ใบเสนอราคาโซลาร์เกือบทุกใบบอกสามอย่าง คือยี่ห้อแผง จำนวนแผง และราคา ทั้งสามอย่างนั้นไม่ใช่การออกแบบ เพราะข้อจำกัดที่ตัดสินว่าระบบจะผลิตไฟได้เท่าไร และจะขออนุญาตเชื่อมต่อผ่านหรือไม่ อยู่นอกตัวอุปกรณ์ทั้งหมด ได้แก่ โหลดกลางวัน พื้นที่และน้ำหนักที่หลังคารับได้ ทิศและมุมเอียง เช้าที่หนาวที่สุดของจังหวัด มิเตอร์ และหม้อแปลงที่ใช้ร่วมกับเพื่อนบ้าน คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่ว่าแผงยี่ห้อไหนดีกว่า แต่คือจะรู้ได้อย่างไรว่าระบบที่จะซื้อออกแบบมาถูก คำตอบคือ การออกแบบระบบโซลาร์รูฟท็อปที่ถูกต้องเป็นลำดับของข้อจำกัดหกข้อ ห้าข้อแรกต้องมีตัวเลขอยู่ในใบเสนอราคาตั้งแต่ยังไม่ตัดสินใจ ส่วนข้อที่หกเป็นเรื่องของขั้นยื่นขอเชื่อมต่อ หลังเลือกผู้ติดตั้งแล้ว

ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569 · เราทำงาน EPC ติดตั้งระบบโซลาร์เป็นธุรกิจหลัก จึงมีส่วนได้เสียกับยี่ห้อที่กล่าวถึง ตัวเลขทุกตัวในบทความนี้ยกมาจากดาต้าชีทของผู้ผลิตเองหรือจากเอกสารของหน่วยงานรัฐ เพื่อใช้เป็นตัวอย่างการคำนวณ ไม่ใช่การแนะนำหรือจัดอันดับยี่ห้อใด · เงื่อนไขการเชื่อมต่อและสิทธิประโยชน์เปลี่ยนได้ ควรยืนยันกับ กฟภ. กฟน. หรือ กกพ. ก่อนตัดสินใจ
ใบเสนอราคาที่ออกแบบถูก ต้องมีตัวเลขห้าตัวนี้
ตารางนี้คือรายการตรวจที่ใช้ได้กับใบเสนอราคาทุกใบ ไม่ว่าจะเป็นระบบขนาดใด อ่านทีละบรรทัดเทียบกับเอกสารที่ได้รับ ถ้าบรรทัดใดไม่มีตัวเลข แปลว่าข้อจำกัดข้อนั้นยังไม่ถูกคำนวณ ไม่ใช่ว่ามันไม่สำคัญ
| ลำดับ | ข้อจำกัดที่ตัดสิน | ตัวเลขที่ต้องมีในใบเสนอราคา | ผ่านเมื่อ |
|---|---|---|---|
| 1 | โหลดกลางวัน | หน่วยที่บ้านใช้ระหว่าง 09:00–16:00 ต่อวัน | ขนาดระบบ ≈ หน่วยกลางวัน ÷ 2.8 |
| 2 | หลังคา | พื้นที่ติดตั้งจริง และน้ำหนักรวมต่อตารางเมตร | 4.3 ตร.ม. ต่อ kWp และน้ำหนักรวมไม่เกิน 20 กก./ตร.ม. |
| 3 | ทิศและมุมเอียง | ทิศที่แผงหันและองศาที่ติดตั้ง | ผลผลิตที่ระบุอยู่ในช่วง 1,170–1,550 หน่วย/kWp/ปี |
| 4 | อุณหภูมิกับสตริง | Voc ของสตริงที่อุณหภูมิต่ำสุดของจังหวัด | Voc ที่คำนวณยังต่ำกว่าเพดาน DC ของอินเวอร์เตอร์ |
| 5 | มิเตอร์และ EXL | ขนาดมิเตอร์เป็นแอมแปร์ จำนวนเฟส และกำลังติดตั้งรวมของอินเวอร์เตอร์ | อยู่ในเพดานของมิเตอร์ และรู้ว่าต้องติด EXL หรือไม่ |
ถ้าใบเสนอราคาของคุณมีตัวเลขครบทั้งห้าบรรทัด การออกแบบผ่านแล้ว จบตรงนี้ได้ ส่วนที่เหลือของบทความคือที่มาของแต่ละตัวเลข ว่าคำนวณอย่างไร ผิดพลาดตรงไหนได้บ้าง และควรถามกลับด้วยประโยคอะไรเมื่อบรรทัดใดบรรทัดหนึ่งหายไป
