เศรษฐศาสตร์และการลงทุน

ค่าไฟ TOU คุ้มไหมเมื่อติดโซลาร์ บ้านส่วนใหญ่ยังไม่ต้องย้าย

7 ก.ย. 2569 อ่าน 6 นาที ระดับ กลาง โดย

คำแนะนำที่ได้ยินบ่อยที่สุดหลังติดโซลาร์คือให้ย้ายไปใช้ ค่าไฟ TOU เพราะหน่วยช่วง Peak ราคา 6.38 บาท สูงกว่าหน่วยแพงสุดของอัตราปกติที่ 4.84 บาท คำตอบของบทความนี้คือ บ้านที่ติดโซลาร์ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องย้าย เพราะช่วง Peak มีเฉพาะ 09:00–22:00 วันจันทร์ถึงศุกร์ หลังคาจึงผลิตไฟตกในช่วงนั้นเพียงราว 60% ที่เหลือได้ราคา Off-Peak 3.00 บาท เมื่อถัวเฉลี่ยตามเวลาที่แผงผลิตได้จริง TOU ทำให้ไฟที่คุณผลิตมีค่าเพิ่มขึ้น เพียง 4.1% หรือราว 810 บาทต่อปี บนระบบ 5 kW ราคา 139,000 บาท สิ่งที่ TOU เปลี่ยนจริงจึงไม่ใช่มูลค่าของไฟที่คุณผลิต แต่คือค่าไฟของหน่วยที่คุณยังต้องซื้อ ซึ่งขึ้นกับพฤติกรรมการใช้ไฟเดิมของบ้าน ไม่ใช่ขึ้นกับการมีโซลาร์

ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569 · อัตราค่าไฟฟ้า ค่า Ft และค่าเปลี่ยนมิเตอร์เปลี่ยนได้ ตรวจสอบกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง หรือสำนักงาน กกพ. ก่อนตัดสินใจ

บ้านแบบไหนควรย้าย บ้านแบบไหนไม่ควร

คำตอบขึ้นกับเรื่องเดียว คือหลังหักไฟจากหลังคาแล้ว ไฟที่คุณยังต้องซื้อจากการไฟฟ้าตกอยู่ในช่วง Peak มากแค่ไหน ไม่ได้ขึ้นกับขนาดระบบหรือยี่ห้อแผงเลย

ลักษณะการใช้ไฟของบ้านควรย้ายไป TOU หรือไม่
มีคนอยู่บ้านกลางวัน ทำงานที่บ้าน หรือเปิดแอร์ช่วงบ่ายวันธรรมดาไม่ควร ค่าไฟจะแพงขึ้นชัดเจน
ทุกคนออกไปทำงาน ใช้ไฟหนักตอนกลางคืนและเสาร์อาทิตย์น่าจะคุ้ม แต่ต้องวัดก่อน
ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าตอนกลางคืนเป็นประจำคุ้มที่สุด ในบรรดาทุกกรณี
ยังไม่เคยวัดว่าตัวเองใช้ไฟช่วง Peak เท่าไรยังไม่ต้องตัดสินใจ ให้วัดก่อนตามวิธีข้างล่าง
ตารางสรุป: การมีโซลาร์บนหลังคาไม่ได้เปลี่ยนคำตอบในตารางนี้ สิ่งที่เปลี่ยนคำตอบคือเวลาที่บ้านใช้ไฟ

ถ้าคำตอบของคุณคือ “ไม่ควร” หรือ “ยังไม่รู้” ก็จบตรงนี้ได้ ไม่ต้องทำอะไรต่อ ส่วนที่เหลือของบทความอธิบายว่าตัวเลขมาจากไหน และถ้าจะย้ายจริงต้องระวังอะไร

ค่าไฟ TOU เพิ่มมูลค่าไฟจากหลังคาเพียง 4.1%

ช่วง Peak คือ 09:00 ถึง 22:00 น. เฉพาะวันจันทร์ถึงศุกร์ ส่วนเสาร์ อาทิตย์ วันแรงงาน และวันหยุดราชการเป็น Off-Peak ทั้งวัน ตาม ประกาศอัตราค่าไฟฟ้าของ กฟภ. แผงไม่รู้จักวันหยุด มันผลิตไฟวันเสาร์เท่ากับวันพุธ แต่หน่วยที่ผลิตวันเสาร์ขายให้ตัวเองได้ในราคา Off-Peak เท่านั้น

