การออกแบบระบบ

ติดโซลาร์แล้วโดนค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ ติด CT ของ PF Controller ตรงไหน

9 ต.ค. 2569 อ่าน 8 นาที ระดับ ขั้นสูง โดย
ตำแหน่ง CT ของ PF Controller ที่ถูกต้องหลังติดโซลาร์ เพื่อไม่ให้โดนค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์

โรงงานที่มีตู้คาปาซิเตอร์แบงก์อยู่แล้ว พอติดโซลาร์รูฟท็อปไปได้ไม่นาน บางแห่งเจออาการแบบเดียวกัน คือ PF Controller สับสเต็ปเข้าออกไม่หยุด ค่า PF ที่หน้าจอกระโดดไปมา และบางเดือนบิลมีบรรทัดค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์โผล่ขึ้นมา ทั้งที่ก่อนติดโซลาร์ไม่เคยโดน คำถามที่ช่างถามกันซ้ำ ๆ คือควรคล้อง CT ของ PF Controller ไว้ก่อนหรือหลังจุดต่อโซลาร์ คำตอบคือ CT ต้องวัดกระแสของโหลดรวมกับตู้คาปาฯ และต้องไม่วัดกระแสของโซลาร์ เหตุผลอยู่ที่วิธีคิดเงินของการไฟฟ้า การไฟฟ้าไม่ได้ปรับเพราะ PF ต่ำ แต่คิดจาก kvar ช่วง 15 นาทีที่สูงที่สุดของเดือน อินเวอร์เตอร์ที่จ่ายไฟที่ PF 1 ไม่ได้เพิ่ม kvar ให้โรงงานเลย แต่ทำสองอย่าง คือทำให้ค่า PF ที่ CT ฝั่งกริดอ่านได้ใช้คุมตู้คาปาฯ ไม่ได้ และอาจลด kW สูงสุดที่เป็นฐานของโควตา kvar

ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2569 อัตราค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์อ้างอิงอัตราค่าไฟฟ้าของ กฟภ. ที่เริ่มใช้ค่าไฟฟ้าประจำเดือนกันยายน 2569 และหน้าอัตราค่าไฟฟ้าของ กฟน. ก่อนแก้ไขตู้ควรตรวจอัตราและเงื่อนไขล่าสุดกับการไฟฟ้าในพื้นที่ของคุณอีกครั้ง

CT ต้องเห็นโหลดกับตู้คาปาฯ แต่ต้องไม่เห็นโซลาร์

ไล่จากหม้อแปลงลงไป ลำดับที่ถูกคือ เมนเบรกเกอร์ → จุดต่อโซลาร์ → CT ของ PF Controller → ตู้คาปาฯ และโหลด ถ้าจัดแบบนี้ CT จะเห็นทั้ง kvar ของโหลดและ kvar ที่ตู้คาปาฯ ชดเชยไปแล้ว รีเลย์จึงคุมแบบวงปิดได้เหมือนวันที่ยังไม่มีโซลาร์ ส่วนโซลาร์อยู่นอกสายตาของมัน ใช้ตารางนี้เทียบกับตู้ของคุณ

สภาพตู้ของคุณสิ่งที่ต้องทำ
บ้าน หรือกิจการที่ไม่มีค่าความต้องการพลังไฟฟ้าในบิล (ประเภท 1 และ 2)ไม่ต้องทำอะไร ค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ไม่ได้เรียกเก็บกับผู้ใช้ไฟกลุ่มนี้
จุดต่อโซลาร์อยู่ก่อน CT และตู้คาปาฯ ต่ออยู่หลัง CTตำแหน่งถูกแล้ว ตรวจตามเช็กลิสต์ท้ายบทความ
CT อยู่ฝั่งกริดของจุดต่อโซลาร์ (CT วัดกระแสโซลาร์ด้วย)ย้าย CT ไปไว้หลังจุดต่อโซลาร์ หรือใช้ summation CT
CT อยู่หลังจุดต่อโซลาร์ แต่ตู้คาปาฯ ต่ออยู่ก่อน CTย้ายจุดต่อตู้คาปาฯ มาไว้หลัง CT รีเลย์ที่มองไม่เห็นตู้คาปาฯ จะสับสเต็ปจนหมดตู้
โซลาร์ต่อกระจายเข้าหลาย SDB ย้าย CT ให้ถูกไม่ได้ใช้ summation CT หรือรีเลย์ 4 ควอดแรนต์ที่คุมตาม kvar และถ้าโหลดกระชากเร็วให้พิจารณา SVG
ตารางสรุป: ตำแหน่ง CT ที่ต้องแก้ แยกตามรูปแบบการต่อตู้