ข้อที่หกไม่ได้อยู่ในใบเสนอราคา และไม่ควรคาดหวังว่าจะอยู่ โควตาหม้อแปลงที่ใช้ร่วมกับเพื่อนบ้านต้องสอบถามจากการไฟฟ้า ซึ่งตามลำดับงานจริงเกิดขึ้นหลังเจ้าของบ้านเลือกผู้ติดตั้งแล้ว เพราะผู้ติดตั้งเป็นผู้ยื่นเรื่องให้ ตอนเสนอราคาจึงยังไม่มีใครมีตัวเลขนี้ สิ่งที่ถามได้คือใครเป็นผู้ยื่นเรื่อง จะตรวจโควตาเมื่อไร และถ้าโควตาเต็มจะเกิดอะไรกับราคาและกำหนดการ
ออกแบบระบบโซลาร์รูฟท็อปผิดลำดับ ได้ระบบใหญ่เกิน
ลำดับของหกข้อไม่ใช่การจัดหมวดหมู่ให้อ่านง่าย แต่เป็นลำดับที่ผลลัพธ์ของข้อก่อนหน้าเป็นข้อมูลนำเข้าของข้อถัดไป ขนาดระบบมาจากโหลดกลางวัน พื้นที่หลังคามาจากขนาดระบบ จำนวนแผงต่อสตริงมาจากจำนวนแผงทั้งหมด และคำขอเชื่อมต่อมาจากกำลังติดตั้งที่ได้ในตอนท้าย เริ่มผิดข้อเดียว ทุกข้อที่เหลือคำนวณบนตัวเลขที่ผิด
ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการเริ่มจากข้อที่ผิด คือเริ่มจากยอดบิลทั้งเดือน หรือจากพื้นที่หลังคาที่ว่างอยู่ ทั้งสองทางให้ระบบใหญ่เกินจำเป็น เพราะบิลรวมหน่วยที่ใช้กลางคืนซึ่งโซลาร์ไม่ได้ผลิต และหลังคาว่างไม่ได้แปลว่าบ้านใช้ไฟกลางวันมากพอ แผงหนึ่ง kWp ในประเทศไทยผลิตได้ราว 4 หน่วยต่อวัน แต่ราว 70% ของปริมาณนั้นตกอยู่ในช่วง 09:00–16:00 เหลือประมาณ 2.8 หน่วยต่อวันที่บ้านมีโอกาสใช้เอง ตัวหารจึงเป็น 2.8 ไม่ใช่ 4
เหตุผลที่ต้องหารด้วยหน่วยกลางวันเป็นเรื่องเงิน ไม่ใช่เรื่องเทคนิค ประเทศไทยใช้ระบบ Net Billing ไม่ใช่ Net Metering หน่วยที่ใช้เองมีค่าเท่ากับค่าไฟที่ไม่ต้องจ่าย ส่วนหน่วยที่ไหลออกมีค่าเท่ากับราคารับซื้อ ซึ่งต่ำกว่าราวสองเท่า ทุก kWp ที่เกินโหลดกลางวันจึงจ่ายไปเพื่อผลิตหน่วยที่ถูกที่สุดของระบบ
หลังคาจำกัดที่น้ำหนักรวม ไม่ใช่น้ำหนักแผง
หลังคาตั้งเงื่อนไขสองข้อพร้อมกัน คือพื้นที่และน้ำหนัก ข้อแรกมักถูกอ้างผิด ตัวเลข 7 ตารางเมตรต่อ kWp ตามเว็บผู้ขายมาจากยุคที่แผงมีประสิทธิภาพ 15–17% แผงกระแสหลักปัจจุบัน 590–600 W มีประสิทธิภาพ 22.8–23.2% ต้องการพื้นที่เพียง 4.3–4.4 ตารางเมตรต่อ kWp กฎง่ายคือพื้นที่ต่อ kWp เท่ากับส่วนกลับของประสิทธิภาพแผง ระบบ 5 kWp จึงกินพื้นที่ราว 22 ตารางเมตร ไม่ใช่ 35
ข้อสองสำคัญกว่าเพราะผูกกับกฎหมาย กฎกระทรวง ฉบับที่ 72 (พ.ศ. 2568) กำหนดว่าการติดตั้งแผงบนหลังคาที่มี “น้ำหนักรวมในบริเวณหนึ่งบริเวณใดไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร” ไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคาร จึงไม่ต้องขอ อ.1 และไม่ต้องมีวิศวกรรับรอง คำสำคัญคือ น้ำหนักรวม ไม่ใช่น้ำหนักแผง ตัวเลขที่เทียบกับ 20 คือแผงบวกรางบวกอุปกรณ์ยึดบวกสายไฟในบริเวณนั้น
แผง 600 W รุ่นกระจกกรอบอะลูมิเนียมหนัก 27.2 กิโลกรัม บนพื้นที่ 2.583 ตารางเมตร คิดเป็น 10.5 กก./ตร.ม. เหลือเพดานสำหรับโครงสร้างยึดอีกราว 9.5 กก./ตร.ม. ซึ่งกว้างพอสำหรับรางอะลูมิเนียมมาตรฐานที่หนักราว 0.77 กิโลกรัมต่อเมตร แต่จำนวนรางต่อพื้นที่ขึ้นกับผังการวางของผู้ติดตั้งแต่ละราย อย่าประมาณเอง ให้ขอตัวเลขน้ำหนักรวมต่อตารางเมตรจากผู้ติดตั้ง เพราะนั่นคือตัวเลขเดียวที่กฎกระทรวงใช้ตัดสิน