เมื่อนับจริงจึงเหลือวันที่มีช่วง Peak ราว 250 วันต่อปี หรือ 68% และในวันเหล่านั้นผลผลิตช่วงเช้าก่อน 09:00 อีกราว 12% ก็ตกเป็น Off-Peak ด้วย คูณกันแล้วเหลือราว 60% ของผลผลิตทั้งปีที่อยู่ในช่วง Peak เราทดสอบด้วยการเลื่อนเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและบิดกราฟให้เอียงมาทางเช้าแบบฤดูฝนแล้ว ค่าอยู่ในช่วง 55–61% ตลอด

มูลค่าของไฟหนึ่งหน่วยที่บ้านใช้เองบาท/หน่วย
อัตราปกติ หน่วยเกิน 4004.84
TOU ช่วง Peak เพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกยกมาอ้าง6.38
TOU ช่วง Off-Peak เพียงอย่างเดียว3.00
TOU ถัวเฉลี่ยตามเวลาที่แผงผลิตได้จริง5.04
ตารางสรุป: ราคารวมค่า Ft 16.23 สตางค์ และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว บรรทัดสุดท้ายถ่วงน้ำหนัก 60% ต่อ 40% ตามผลผลิตจริง เทียบกับ 4.84 บาทคือต่างกัน 4.1%

บนระบบ 5 kW ที่ใช้ไฟเอง 4,088 หน่วยต่อปี ส่วนต่างนี้คิดเป็นราว 810 บาทต่อปี และเมื่อไล่สมมติฐานทั้งช่วง ตัวเลขเคลื่อนระหว่างบวก 80 ถึงบวก 910 บาท อัตรา 6.38 บาทเป็นของจริง แต่ถูกหักล้างเป็นส่วนใหญ่ด้วยผลผลิต 40% ที่ตกนอกช่วง Peak

ฝั่งไฟที่ขายคืนก็ไม่เปลี่ยนเช่นกัน โครงการโซลาร์ภาคประชาชน รับซื้อที่ 2.20 บาทต่อหน่วยคงที่ ไม่แบ่งตามช่วงเวลา เพราะระบบเป็น Net Billing ไม่ใช่ Net Metering คือคิดหน่วยที่ซื้อเข้าบ้านเต็มจำนวน แล้วคิดหน่วยที่ขายออกแยกอีกก้อน

เส้นตัดสินคือสัดส่วนการใช้ไฟช่วง Peak ราว 35–48%

อัตราปกติคิดราคาตามปริมาณสะสม ยิ่งใช้มากหน่วยท้าย ๆ ยิ่งแพง ส่วน TOU ทิ้งขั้นบันไดทั้งหมดแล้วคิดตามเวลาแทน จุดที่ทั้งสองให้บิลเท่ากันจึงคำนวณได้ตรง ๆ และขยับตามปริมาณที่ใช้

หน่วยที่ซื้อจากการไฟฟ้าต่อเดือนถ้าใช้ไฟช่วง Peak ต่ำกว่านี้ TOU ถูกกว่า
300 หน่วย24%
500 หน่วย35%
1,000 หน่วย45%
1,500 หน่วย48%
ตารางสรุป: คำนวณจากบิลเต็มรวมค่าบริการ ค่า Ft และภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งสองฝั่ง ยิ่งใช้ไฟมาก อัตราปกติยิ่งแพงตามขั้นบันได เส้นตัดสินจึงเลื่อนสูงขึ้น