ถ้าตู้ของคุณตรงกับแถวที่สอง และบิล 3 เดือนล่าสุดไม่มีค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ ก็จบตรงนี้ได้ หัวข้อถัดจากนี้อธิบายว่าทำไมสองแบบที่เหลือถึงทำให้ตู้ Swing และเสียเงิน

ค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์คิดจาก kvar ช่วง 15 นาทีที่แย่ที่สุด

ค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ไม่ได้ดูว่า PF ของคุณต่ำแค่ไหน แต่ดูว่าเดือนนั้น kvar ช่วง 15 นาทีที่สูงที่สุดเกินโควตาหรือไม่ ตามอัตราค่าไฟฟ้าของ กฟภ. ที่เริ่มใช้เดือนกันยายน 2569 ข้อกำหนดข้อ 1 ผู้ใช้ไฟที่คิดค่าความต้องการพลังไฟฟ้าจะเสียเงินเมื่อความต้องการพลังไฟฟ้ารีแอคตีฟเฉลี่ย 15 นาทีที่สูงสุด (kvar) เกินร้อยละ 61.97 ของความต้องการพลังไฟฟ้าเฉลี่ย 15 นาทีที่สูงสุด (kW) เฉพาะส่วนที่เกินคิด 56.07 บาทต่อ kvar และนับเฉพาะ kvar แบบล้าหลัง (lagging) เท่านั้น อัตราของ กฟน. ใช้ตัวเลขและเงื่อนไขชุดเดียวกัน

ร้อยละ 61.97 คือค่า tan φ ที่ PF 0.85 นี่คือที่มาของคำพูดที่ว่า “PF ต่ำกว่า 0.85 โดนปรับ” แต่ถ้อยคำในอัตราไม่ได้ใช้ PF เลย และมีรายละเอียดสามข้อที่เปลี่ยนวิธีคิด

  • ค่าสูงสุดสองตัววัดแยกกัน kvar สูงสุดกับ kW สูงสุดไม่จำเป็นต้องเกิดในช่วง 15 นาทีเดียวกัน
  • 15 นาทีเดียวก็พอ ถ้าตู้คาปาฯ หลุดออกทั้งตู้ในช่วงที่โหลดเต็ม 15 นาที ค่า kvar สูงสุดของทั้งเดือนจะถูกตั้งที่ช่วงนั้น
  • kvar แบบนำหน้า (leading) ไม่ถูกคิดเงิน การชดเชยเกินจึงไม่ถูกปรับ แต่ทำให้แรงดันสูงขึ้น

ลองคิดกับโรงงานโหลด 800 kW ที่ PF 0.80 ซึ่งดึง kvar 600 kvar โควตาของเดือนคือ 0.6197 × 800 = 495.76 kvar ถ้าตู้คาปาฯ ทำงานปกติและตั้งเป้า PF 0.95 kvar ที่เหลือจะอยู่ราว 263 kvar ซึ่งต่ำกว่าโควตามาก แต่ถ้าตู้หลุดออกทั้งตู้นาน 15 นาทีช่วงโหลดเต็ม kvar สูงสุดของเดือนจะเป็น 600 kvar ส่วนเกิน 104 kvar × 56.07 บาท คือ 5,831.28 บาทในเดือนนั้น (ยังไม่รวม VAT) จากเหตุการณ์ครั้งเดียว