น้ำหนักไม่ใช่แรงเดียวที่หลังคารับ แรงลมยกใต้แผงคำนวณตาม มยผ. 1311-50 ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งเป็นมาตรฐานอาคารทั่วไป ไม่ได้เขียนเจาะจงสำหรับแผงโซลาร์ และผู้ที่นำไปใช้คือวิศวกรโครงสร้าง ไม่ใช่ผู้ขายระบบ
เอียงต่ำได้ผลผลิตสูงสุด แต่ฝุ่นจับมากกว่า
ทิศและมุมเอียงเป็นข้อจำกัดที่บ้านส่วนใหญ่เลือกไม่ได้ เพราะหลังคามีทิศของมันอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องรู้จึงไม่ใช่ค่าที่ดีที่สุด แต่คือค่าปรับเมื่อเบี่ยงจากค่าที่ดีที่สุด ว่ามากพอจะเปลี่ยนการตัดสินใจหรือไม่ งานที่จำลองระบบรูฟท็อป 1 MW ที่มหาวิทยาลัยทักษิณ พัทลุง (Waewsak et al., 2023) กวาดค่ามุมเอียงและทิศด้วย PVsyst และให้ตัวเลขนั้นตรง ๆ

อย่างแรก ค่าปรับของทิศน้อยกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด หันทิศใต้ได้ 1,451 หน่วย/kWp/ปี ทิศเหนือซึ่งแย่ที่สุดได้ 1,353 ต่างกัน 6.8% หลังคาที่หันผิดทิศจึงแทบไม่เคยเป็นเหตุผลที่ไม่ควรติด อย่างที่สอง ค่าปรับของมุมเอียงมากกว่า เอียง 10 องศาได้ 1,541 เอียง 45 องศาเหลือ 1,300 ต่างกัน 15.6% ที่ละติจูดต่ำ การเอียงมากเกินไปจึงเสียผลผลิตมากกว่าการหันผิดทิศเกินสองเท่า
แต่ผลจำลองกับหลังคาจริงไม่ตรงกัน และจุดที่ไม่ตรงมีค่ามากกว่าตัวเลขเอง รายงาน IEA PVPS Task 13 เรื่องการสูญเสียจากฝุ่น (2022) จัดประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้นฝนมาก และแนะนำตรงข้ามกับผลจำลองว่า ละติจูดต่ำต้องการมุมเอียงต่ำเพื่อรับแดดสูงสุด แต่มุมเอียงต่ำสะสมฝุ่นมากกว่า จึงควรเอียงมากกว่าค่าละติจูด เหตุผลอยู่ที่ขอบเขตของแบบจำลอง งานข้างต้นไม่มีการสูญเสียจากฝุ่นอยู่ในแบบจำลอง และไม่ได้กล่าวถึงฝุ่นไว้ที่ใดเลย ส่วนที่ผู้วิจัยระบุเองว่ายังไม่ได้ศึกษาคือเงาบัง ซึ่งเป็นคนละอย่าง มุมเอียงที่ดีที่สุดในผลจำลองจึงดีที่สุดสำหรับแสงเท่านั้น
ข้อสรุปที่ใช้ได้จริงคือ หลังคาที่มีมุมเอียงอยู่แล้ว 10–20 องศาไม่ต้องแก้อะไร ส่วนหลังคาแบนที่ต้องตั้งโครงเอง อย่าตั้งให้ราบที่สุดเพียงเพราะผลจำลองบอกว่าได้ผลผลิตสูงสุด ให้เผื่อองศาพอให้ฝนมรสุมชะฝุ่นลงได้ มุมเอียงที่ดีที่สุดในภาพจำลอง กับมุมเอียงที่ดีที่สุดตลอด 25 ปี ไม่ใช่ตัวเดียวกัน
ผลผลิตที่ใช้ออกแบบต้องเป็นค่าหลังหักการสูญเสีย
ตัวเลขผลผลิตในใบเสนอราคาคือจุดที่ตรวจได้ง่ายที่สุดว่าใครคำนวณจริง ระบบที่ออกแบบดีในไทยให้ผลผลิตราว 1,430–1,550 หน่วยต่อ kWp ต่อปี ที่มุมเอียงเหมาะสม ตามแบบจำลอง Global Solar Atlas ของธนาคารโลก ขณะที่ กฟภ. ใช้ตัวเลขวางแผนที่อนุรักษ์กว่า คือราว 1,170 ทั้งสองค่าถูกต้องในบริบทของตัวเอง ช่วง 1,170–1,550 จึงเป็นกรอบตรวจใบเสนอราคา สูงกว่านั้นต้องมีคำอธิบาย ต่ำกว่านั้นแปลว่ามีบางอย่างในแบบที่ยังไม่ได้แก้