โซลาร์ช่วยดันบ้านมาทางฝั่ง TOU จริง เพราะมันดูดหน่วยกลางวันออกจากบิล แต่มันลดจำนวนหน่วยที่ต้องซื้อลงด้วย ซึ่งดึงเส้นตัดสินให้ต่ำลงมาพร้อมกัน สองแรงนี้เกือบหักล้างกัน เราไล่คำนวณทุกกรณีตั้งแต่สัดส่วน Peak 30% ถึง 75% แล้วพบว่าโซลาร์พลิกคำตอบได้เฉพาะบ้านที่เดิมอยู่คาบเส้นในช่วงราว 35–49% เท่านั้น นอกช่วงนั้นโซลาร์เพียงผลักบ้านให้ลึกเข้าไปในฝั่งที่มันอยู่แล้ว

ตัวเลขที่ชี้ขาด มิเตอร์ของคุณวัดไม่ได้

นี่คือเหตุผลที่คำแนะนำเรื่อง TOU ส่วนใหญ่จบลงที่การอ้างตัวเลข 6.38 บาทแทนที่จะคำนวณ มิเตอร์แบบเดิมบันทึกแค่หน่วยสะสม ไม่ได้บันทึกว่าใช้ตอนกี่โมง บิลของคุณจึงไม่เคยบอกสัดส่วนช่วง Peak และจะไม่บอกจนกว่าจะเปลี่ยนมิเตอร์ไปแล้ว ซึ่งตอนนั้นก็ติดเงื่อนไข 12 เดือนแล้ว ทางออกคือวัดเอง

  • จดเลขมิเตอร์วันละสองครั้ง ที่ 09:00 และ 22:00 ติดต่อกันสองถึงสี่สัปดาห์ ผลต่างคือหน่วยช่วง Peak ของวันนั้น ไม่ต้องจดเสาร์อาทิตย์เพราะเป็น Off-Peak ทั้งวันอยู่แล้ว
  • ดูจากระบบมอนิเตอร์ของอินเวอร์เตอร์ ถ้าระบบมี CT วัดฝั่งโหลด จะมีกราฟรายชั่วโมงให้ย้อนดูได้ทันที ไม่ต้องรอเก็บใหม่

ต้องบอกให้ชัดว่า เราค้นแล้วไม่พบหน่วยงานไทยแห่งใดเผยแพร่สัดส่วนการใช้ไฟช่วง Peak ของครัวเรือนทั่วไป บทความนี้จึงไม่ยกค่ากลางมาให้ เพราะการยืมค่าเฉลี่ยมาใช้กับบ้านหลังเดียวผิดตั้งแต่ต้น

ถ้าตัดสินใจย้าย ต้องรู้สี่ข้อ

  • ย้ายแล้วเปลี่ยนกลับไม่ได้ภายใน 12 เดือน ประกาศของทั้งสองการไฟฟ้าระบุตรงกัน ถ้าประเมินผิดต้องอยู่กับมันครบปี
  • ค่าเปลี่ยนมิเตอร์ต้องถามการไฟฟ้าโดยตรง กฟภ. ปรับลดค่าบริการนี้ในปี 2569 แต่เราเปิดประกาศฉบับจริงในราชกิจจานุเบกษาไม่ได้ จึงไม่ยกตัวเลขมาลง ใช้กฎประเมินแทนได้ว่า ค่ามิเตอร์ทุก 1,000 บาทคืนทุนใน 10 เดือนถ้าประหยัดได้ 100 บาทต่อเดือน ถ้าคืนทุนไม่ทันใน 12 เดือนที่ถูกล็อก แปลว่ายังไม่ควรย้าย
  • บ้านเล็กจะเสียค่าบริการเพิ่มสามเท่า บ้านที่ใช้ไม่เกิน 150 หน่วยและมิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ จ่ายค่าบริการเพียง 8.19 บาท ขณะที่อัตรา TOU คิด 24.62 บาท ส่วนบ้านที่ใช้เกิน 150 หน่วยจ่าย 24.62 บาทอยู่แล้ว ย้ายแล้วค่าบริการไม่เปลี่ยน
  • เลขประเภทของสองการไฟฟ้าไม่ตรงกัน กฟภ. เรียกอัตรา TOU ของบ้านว่าประเภท 1.2 ส่วน กฟน. เรียกว่าประเภท 1.3 ใครอ่านบทความที่บอกว่า “1.2 คือ TOU” แล้วเอาไปเทียบกับบิล กฟน. จะได้อัตราปกติมาแทน อัตราต่อหน่วยของทั้งสองแห่งเท่ากันทุกตัวเลข