อินเวอร์เตอร์ที่ตั้งไว้ PF 1 จ่ายแต่ kW ไม่ได้ดึงหรือจ่าย kvar โซลาร์จึงไม่ได้เพิ่ม kvar ของโรงงาน ค่าปรับหลังติดโซลาร์มาได้สองทาง ทางแรกคือ ตู้คาปาฯ ทำงานผิดในบางช่วง 15 นาที ซึ่งเป็นเรื่องตำแหน่ง CT ที่เหลือของบทความนี้ ทางที่สองคือ โควตาหดลง โควตาคิดจาก kW สูงสุดของเดือน ถ้าโรงงานทำงานเฉพาะกลางวันและโซลาร์ช่วยกด kW ทุกช่วงพีคได้ทั้งเดือน kW สูงสุดจะลดลง ตัวอย่างข้างต้นถ้า kW สูงสุดลดจาก 800 เหลือ 400 kW โควตาจะเหลือ 248 kvar ซึ่งต่ำกว่า 263 kvar ที่ตู้ซึ่งทำงานปกติยังเหลืออยู่ ทางแก้ของกรณีนี้คือตั้งเป้า PF ของตู้ให้สูงขึ้นและมี kvar ในตู้พอ ไม่ใช่ย้าย CT แต่ช่วงเมฆครึ้มช่วงเดียวตอนโหลดเต็มก็ดัน kW สูงสุดกลับขึ้นไปได้ โควตาจึงหดจริงเฉพาะเดือนที่แดดดีสม่ำเสมอ

CT ฝั่งกริดเห็น PF ที่ใช้คุมตู้ไม่ได้ ตู้จึง Swing

เมื่อ CT อยู่ฝั่งกริดของจุดต่อโซลาร์ กระแสที่ CT วัดได้คือกระแสโหลดลบด้วยกระแสโซลาร์ ค่า kvar ที่ CT เห็นยังเท่าเดิม แต่ kW ลดลงตามแดด เพราะ PF = kW ÷ kVA ค่า PF ที่รีเลย์อ่านได้จึงตกลงเรื่อย ๆ ตอนเที่ยง แม้ kvar ของโรงงานไม่ได้เปลี่ยนเลย ปัญหาจริงไม่ใช่ PF ที่ต่ำ แต่คือช่วงยอมรับของรีเลย์แคบลงจนสเต็ปเดียวกว้างเกินช่วง

สมมติให้รีเลย์รักษา PF ระหว่าง 0.92 ถึง 0.98 lagging (รีเลย์จริงตั้งเป็นค่าเป้าบวกช่วงไม่ไวต่อการสั่ง แต่หลักการเดียวกัน) จะมีช่วง kvar ให้ยืนได้กว้าง kW × (0.426 − 0.203) = 0.223 × kW ถ้าสเต็ปเล็กที่สุดของตู้คือ 50 kvar ช่วงนี้จะกว้างพอให้สเต็ปลงตัวได้ก็ต่อเมื่อ kW ที่ CT เห็นมีอย่างน้อย 224 kW ถ้าโซลาร์กินโหลดจนเหลือ 100 kW ที่ CT ช่วงยอมรับเหลือ 22 kvar สับสเต็ปเข้า PF ก็ทะลุ 0.98 ปลดออก PF ก็หล่นต่ำกว่า 0.92 รีเลย์จึงสับเข้าออกเป็นวงรอบ อาการนี้คือที่ช่างเรียกว่า Swing หรือ hunting

มีสองช่วงที่อาการแรงที่สุด ช่วงแรกคือพักเที่ยง เครื่องจักรหยุดแต่แดดจัด โรงงานย้อนจ่ายไฟออกไป kW ที่ CT ติดลบ รีเลย์แบบ 2 ควอดแรนต์ไม่ได้ออกแบบมาให้อ่านค่าในสภาพนี้ แต่ละรุ่นตอบสนองต่างกัน ช่วงที่สองคือเมฆผ่าน กำลังโซลาร์เปลี่ยนได้ในไม่กี่วินาที แต่สเต็ปที่เพิ่งปลดต้องรอให้คาปาซิเตอร์คายประจุก่อนจึงสับกลับได้ ตู้ที่ใช้คอนแทกเตอร์จึงตามไม่ทัน ถ้าช่วงที่ตู้ตามไม่ทันตรงกับโหลดเต็ม kvar เฉลี่ย 15 นาทีช่วงนั้นจะพุ่งขึ้น คอนแทกเตอร์และคาปาซิเตอร์ที่ถูกสับถี่ผิดปกติยังเสื่อมเร็วกว่าปกติ และสเต็ปที่เสียไปทำให้ตู้ชดเชยได้น้อยลง