กับดักที่พบบ่อยคือการนำค่าความเข้มแสงมาใช้แทนค่าผลผลิต ค่าที่ พพ. เผยแพร่เป็นความเข้มรังสีที่ตกกระทบ ไม่ใช่ไฟฟ้าที่ระบบผลิตได้ ใช้สลับกันได้ตัวเลขสูงเกินจริงราวหนึ่งในสี่ ส่วนค่าจาก Global Solar Atlas หักการสูญเสียไปแล้ว จึงคูณตัวประกอบการสูญเสียซ้ำอีกไม่ได้
ตัวชี้วัดที่บอกคุณภาพการออกแบบโดยตรงคือ Performance Ratio คือสัดส่วนของพลังงานที่ได้จริงเทียบกับที่ควรได้จากแสงที่ตกกระทบ งานที่มหาวิทยาลัยทักษิณได้ 84.12% สำหรับ m-Si และ 83.65% สำหรับ p-Si โดยตั้งเกณฑ์ว่าเกิน 80% ถือว่าดี เป็นผลจำลองที่ละติจูด 7.81°N ไม่ใช่ค่าที่วัดจากหลังคาบ้านคุณ แต่ใช้เทียบได้ว่าตัวเลขที่ผู้ขายอ้างสมเหตุสมผลหรือไม่ เหตุผลที่ PR ไม่เข้าใกล้ 100% คือความร้อน การวัดจริงบนหลังคาในกรุงเทพฯ พบอุณหภูมิแผงสูงสุด 67.4°C ซึ่งกดแรงดันจุดทำงานลงตลอดวัน ส่วนการเสื่อมสภาพของแผงเป็นเรื่องของการประเมินผลตอบแทน ไม่ใช่การกำหนดขนาด
การไฟฟ้าคุมไฟที่ขาย ไม่ใช่ขนาดที่ติดตั้ง
สี่ข้อแรกอยู่ในมือผู้ออกแบบ ข้อที่ห้าและหกไม่ใช่ เพราะเป็นข้อจำกัดของระบบจำหน่ายไฟฟ้าที่บ้านต่ออยู่ นี่คือจุดที่คำขอเชื่อมต่ออาจถูกตีกลับหลังจ่ายเงินไปแล้ว และเป็นจุดที่ความเข้าใจผิดข้อเดียวทำให้ระบบถูกออกแบบเล็กเกินไป เลข 5 kW ที่ได้ยินกันคือเพดานของไฟที่ขายคืน ไม่ใช่เพดานของขนาดที่ติดตั้งได้
โครงการโซลาร์ภาคประชาชน พ.ศ. 2569 กำหนดปริมาณพลังไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 5 kW ต่อเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า เหมือนกันทั้งสองการไฟฟ้า ตามประกาศ กกพ. 26 มิถุนายน 2569 ฝั่ง กฟภ. ออกประกาศของตัวเองลงนามวันเดียวกัน ซึ่งยกเว้นข้อ 4.1 ของระเบียบฉบับ พ.ศ. 2559 และเขียนเพดานใหม่เป็นปริมาณที่ขาย ส่วน กฟน. ใช้ประกาศที่ 48/2569 เปิดรับคำขอผ่าน MyEnergy ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 จ่ายไฟเข้าระบบภายในปี 2570
กลไกที่ทำให้ติดตั้งใหญ่กว่าปริมาณที่ขายได้ คืออุปกรณ์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าไหลย้อน (Export Limiting Device หรือ EXL) เงื่อนไขของ กฟภ. มีสองชั้น คือกำลังติดตั้งรวมของอินเวอร์เตอร์ต้องมากกว่าปริมาณที่ขายไฟฟ้า และเข้ากรณีใดกรณีหนึ่ง คือเฟสเดียวมากกว่า 7 kW หรือมากกว่าหนึ่งเฟสมากกว่า 10 kW ส่วน กฟน. กำหนดชั้นเดียวและต่ำกว่า คืออินเวอร์เตอร์รวมเกิน 5 kW ก็ต้องมี EXL