รายละเอียดปฏิทินอีกสองข้อที่ประกาศเขียนไว้และให้ผลตรงข้ามกับที่คนคาด วันพืชมงคลคิดเป็นวันทำงานปกติ จึงมีช่วง Peak เต็ม และ วันหยุดชดเชยไม่นับเป็นวันหยุด วันจันทร์ที่หยุดชดเชยให้จึงถูกคิดเป็นวัน Peak ทั้งที่ทั้งบ้านอยู่พร้อมหน้าและใช้ไฟหนักที่สุด

อย่าตั้งเวลาโหลดหนักไว้กลางวันวันธรรมดา

คำแนะนำที่มักตามมาคือให้ย้ายเครื่องซักผ้าหรือการชาร์จรถมาไว้กลางวันเพื่อกินไฟจากหลังคา คำแนะนำนั้นอันตรายกว่าที่คิด เพราะโหลดที่ย้ายไม่ได้หายไป ถ้าไม่รันกลางวันก็ต้องไปรันกลางคืนซึ่งคิดเพียง 3.00 บาทอยู่ดี กำไรที่ได้จริงจึงน้อยกว่าที่โฆษณาไว้มาก และถ้าวันนั้นฝนตกแผงไม่จ่าย คุณจะซื้อไฟในราคาแพงที่สุดของทั้งตาราง

ย้ายโหลดหนึ่งหน่วยจากกลางคืนมากลางวันวันธรรมดาเสาร์อาทิตย์
วันที่แดดดี แผงจ่ายไฟให้โหลดได้ประหยัดเพิ่ม 0.80 บาทประหยัดเพิ่ม 0.80 บาท
วันที่ฝนตก ต้องซื้อจากการไฟฟ้าแพงขึ้น 3.38 บาทเท่าเดิม ไม่ได้ไม่เสีย
ต้องแดดดีกี่เปอร์เซ็นต์จึงจะคุ้ม81% ของครั้งที่รันไม่มีเงื่อนไข ย้ายได้เลย
ตารางสรุป: กำไร 0.80 บาทคือส่วนต่างของอัตรา Off-Peak กับราคารับซื้อ ส่วนที่เสีย 3.38 บาทคือส่วนต่างของอัตรา Peak กับ Off-Peak เสาร์อาทิตย์ไม่มีความเสี่ยงเพราะทั้งวันเป็น Off-Peak ราคาเดียวกัน

ให้ย้ายโหลดที่เลื่อนได้ไปไว้กลางวันของวันเสาร์อาทิตย์แทน แดดดีก็ได้ไฟฟรีจากหลังคา ฝนตกก็จ่ายเท่ากับที่จะจ่ายตอนกลางคืนอยู่แล้ว ไม่มีด้านเสียเลย ส่วนวันธรรมดาให้เปิดแอปมอนิเตอร์ดูว่าแผงกำลังจ่ายอยู่จริงก่อนกดเครื่อง ไม่ใช่ตั้งเวลาไว้ตายตัว เพราะตัวตั้งเวลามองไม่เห็นเมฆ ถ้าย้ายเวลาไม่ได้จริง ๆ แบตเตอรี่ คือสิ่งที่ตัดการเดิมพันนี้ทิ้ง แต่ราคาสูงกว่าส่วนต่างที่มันประหยัดได้มาก