CT ที่มองไม่เห็นตู้คาปาฯ ทำให้รีเลย์สับจนหมดตู้

การย้าย CT ไปไว้หลังจุดต่อโซลาร์แก้ได้ครึ่งเดียว ถ้าตู้คาปาฯ ยังต่ออยู่ก่อน CT รีเลย์จะเห็นแต่ kvar ของโหลด และไม่เห็นผลของสเต็ปที่ตัวเองสับเข้าไป PF ที่อ่านได้จึงไม่ดีขึ้นเลย รีเลย์ก็สับเพิ่มต่อไปจนหมดตู้ ระบบที่ควรเป็นวงปิดกลายเป็นวงเปิด ในกรณีนี้ CT ถูกที่แล้ว แต่ตู้ต้องย้าย

คู่มือติดตั้งตู้คาปาซิเตอร์ของ Schneider Electric (DOCA0451EN) ระบุไว้ตรง ๆ ให้ติด CT ไว้ต้นทางของตู้ (the equipment) และโหลดมอเตอร์ ให้ CT ใช้กับตู้นี้โดยเฉพาะ และหลีกเลี่ยงการแยกสาขา เพื่อไม่ให้รีเลย์ได้ข้อมูลที่ผิด สเปก CT ที่คู่มือกำหนดคือ secondary 1 A หรือ 5 A, มากกว่า 5 VA, class 1

ผลของวงเปิดในโรงงานคือตู้ทั้งตู้ค้างอยู่ตลอดเวลา ตอนโหลดเต็มอาจไม่มีปัญหา แต่ตอนกลางคืนหรือวันหยุดที่โหลดเหลือน้อย ตู้จะชดเชยเกินจน PF เป็น leading ไม่ถูกปรับเงิน แต่แรงดันในโรงงานสูงขึ้น และอินเวอร์เตอร์ที่เห็นแรงดันสูงจะเริ่มลดกำลังหรือตัดตัวเองตามข้อกำหนดการเชื่อมต่อ

ย้าย CT ไม่ได้ ยังมีอีกสามทางแก้

โรงงานที่ต่อโซลาร์เข้าหลาย SDB หรือต่อที่บัสเดียวกับตู้คาปาฯ มักหาตำแหน่งที่ CT เห็นโหลดและตู้ครบโดยไม่เห็นโซลาร์ไม่ได้ ทั้งสามทางข้างล่างยึดหลักเดียวกัน คือสัญญาณที่เข้ารีเลย์ต้องแทน kvar ของโหลดรวมตู้คาปาฯ

  1. Summation CT กระแสกริดบวกกระแสโซลาร์เท่ากับกระแสโหลดรวมตู้คาปาฯ ติด CT ที่สายเมนและที่สายโซลาร์ทุกจุดด้วยอัตราส่วนเดียวกัน หันขั้ว CT โซลาร์ตามทิศที่โซลาร์จ่ายเข้าบัส แล้วรวมด้วย summation CT ก่อนเข้ารีเลย์ วิธีนี้ใช้รีเลย์เดิมได้ แต่ขั้ว CT ทุกตัวต้องถูก ถ้ากลับขั้วผิดตัวเดียว สัญญาณจะกลายเป็นกระแสโหลดรวมตู้คาปาฯ ลบสองเท่าของกระแสโซลาร์
  2. รีเลย์ 4 ควอดแรนต์ที่คุมตาม kvar รีเลย์ 4 ควอดแรนต์อ่านทิศกำลังได้ทั้งตอนดึงและตอนย้อนจ่าย ผู้ผลิตบางรายระบุการใช้งานกับเครือข่ายที่มีการผลิตไฟฟ้าไว้ เช่น FRAKO PQC ระบุว่าใช้ได้ทั้งเครือข่ายผู้ใช้ไฟและเครือข่ายที่มีการผลิตไฟฟ้า แต่การอ่านทิศกำลังแก้ได้แค่ช่วงย้อนจ่าย ปัญหาช่วงยอมรับแคบยังอยู่ถ้ารีเลย์ยังคุมตาม cos φ หรือ tan φ เพราะทั้งสองแคบลงตาม kW เหมือนกัน ต้องเป็นรุ่นที่ตั้งเป้าเป็นค่า kvar คงที่ได้ ซึ่งต้องตรวจในคู่มือของรุ่นที่จะซื้อ
  3. SVG หรือตู้คาปาฯ สวิตช์ด้วยไทริสเตอร์ สำหรับโรงงานที่โหลดกระชากเร็ว เช่นเครื่องเชื่อมหรือเครนหลายตัว ตู้แบบคอนแทกเตอร์ตามไม่ทันทั้งโหลดและเมฆ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังตอบสนองได้เร็วกว่าและไม่ต้องรอคายประจุ แลกกับราคาที่สูงกว่าตู้คาปาฯ ธรรมดา