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพดานสุดท้าย ประกาศฉบับเดียวกันข้อ 7 สงวนสิทธิ์ให้ กฟภ. กำหนดขนาดอินเวอร์เตอร์ที่เหมาะสม หรือให้ติด EXL เพิ่มเติมได้ หากเห็นว่ากระทบระบบโครงข่าย ในทางปฏิบัติจึงเป็นไปได้ที่จะถูกขอ EXL ที่ระดับต่ำกว่าตัวเลขในประกาศ ให้ถามเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ก่อนสั่งของ เพราะ EXL มีราคาและต้องอยู่ในแบบตั้งแต่แรก

ฝั่ง กฟน. ยังมีเพดานอีกชั้นที่ผูกกับมิเตอร์โดยตรง คืออินเวอร์เตอร์รวมต้องไม่เกินพิกัดของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าที่มีอยู่ ตัวเลขในตารางไม่ได้ตั้งขึ้นลอย ๆ แต่คือพิกัดกระแสของมิเตอร์แปลงเป็นกำลังไฟฟ้าปรากฏ มิเตอร์เฟสเดียว 15(45) ใช้ไฟได้สูงสุด 30 แอมแปร์ ที่ 230 โวลต์ จึงได้ 6.9 kVA
| เครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า | จำนวนเฟส | ใช้ไฟสูงสุด | อินเวอร์เตอร์รวมสูงสุด |
|---|---|---|---|
| 5(15) | 1 | 10 A | 2.3 kVA |
| 15(45) | 1 | 30 A | 6.9 kVA |
| 30(100) | 1 | 75 A | 17.3 kVA |
| 50(150) | 1 | 100 A | 23 kVA |
| 15(45) | 3 | 30 A | 20.8 kVA |
| 30(100) | 3 | 75 A | 52 kVA |
| 50(150) | 3 | 100 A | 69.3 kVA |
บรรทัดแรกคือบรรทัดที่ทำให้แบบล่มบ่อยที่สุด มิเตอร์ 5(15) แอมแปร์เฟสเดียว ซึ่งพบทั่วไปตามบ้าน รองรับอินเวอร์เตอร์รวมได้เพียง 2.3 kVA บ้านที่ถูกเสนอระบบ 5 kW บนมิเตอร์ขนาดนั้นต้องขอเปลี่ยนมิเตอร์ก่อน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการขออนุญาตเชื่อมต่อ และเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ค่อยอยู่ในใบเสนอราคา ตัวเลขบนหน้าปัดมิเตอร์จึงต้องอ่านก่อนคุยเรื่องขนาดระบบ
เงื่อนไขทั้งหมดข้างต้นเป็นของโครงการโซลาร์ภาคประชาชน พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นเส้นทางของบ้านที่ต้องการขายไฟส่วนเกิน ส่วนบ้านที่ติดตั้งเพื่อใช้เองล้วน ๆ โดยไม่ขายไฟคืน เอกสารของโครงการไม่ได้ระบุว่าใช้เพดานชุดใด เราจึงไม่สรุปแทน ให้ถามการไฟฟ้าในพื้นที่ว่ากรณีของคุณใช้เกณฑ์ไหนและต้องติด EXL ที่ระดับใด ก่อนวางเงินมัดจำ
หม้อแปลงและรายชื่ออุปกรณ์ที่ผ่านการทดสอบ
เพดานอีกตัวไม่ได้อยู่ในบ้านคุณเลย ประกาศของ กฟภ. จำกัดปริมาณที่ขายรวมของทุกรายบนหม้อแปลงจำหน่ายลูกเดียวกัน ไม่ให้เกิน 25% ของพิกัด แปลว่าเพื่อนบ้านที่เข้าโครงการก่อนใช้โควตาร่วมนี้ไปแล้วส่วนหนึ่ง และโครงการรับคำขอแบบเรียงลำดับก่อนหลัง ในย่านที่ติดกันหนาแน่นโควตาจึงเต็มได้ก่อนถึงคิวของคุณ นี่เป็นข้อเดียวในหกข้อที่คำนวณเองไม่ได้ และเป็นข้อเดียวที่ไม่อยู่ในขั้นเสนอราคา เพราะเกิดในขั้นตอนยื่นขอเชื่อมต่อหลังเลือกผู้ติดตั้งแล้ว ควรตกลงกันตั้งแต่ต้นว่าถ้าโควตาเต็มจะจัดการอย่างไร
