระบุขนาดขั้นต่ำรวม 1.80 MWp ซึ่งเป็นสัญญาณของการนำระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ไปใช้กับหน่วยงานรัฐที่มีภาระงานต่อเนื่อง แต่หลักฐานที่มีในวันนี้ยืนยันเพียงข้อตกลงและขอบเขตติดตั้ง ไม่ยืนยันวัน COD ผลผลิต ผลประหยัด หรือการเปลี่ยนกติกาไฟฟ้า จึงควรติดตามการติดตั้งและรายงานผลจริงก่อนใช้เป็นตัวอย่างด้านเศรษฐศาสตร์โครงการ
อ้างอิง
- PEA ร่วมลงนาม MOA กองทัพอากาศ เดินหน้าบริหารจัดการพลังงานแสงอาทิตย์ มุ่งลดค่าใช้จ่ายและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก — การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (4 กันยายน 2569). เข้าถึงเมื่อ 5 กันยายน 2569