มีทางที่สี่ที่ไม่ควรเริ่มเป็นทางแรก คือให้อินเวอร์เตอร์จ่าย kvar แทนตู้ อินเวอร์เตอร์ทำได้ แต่กรอบ PF ถูกกำหนดโดยการไฟฟ้า ข้อกำหนดของ กฟภ. พ.ศ. 2569 ให้คุม PF อยู่ระหว่าง 0.90 lagging ถึง 0.90 leading ส่วนข้อกำหนดการเชื่อมต่อของ กฟน. พ.ศ. 2558 ข้อ 4.5.1 สงวนสิทธิ์ให้ กฟน. เป็นผู้กำหนดค่า PF ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และ kvar ที่จ่ายยังกิน kVA ของอินเวอร์เตอร์ตอนแดดจัด ทางนี้จึงต้องตกลงกับการไฟฟ้าก่อนตั้งค่า

ตั้งแต่ 10 ธ.ค. 2569 อินเวอร์เตอร์ กฟภ. อาจดึง kvar เอง

ข้อกำหนดการเชื่อมต่อและการปฏิบัติการของ กฟภ. พ.ศ. 2569 มีผลวันที่ 10 ธันวาคม 2569 และกำหนดให้อินเวอร์เตอร์ทุกขนาดทำ Volt-VAr เมื่อแรงดันเกิน 1.05 p.u. อินเวอร์เตอร์ต้องดูดกำลังไฟฟ้ารีแอคทีฟ เพิ่มเป็นเส้นตรงจนถึง 43.6% ของพิกัดกำลังที่ 1.10 p.u. (8.7% ที่ 1.06 p.u.) ระบบที่ได้อนุญาตไปก่อนข้อกำหนดมีผลได้ยกเว้นเฉพาะ Volt-Watt ไม่ได้ยกเว้น Volt-VAr รายละเอียดอยู่ในบทความ Volt-VAr, Volt-Watt และ ride-through ตามข้อกำหนด กฟภ. 2569

kvar ที่อินเวอร์เตอร์ดูดเข้าเป็น kvar แบบ lagging ที่มิเตอร์การไฟฟ้าเห็น อินเวอร์เตอร์ 500 kW ที่แรงดัน 1.10 p.u. อาจดึงได้ถึงราว 218 kvar ในตัวอย่างโรงงานข้างต้น ถ้า kW สูงสุดของเดือนยังอยู่ที่ 800 kW kvar ที่เหลือ 263 รวมกับ 218 เป็น 481 ยังไม่เกินโควตา 496 kvar แต่ถ้าโซลาร์กด kW สูงสุดลงเหลือ 600 kW โควตาจะเหลือ 372 kvar และเกินได้ และในตำแหน่ง CT ที่ถูกต้อง รีเลย์จะมองไม่เห็น kvar ก้อนนี้ และถ้าตู้คาปาฯ จ่ายชดเชยกลับ ก็จะไปหักล้างการคุมแรงดันที่การไฟฟ้ากำหนด

ในอัตราค่าไฟฟ้าที่เราอ่าน ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับ kvar ที่อินเวอร์เตอร์ดูดตาม Volt-VAr และเรายังไม่พบเอกสารปฐมภูมิที่ชี้ขาดเรื่องนี้ ถ้าโรงงานของคุณแรงดันสูงช่วงเที่ยงเป็นประจำ ให้ถามการไฟฟ้าในพื้นที่ก่อนวันที่ 10 ธันวาคม 2569 และดูค่า kvar สูงสุดรายเดือนหลังจากนั้นทุกเดือน