อุปกรณ์ก็ถูกจำกัดด้วยรายชื่อ ไม่ใช่แค่มาตรฐาน กฟน. เผยแพร่รายชื่ออินเวอร์เตอร์และรายชื่อ EXL ที่ผ่านการทดสอบไว้บนเว็บไซต์ของตัวเอง โดยยี่ห้อ รุ่น และเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ต้องอยู่ในรายชื่อนั้น ถ้าไม่อยู่ต้องยื่นขึ้นทะเบียนก่อน ส่วน กฟภ. ใช้แนวทางขึ้นทะเบียนหรือผ่านการทดสอบเช่นกัน และบังคับให้ระบบปลดการเชื่อมต่อทันทีเมื่อระบบโครงข่ายไม่มีไฟ (ระเบียบ กฟภ. พ.ศ. 2559 ข้อ 7.1.8) ก่อนตกลงซื้อ ให้ขอชื่อรุ่นอินเวอร์เตอร์ไปเทียบกับรายชื่อของการไฟฟ้าในพื้นที่ เพราะรุ่นที่ไม่อยู่ในรายชื่อทำให้คำขอสะดุดได้ แม้สเปกจะดีกว่า
เพดานของสิทธิประโยชน์ ไม่ได้ห้ามติดตั้งใหญ่กว่า
ด้านการค้าของเลข 5 kW เดียวกันอยู่ในประกาศของ กกพ. ซึ่งกำหนดราคารับซื้อไฟส่วนเกิน 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลา 10 ปี ภายใต้โควตารวม 500 MW ตามเงื่อนไขโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ประกาศของการไฟฟ้าคุมด้านเทคนิค ประกาศของ กกพ. คุมด้านราคาและปริมาณ ทั้งคู่เป็นสองด้านของตัวเลขเดียวกัน และไม่มีฉบับใดห้ามติดตั้งใหญ่กว่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือต้องมี EXL ไม่ใช่ถูกห้าม
เพดานสิทธิอีกตัวคือสิทธิลดหย่อนภาษี 200,000 บาท ซึ่งต้องเป็นระบบ On-grid ไม่เกิน 10 kWp ต่อหลัง และหักได้ไม่เกิน 200,000 บาท ใช้พร้อมกันทั้งสองเงื่อนไข ส่วนเกณฑ์ใบอนุญาตอยู่สูงกว่ามาก ระบบต่ำกว่า 200 kVA เพียงจดแจ้งยกเว้นกับ กกพ. ซึ่งครอบคลุมบ้านแทบทุกหลัง ภาพรวมเอกสารทั้งหมดอยู่ในคู่มือขออนุญาต
ข้อสุดท้ายที่ผู้ซื้อควรได้ยินจากผู้ขายคือชื่อมาตรฐานที่ใช้ติดตั้ง มาตรฐานที่ตรงที่สุดคือ วสท. 022013-22 ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา พ.ศ. 2565 ซึ่งรายงานของ พพ. ระบุว่าบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2566 เฉพาะในการออกใบอนุญาตผลิตพลังงานควบคุมสำหรับระบบตั้งแต่ 200 kVA ขึ้นไป ไม่ใช่ข้อบังคับกับบ้านทุกหลัง คำถามที่ใช้ได้จริงคือ ติดตั้งตามมาตรฐานฉบับใด และใครเป็นผู้รับรองแบบ
สรุปเชิงวิศวกรรม
- การออกแบบคือลำดับของข้อจำกัดหกข้อ ไม่ใช่การเลือกอุปกรณ์ ผลลัพธ์ของข้อก่อนหน้าเป็นข้อมูลนำเข้าของข้อถัดไป เริ่มผิดข้อเดียว ทุกข้อที่เหลือคำนวณบนตัวเลขที่ผิด
- ห้าข้อแรกตรวจได้ตั้งแต่ขั้นใบเสนอราคา ส่วนข้อที่หกคือโควตาหม้อแปลง ตรวจได้เฉพาะตอนยื่นขอเชื่อมต่อ ซึ่งเกิดหลังเลือกผู้ติดตั้งแล้ว
- ขนาดระบบมาจากหน่วยที่ใช้ระหว่าง 09:00–16:00 หารด้วย 2.8 ไม่ใช่จากยอดบิลทั้งเดือน เพราะไทยใช้ Net Billing หน่วยที่ใช้เองกับที่ขายคืนมีค่าไม่เท่ากัน
- หลังคาต้องการ 4.3–4.4 ตร.ม. ต่อ kWp ไม่ใช่ 7 และตัวเลขที่กฎกระทรวง ฉบับที่ 72 ใช้ตัดสินคือน้ำหนักรวมของแผงบวกรางบวกอุปกรณ์ยึด ไม่เกิน 20 กก./ตร.ม.