สรุปเชิงวิศวกรรม

  • บ้านที่ติดโซลาร์ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องย้ายไป TOU เพราะ TOU เพิ่มมูลค่าไฟที่ผลิตได้เพียง 4.1% หรือราว 810 บาทต่อปีบนระบบ 5 kW
  • ช่วง Peak คือ 09:00–22:00 เฉพาะจันทร์ถึงศุกร์ ผลผลิตของหลังคาจึงตกในช่วงนั้นเพียงราว 60% หน่วยที่ใช้เองมีค่าเฉลี่ย 5.04 บาท เทียบกับ 4.84 บาทบนอัตราปกติ
  • สิ่งที่ตัดสินคือสัดส่วนการใช้ไฟช่วง Peak ของหน่วยที่ยังต้องซื้อ เส้นอยู่ที่ราว 35% ที่ 500 หน่วยต่อเดือน ถึง 48% ที่ 1,500 หน่วย
  • โซลาร์ดันบ้านมาทางฝั่ง TOU แต่ก็ดึงเส้นตัดสินลงมาด้วย จึงพลิกคำตอบเฉพาะบ้านที่เดิมอยู่คาบเส้นราว 35–49%
  • ตัวเลขที่ชี้ขาดคือตัวเลขที่มิเตอร์เดิมวัดไม่ได้ ต้องวัดเองก่อนตัดสินใจ เพราะย้ายแล้วติดล็อก 12 เดือน
  • อย่าตั้งเวลาโหลดหนักไว้กลางวันวันธรรมดา ได้ 0.80 บาทเมื่อแดดดี เสีย 3.38 บาทเมื่อฝนตก ให้ย้ายไปเสาร์อาทิตย์ซึ่งไม่มีด้านเสีย

อยากลองคำนวณผลตอบแทนของระบบก่อน ใช้ เครื่องคำนวณของเรา ได้ แต่ทราบข้อจำกัดว่ามันคิดจากค่าไฟเฉลี่ยค่าเดียว ไม่ได้แยกช่วง Peak กับ Off-Peak จึงตอบคำถามเรื่อง TOU ไม่ได้

อ้างอิง

  1. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค — อัตราค่าไฟฟ้า ประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และข้อกำหนดช่วงเวลาอัตรา TOU มีผลตั้งแต่ค่าไฟฟ้าประจำเดือนพฤษภาคม 2566. pea.co.th — เข้าถึงเมื่อ 11 ส.ค. 2569
  2. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค — ค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) ประจำเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2569 เท่ากับ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ตามมติ กกพ. ครั้งที่ 29/2569 เมื่อ 22 ก.ค. 2569 คงเดิมจากงวดพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2569. pea.co.th · mea.or.th — อัตราเดียวกันทั้ง กฟภ. และ กฟน. — เข้าถึงเมื่อ 25 ส.ค. 2569
  3. สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน — ค่า Ft งวดเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2569 ตามมติ กกพ. ครั้งที่ 29/2569. erc.or.th — เข้าถึงเมื่อ 11 ส.ค. 2569
  4. สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน — โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าประเภทที่ 1 ของการไฟฟ้านครหลวง พร้อมเงื่อนไขการเลือกใช้อัตรา TOU. erc.or.th — เข้าถึงเมื่อ 11 ส.ค. 2569
  5. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค — โครงการโซลาร์ภาคประชาชน พ.ศ. 2569 อัตรารับซื้อและเงื่อนไขโครงการ. ppim.pea.co.th — เข้าถึงเมื่อ 11 ส.ค. 2569

คำถามที่พบบ่อย

ติดโซลาร์แล้วต้องย้ายไปใช้อัตรา TOU หรือไม่

ส่วนใหญ่ไม่ต้อง เพราะ TOU เพิ่มมูลค่าไฟที่หลังคาผลิตได้เพียง 4.1% หรือราว 810 บาทต่อปีบนระบบ 5 kW บ้านที่ควรย้ายคือบ้านที่ใช้ไฟหนักตอนกลางคืนและเสาร์อาทิตย์ ส่วนบ้านที่มีคนอยู่กลางวันหรือเปิดแอร์ช่วงบ่ายวันธรรมดาจะแพงขึ้นชัดเจน และไม่ว่ากรณีใดควรวัดสัดส่วนการใช้ไฟช่วง Peak ของตัวเองก่อน เพราะย้ายแล้วเปลี่ยนกลับไม่ได้ภายใน 12 เดือน