เช็กลิสต์ 6 ข้อหลังติดโซลาร์ในโรงงานที่มีตู้คาปาฯ

  1. ไล่สายจริงหนึ่งรอบ ยืนยันว่า CT อยู่หลังจุดต่อโซลาร์ทุกจุด และสายของตู้คาปาฯ แยกออกจากบัสหลัง CT ไม่ใช่ก่อน CT
  2. ตรวจว่า CT กับแรงดันอ้างอิงต่อตามคู่มือรีเลย์ รีเลย์หลายรุ่นใช้ CT เฟสหนึ่งคู่กับแรงดันอีกคู่เฟส ถ้าต่อไม่ตรงกับที่ตั้งในรีเลย์ มุมจะเพี้ยนไปทั้งระบบ
  3. Commission รีเลย์ขณะโรงงานดึงไฟจากกริด รีเลย์หลายรุ่นหาค่าตั้งเองตอนเริ่มทำงาน FRAKO PQC เป็นตัวอย่างหนึ่ง อย่าให้ขั้นตอนนี้เกิดในช่วงที่โรงงานย้อนจ่ายไฟ
  4. ทดสอบตอนพักเที่ยงวันแดดจัด ดูว่าตู้นิ่งหรือสับเข้าออกเป็นวงรอบ นี่คือช่วงที่ตำแหน่ง CT ผิดจะเผยตัว
  5. ดูค่า kvar สูงสุดรายเดือน ไม่ใช่ PF เฉลี่ย เทียบกับ 0.6197 × kW สูงสุดของเดือน ถ้า kvar ขยับเข้าใกล้เส้นนี้ ให้หาว่าเกิดในช่วงเวลาใด และดูด้วยว่า kW สูงสุดลดลงหลังติดโซลาร์หรือไม่
  6. นับสเต็ปที่ยังทำงาน สเต็ปที่ถูกสับถี่ผิดปกติมาหลายเดือนอาจเสียแล้ว ตู้ที่เหลือ kvar ไม่พอจะทำให้ปัญหาดูเหมือนเรื่องตำแหน่ง CT ทั้งที่เป็นเรื่องอุปกรณ์

ถ้าคุณกำลังออกแบบระบบใหม่ ให้ใส่ตำแหน่ง CT ของ PF Controller ลงใน single-line diagram ตั้งแต่แรก ระบบโซลาร์ในโรงงานควรออกแบบควบคู่กับระบบไฟเดิม ดูหลักการรวมได้ที่ คู่มือออกแบบระบบโซลาร์รูฟท็อป

สรุปเชิงวิศวกรรม

การไฟฟ้าคิดค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์จาก kvar แบบ lagging ใน 15 นาทีที่สูงที่สุดของเดือน เทียบกับร้อยละ 61.97 ของ kW สูงสุด ไม่ได้คิดจาก PF ที่เห็นในบิล โซลาร์ที่ PF 1 ไม่เพิ่ม kvar แต่อาจลด kW สูงสุดที่เป็นฐานของโควตา ในเดือนแบบนั้นต้องตั้งเป้าตู้ให้สูงขึ้น หน้าที่ของตู้คาปาฯ หลังติดโซลาร์จึงยังเป็นงานเดิม คือชดเชย kvar ของโหลด และทำได้ก็ต่อเมื่อ CT เห็นโหลดรวมตู้คาปาฯ แต่ไม่เห็นโซลาร์ CT ฝั่งกริดทำให้ช่วงยอมรับของรีเลย์แคบลงตาม kW ที่โซลาร์หักออกไป จนสเต็ปเดียวกว้างเกินช่วงและตู้ Swing CT ที่ไม่เห็นตู้คาปาฯ ทำให้รีเลย์เป็นวงเปิดและสับจนหมดตู้ ถ้าย้าย CT ไม่ได้ ให้ใช้ summation CT รีเลย์ 4 ควอดแรนต์ที่ตั้งเป้าเป็น kvar หรือ SVG และจับตา kvar ที่อินเวอร์เตอร์จะดูดตาม Volt-VAr ในเขต กฟภ. ตั้งแต่ 10 ธันวาคม 2569