- ที่ละติจูดของไทย การเอียงมากเกินไปเสียผลผลิต 15.6% ส่วนการหันไปทางเหนือเสีย 6.8% แต่มุมเอียงต่ำสะสมฝุ่นมากกว่า หลังคาแบนจึงควรเผื่อองศาให้ฝนชะฝุ่นได้ และผลผลิตที่ใช้ตรวจใบเสนอราคาอยู่ในช่วง 1,170–1,550 หน่วย/kWp/ปี ที่ PR ราว 84%
- เลข 5 kW คือเพดานของไฟที่ขายคืน ไม่ใช่ขนาดที่ติดตั้ง ติดตั้งใหญ่กว่าได้โดยต้องมี EXL ซึ่ง กฟน. บังคับเมื่ออินเวอร์เตอร์รวมเกิน 5 kW ส่วน กฟภ. เมื่อเกิน 7 kW เฟสเดียว หรือ 10 kW มากกว่าหนึ่งเฟส และอุปกรณ์ต้องอยู่ในรายชื่อรุ่นที่ผ่านการทดสอบ
- กฟน. ยังจำกัดอินเวอร์เตอร์รวมตามพิกัดมิเตอร์ มิเตอร์เฟสเดียว 5(15) แอมแปร์รองรับเพียง 2.3 kVA ส่วน กฟภ. จำกัดปริมาณที่ขายรวมบนหม้อแปลงลูกเดียวกันไม่เกิน 25% ของพิกัด เงื่อนไขเหล่านี้เปลี่ยนได้ ยืนยันกับการไฟฟ้าในพื้นที่ก่อนวางเงินมัดจำ
อ้างอิง
- Waewsak, J., Khamharnphol, R., Khunpetch, S., Kamdar, I., Chiwamongkhonkarn, S., Kongruang, C., Gagnon, Y. — “Techno-Economic Assessment of a 1 MW Solar PV Rooftop System at Thaksin University (Phatthalung Campus), Thailand.” ASEAN Journal of Scientific and Technological Reports 26(1), 59–75 (2023). ph02.tci-thaijo.org — เข้าถึงเมื่อ 23 ส.ค. 2569
- IEA PVPS Task 13 — Soiling Losses – Impact on the Performance of Photovoltaic Power Plants, Report IEA-PVPS T13-21:2022. iea-pvps.org — เข้าถึงเมื่อ 23 ส.ค. 2569
- ระเบียบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ว่าด้วยข้อกำหนดการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า พ.ศ. 2559 — การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค. smartlist.pea.co.th — เข้าถึงเมื่อ 23 ส.ค. 2569
- รายงานสถานภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศไทย หัวข้อ 2.5 มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง — กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.). pvstatus.dede.go.th — เข้าถึงเมื่อ 23 ส.ค. 2569
- กฎกระทรวง ฉบับที่ 72 (พ.ศ. 2568) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 — ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนที่ 76 ก, 19 พ.ย. 2568 — เข้าถึงเมื่อ 23 ส.ค. 2569
- Global Solar Atlas — World Bank Group / ESMAP / Solargis. globalsolaratlas.info — เข้าถึงเมื่อ 23 ส.ค. 2569
- LONGi Green Energy Technology — LR5-72HTH 590~600M Datasheet (2023, V19). static.longi.com — เข้าถึงเมื่อ 23 ส.ค. 2569
- K2 Systems — Technical Datasheet, SingleRail 36, 5.95 m (product 2004260) — เข้าถึงเมื่อ 23 ส.ค. 2569
- IEA PVPS Task 13 — Climatic Rating of Photovoltaic Modules, Report T13-20:2020, §5.5 (Bangkok case study). iea-pvps.org — เข้าถึงเมื่อ 23 ส.ค. 2569
- มติคณะรัฐมนตรี 24 มิถุนายน 2568 (มาตรการส่งเสริมการติดตั้ง Solar Rooftop) และ พระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 805 (พ.ศ. 2569) — เงื่อนไขสิทธิลดหย่อนภาษี — เข้าถึงเมื่อ 23 ส.ค. 2569
- ประกาศคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง การรับซื้อไฟฟ้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชน พ.ศ. 2569 — สำนักงาน กกพ. — เข้าถึงเมื่อ 23 ส.ค. 2569
- ประกาศการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เรื่อง ข้อกำหนดการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้า โครงการโซลาร์ภาคประชาชน พ.ศ. 2569 (ลงนาม 26 มิถุนายน 2569) — การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, เอกสารแนบท้ายประกาศของสำนักงาน กกพ. — เข้าถึงเมื่อ 23 ส.ค. 2569
- ประกาศการไฟฟ้านครหลวงที่ 48/2569 เรื่อง การรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาสำหรับภาคประชาชน ประเภทบ้านอยู่อาศัย พ.ศ. 2569 — การไฟฟ้านครหลวง. mea.or.th — เข้าถึงเมื่อ 24 ส.ค. 2569
คำถามที่พบบ่อย
ระบบ 5 kWp ต้องใช้พื้นที่หลังคาเท่าไร
ราว 22 ตารางเมตร ไม่ใช่ 35 แผงกระแสหลักปัจจุบันขนาด 590–600 W มีประสิทธิภาพ 22.8–23.2% ต้องการพื้นที่ 4.3–4.4 ตารางเมตรต่อ kWp ตัวเลข 7 ตารางเมตรต่อ kWp ที่ยังเห็นตามเว็บผู้ขายมาจากยุคที่แผงมีประสิทธิภาพ 15–17% กฎง่ายคือพื้นที่ต่อ kWp เท่ากับส่วนกลับของประสิทธิภาพแผง
หลังคาบ้านไม่ได้หันทิศใต้ ยังติดโซลาร์คุ้มไหม
คุ้ม ค่าปรับของทิศน้อยกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด งานจำลองระบบ 1 MW ที่มหาวิทยาลัยทักษิณพบว่าหันทิศใต้ได้ 1,451 หน่วย/kWp/ปี ส่วนทิศเหนือซึ่งเป็นกรณีแย่ที่สุดได้ 1,353 ต่างกัน 6.8% ขณะที่มุมเอียงมีผลมากกว่า เอียง 45 องศาเสียผลผลิต 15.6% เทียบกับเอียง 10 องศา หลังคาที่หันผิดทิศจึงแทบไม่เคยเป็นเหตุผลที่ทำให้ไม่ควรติด
ติดโซลาร์บนหลังคาต้องขอใบอนุญาต อ.1 หรือไม่
กฎกระทรวง ฉบับที่ 72 (พ.ศ. 2568) กำหนดว่าการติดตั้งที่มีน้ำหนักรวมในบริเวณหนึ่งบริเวณใดไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคาร จึงไม่ต้องขอ อ.1 และไม่ต้องมีวิศวกรรับรอง คำสำคัญคือน้ำหนักรวม ซึ่งหมายถึงแผงบวกรางบวกอุปกรณ์ยึดบวกสายไฟ ไม่ใช่น้ำหนักแผงอย่างเดียว ให้ขอตัวเลขนี้จากผู้ติดตั้งแทนการประมาณเอง
ติดตั้งเกิน 5 kW ผิดกฎหมายหรือไม่
ไม่ผิด เลข 5 kW คือเพดานของไฟที่ขายคืน ไม่ใช่เพดานของขนาดที่ติดตั้ง โครงการโซลาร์ภาคประชาชน พ.ศ. 2569 รับซื้อไม่เกิน 5 kW ต่อเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าเหมือนกันทั้ง กฟภ. และ กฟน. ถ้าติดตั้งใหญ่กว่านั้นก็ทำได้ แต่ต้องมีอุปกรณ์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าไหลย้อน (EXL) เพื่อไม่ให้จ่ายเข้าระบบเกินที่ขายไว้ จุดที่ต่างกันคือระดับที่เริ่มบังคับ กฟน. บังคับเมื่ออินเวอร์เตอร์รวมเกิน 5 kW ส่วน กฟภ. บังคับเมื่อเกิน 7 kW สำหรับเฟสเดียว หรือเกิน 10 kW สำหรับมากกว่าหนึ่งเฟส ควรยืนยันกับการไฟฟ้าในพื้นที่ก่อนกำหนดขนาด
ผลผลิตเท่าไรจึงเรียกว่าสมเหตุสมผลในใบเสนอราคา
ช่วง 1,170–1,550 หน่วยต่อ kWp ต่อปี ปลายบนมาจากแบบจำลอง Global Solar Atlas ที่มุมเอียงเหมาะสม ปลายล่างเป็นตัวเลขวางแผนที่อนุรักษ์กว่าของ กฟภ. ตัวเลขที่สูงกว่า 1,550 ต้องมีคำอธิบาย และที่ต่ำกว่า 1,170 แปลว่ามีบางอย่างในแบบที่ยังไม่ได้แก้ ระวังการนำค่าความเข้มแสงมาใช้แทนค่าผลผลิต ซึ่งให้ตัวเลขสูงเกินจริงราวหนึ่งในสี่
มิเตอร์บ้านมีผลกับขนาดระบบไหม
มีโดยตรงในพื้นที่ กฟน. ซึ่งกำหนดว่าขนาดอินเวอร์เตอร์รวมต้องไม่เกินพิกัดของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า มิเตอร์เฟสเดียว 5(15) แอมแปร์ รองรับได้เพียง 2.3 kVA ส่วน 15(45) ได้ 6.9 kVA และ 30(100) ได้ 17.3 kVA ตัวเลขเหล่านี้คือพิกัดกระแสของมิเตอร์แปลงเป็นกำลังไฟฟ้าปรากฏ เช่น 230 โวลต์ คูณ 30 แอมแปร์ ได้ 6.9 kVA บ้านที่ถูกเสนอระบบใหญ่กว่าที่มิเตอร์รองรับต้องขอเปลี่ยนขนาดมิเตอร์ก่อน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่มักไม่อยู่ในใบเสนอราคา