อัตรา TOU ช่วง Peak 6.38 บาท ทำให้ไฟที่ผลิตได้มีค่ามากขึ้น 30% จริงหรือไม่

ไม่จริง อัตรา 6.38 บาทเป็นของจริง แต่ช่วง Peak คือ 09:00 ถึง 22:00 เฉพาะวันจันทร์ถึงศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการเป็น Off-Peak ทั้งวัน อีกทั้งผลผลิตก่อน 09:00 ก็ไม่นับ ผลผลิตทั้งปีจึงตกในช่วง Peak เพียงราว 60% ถัวเฉลี่ยแล้วหน่วยที่ใช้เองมีค่า 5.04 บาท เทียบกับ 4.84 บาทบนอัตราปกติ ต่างกันเพียง 4.1%

จะรู้ได้อย่างไรว่าบ้านเราใช้ไฟช่วง Peak กี่เปอร์เซ็นต์

มิเตอร์แบบเดิมบันทึกเฉพาะหน่วยสะสม ไม่ได้บันทึกเวลา บิลจึงไม่เคยบอกตัวเลขนี้ วิธีวัดเองคือจดเลขมิเตอร์วันละสองครั้งที่ 09:00 และ 22:00 ติดต่อกันสองถึงสี่สัปดาห์ ผลต่างคือหน่วยช่วง Peak ของวันนั้น โดยไม่ต้องจดเสาร์อาทิตย์เพราะนับเป็น Off-Peak ทั้งวันอยู่แล้ว ถ้าระบบโซลาร์มี CT วัดฝั่งโหลด ระบบมอนิเตอร์จะมีกราฟรายชั่วโมงให้ย้อนดูได้ทันที

สัดส่วนการใช้ไฟช่วง Peak เท่าไรจึงควรย้ายไป TOU

ขึ้นกับปริมาณที่ยังต้องซื้อจากการไฟฟ้าหลังหักไฟจากโซลาร์แล้ว ถ้าซื้อ 500 หน่วยต่อเดือน จุดคุ้มทุนอยู่ที่ราว 35% ถ้าซื้อ 1,000 หน่วยอยู่ที่ราว 45% และถ้าซื้อ 1,500 หน่วยอยู่ที่ราว 48% ต่ำกว่าตัวเลขนี้ TOU ถูกกว่า สูงกว่านี้อัตราปกติถูกกว่า เหตุที่เส้นเลื่อนขึ้นตามปริมาณเพราะอัตราปกติเป็นขั้นบันได ยิ่งใช้มากค่าเฉลี่ยยิ่งแพง

ควรตั้งเวลาให้เครื่องซักผ้าหรือรถ EV ชาร์จตอนกลางวันเพื่อใช้ไฟจากหลังคาหรือไม่

ไม่ควรตั้งเป็นเวลาตายตัวในวันธรรมดา เพราะโหลดที่ย้ายไม่ได้หายไป ถ้าไม่รันกลางวันก็ต้องไปรันกลางคืนที่ 3.00 บาทอยู่ดี กำไรจริงจึงเพียง 0.80 บาทต่อหน่วยเมื่อแดดดี แต่ถ้าฝนตกและแผงไม่จ่าย ต้องซื้อไฟช่วง Peak เสียเพิ่ม 3.38 บาทต่อหน่วย ต้องแดดดีถึง 81% ของครั้งที่รันจึงจะเสมอตัว ให้ย้ายไปกลางวันเสาร์อาทิตย์แทน ซึ่งเป็น Off-Peak ทั้งวันจึงไม่มีด้านเสีย

ค่าเปลี่ยนมิเตอร์ TOU เท่าไร

ต้องสอบถามการไฟฟ้าในพื้นที่โดยตรง กฟภ. ปรับลดค่าบริการเปลี่ยนมิเตอร์ TOU ลงในปี 2569 แต่เราไม่สามารถเปิดประกาศฉบับจริงในราชกิจจานุเบกษาได้ จึงไม่ยกตัวเลขมาลง ใช้วิธีประเมินแทนได้คือ ค่ามิเตอร์ทุก 1,000 บาทใช้เวลาคืนทุน 10 เดือนถ้าประหยัดได้ 100 บาทต่อเดือน ถ้าคืนทุนไม่ทันภายใน 12 เดือนที่ถูกล็อกไว้ แปลว่ายังไม่ควรย้าย

Leave a Comment