อ้างอิง

  1. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค — อัตราค่าไฟฟ้า (เริ่มใช้ค่าไฟฟ้าประจำเดือนกันยายน 2569) ข้อกำหนดเกี่ยวกับอัตราค่าไฟฟ้า ข้อ 1 ค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ pea.co.th — เข้าถึงเมื่อ 7 ต.ค. 2569
  2. การไฟฟ้านครหลวง — อัตราค่าไฟฟ้า ประเภทที่ 4 กิจการขนาดใหญ่ หัวข้อค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ mea.or.th — เข้าถึงเมื่อ 7 ต.ค. 2569
  3. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค — ข้อกำหนดเกี่ยวกับการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า พ.ศ. 2569 ข้อ 2.9.2 และข้อกำหนดเกี่ยวกับการปฏิบัติการระบบโครงข่ายไฟฟ้า พ.ศ. 2569 ข้อ 2.9.3 และ 6.2.3 pea.co.th — เข้าถึงเมื่อ 21 ก.ย. 2569
  4. การไฟฟ้านครหลวง — ระเบียบการไฟฟ้านครหลวงว่าด้วยข้อกำหนดการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ข้อ 4.5.1 mea.or.th — เข้าถึงเมื่อ 21 ก.ย. 2569
  5. Schneider Electric — PowerLogic PFC Capacitor Bank VLF4P Installation, Operation and Maintenance Manual (DOCA0451EN) หัวข้อ Characteristics of the Upstream Protection for Capacitor Banks productinfo.se.com — เข้าถึงเมื่อ 7 ต.ค. 2569
  6. FRAKO GmbH — PQC Power Quality Controller, catalogue data sheet FRAKO PQC (PDF) — เข้าถึงเมื่อ 7 ต.ค. 2569

หมายเหตุความโปร่งใส: ผู้เขียนดำเนินธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบโซลาร์ ยี่ห้อรีเลย์และตู้คาปาซิเตอร์ที่อ้างถึงยกมาจากเอกสารของผู้ผลิตเพื่อแสดงข้อกำหนดทางเทคนิค ไม่ได้เป็นการแนะนำยี่ห้อใด

คำถามที่พบบ่อย

ติดโซลาร์แล้วทำไมโดนค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยโดน

โซลาร์ที่ PF 1 ไม่ได้เพิ่ม kvar ของโรงงาน มีสองสาเหตุ สาเหตุแรกคือ CT ของ PF Controller วัดกระแสโซลาร์ด้วย รีเลย์จึงคุมตู้คาปาซิเตอร์ผิด ตู้สับเข้าออกเป็นวงรอบหรือหลุดในบางช่วง และการไฟฟ้าคิดเงินจาก kvar ช่วง 15 นาทีที่สูงที่สุดของเดือน ช่วงที่ตู้ทำงานผิดเพียงช่วงเดียวก็ทำให้โดนได้ สาเหตุที่สองคือโซลาร์ลด kW สูงสุดของเดือน ซึ่งเป็นฐานของโควตา kvar

ค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์คิดอย่างไร

คิดเมื่อ kvar แบบ lagging เฉลี่ย 15 นาทีที่สูงที่สุดของเดือนเกินร้อยละ 61.97 ของ kW เฉลี่ย 15 นาทีที่สูงที่สุด เฉพาะส่วนที่เกินคิด 56.07 บาทต่อ kvar ทั้ง กฟภ. และ กฟน. ใช้เงื่อนไขเดียวกัน ร้อยละ 61.97 เทียบเท่า PF 0.85

ควรติด CT ของ PF Controller ไว้ตรงไหนเมื่อมีโซลาร์

ไว้หลังจุดต่อโซลาร์ทุกจุด และให้ตู้คาปาซิเตอร์กับโหลดอยู่หลัง CT ทั้งคู่ CT ต้องวัดกระแสโหลดรวมตู้คาปาฯ แต่ไม่วัดกระแสโซลาร์

ถ้าย้าย CT ไม่ได้เพราะโซลาร์ต่อหลาย SDB ต้องทำอย่างไร

ใช้ summation CT รวมกระแสสายเมนกับสายโซลาร์ทุกจุดให้ได้กระแสโหลดรวมตู้คาปาฯ หรือเปลี่ยนเป็นรีเลย์ 4 ควอดแรนต์ที่ตั้งเป้าตาม kvar ได้ ถ้าโหลดกระชากเร็วให้พิจารณา SVG หรือตู้คาปาฯ ที่สวิตช์ด้วยไทริสเตอร์

บ้านที่ติดโซลาร์ 5 kW ต้องกังวลเรื่อง PF ไหม

ไม่ต้อง ค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์เรียกเก็บเฉพาะผู้ใช้ไฟที่คิดค่าความต้องการพลังไฟฟ้า ซึ่งไม่รวมบ้านอยู่อาศัยประเภท 1 และกิจการขนาดเล็กประเภท 2

Leave a Comment