ผู้ติดตั้งเกือบทุกรายเริ่มจากคำถามเดียวกันคือ บิลค่าไฟเดือนละเท่าไร แล้วหารกลับเป็นขนาดระบบ บ้านที่ใช้ไฟ 800 หน่วยต่อเดือนจึงได้ข้อเสนอราว 6.7 kWp เกือบทุกครั้ง วิธีนี้อ่านง่ายและผิดเสมอในทิศทางเดียวกัน คือใหญ่เกินไป เพราะภายใต้ Net Billing ของไทย หน่วยที่คุ้มคือหน่วยที่คุณใช้เองตอนแผงกำลังผลิต ไม่ใช่หน่วยที่คุณใช้ทั้งเดือน การคำนวณขนาดโซลาร์รูฟท็อปที่ถูกต้องจึงเริ่มจากโหลดกลางวัน ไม่ใช่จากยอดบิล และบ้านหลังเดียวกันที่บิล 800 หน่วยอาจต้องการเพียง 1.1 ถึง 4.9 kWp ต่างกันกว่าสี่เท่า โดยที่บิลเท่ากันทุกบาท

ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569 · อัตราค่าไฟฟ้าและเงื่อนไขโครงการรับซื้อไฟเปลี่ยนได้ ตรวจสอบกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง หรือสำนักงาน กกพ. ก่อนตัดสินใจ
เลือกขนาดจากโหลดกลางวัน ไม่ใช่จากยอดบิล
คำตอบอยู่ที่แถวเดียวในตารางนี้ หาแถวที่ตรงกับบ้านคุณ แล้วอ่านขนาดที่ควรติดตั้ง ทุกแถวคิดบนผลผลิต 4.0 หน่วยต่อ kWp ต่อวัน ซึ่งเป็นค่ากลางของประเทศไทย และคิดเฉพาะไฟที่ผลิตได้ในช่วง 09:00–16:00 ที่บ้านใช้เองได้จริง
| บ้านของคุณตอนกลางวันวันธรรมดา | โหลดกลางวัน | ขนาดที่ควรติด | จำนวนแผง 600 W |
|---|---|---|---|
| ไม่มีคนอยู่ ปิดแอร์ เหลือแค่ตู้เย็น | 3.0 หน่วย/วัน | 1.1 kWp | 2 แผง |
| มีคนอยู่ช่วงบ่าย เปิดแอร์หนึ่งเครื่อง | 5.8 หน่วย/วัน | 2.1 kWp | 4 แผง |
| อยู่บ้านทั้งวัน แอร์สองเครื่อง ย้ายงานซักอบมากลางวัน | 13.6 หน่วย/วัน | 4.9 kWp | 9 แผง |
| มีสัญญาขายไฟคืน และจ่ายเงินสด | — | บวกเพิ่มได้จนถึงเพดาน 5 kW | ไม่เกิน 9 แผง |
ถ้าบ้านคุณตรงกับสองแถวแรก และข้อเสนอที่ได้รับใหญ่กว่า 3 kWp คุณจบตรงนี้ได้ ให้ถามผู้ติดตั้งกลับว่าคิดโหลดกลางวันไว้กี่หน่วยต่อวัน ถ้าตอบไม่ได้ แปลว่าเขาคำนวณจากยอดบิล ส่วนที่เหลือของบทความคือที่มาของตัวเลขเหล่านี้ และเพดานอีกสามอย่างที่กดขนาดลงได้อีกไม่ว่าโหลดกลางวันจะเป็นเท่าไร
บิลบอกหน่วยทั้งเดือน แต่โซลาร์ขายได้เฉพาะหน่วยกลางวัน
ยอดบิลรวมไฟที่คุณใช้ตอนตีสอง ตอนหัวค่ำ และตอนกลางวันไว้ด้วยกันเป็นตัวเลขเดียว แต่แผงผลิตไฟเฉพาะกลางวัน และประเทศไทยใช้ระบบ Net Billing ไม่ใช่ Net Metering หน่วยที่ไหลออกกริดจึงไม่ได้หักกลบกับหน่วยที่คุณซื้อตอนกลางคืนแบบหนึ่งต่อหนึ่ง เราอธิบายกลไกไว้ใน บทความเปรียบเทียบสองระบบ สิ่งที่ต้องใช้ในการคำนวณคือส่วนต่างของมูลค่า
- หน่วยที่ใช้เอง มีค่าเท่ากับหน่วยที่แพงที่สุดในบิลของคุณ คือ 4.84 บาทสำหรับบ้านที่ใช้เกิน 400 หน่วยต่อเดือน ตาม ประกาศอัตราค่าไฟฟ้าของ กฟภ. ที่เริ่มใช้เดือนกันยายน 2569
- หน่วยที่ขายคืน ได้ 2.20 บาท และได้ก็ต่อเมื่อมีสัญญาในโครงการโซลาร์ภาคประชาชน
- หน่วยที่เกินและไม่มีสัญญา มีค่าศูนย์ ระบบจะถูกหรี่กำลังลงจนไม่ได้ผลิต ไม่ใช่ผลิตแล้วให้ฟรี
อัตราส่วน 4.84 ต่อ 2.20 คือ 2.2 เท่า นี่คือเหตุผลทั้งหมดที่ขนาดระบบต้องผูกกับโหลดกลางวัน กำลังผลิตทุก kWp ที่เกินโหลดกลางวันของบ้านคุณ ให้ผลตอบแทนไม่ถึงครึ่งของ kWp ก้อนแรก และถ้าไม่มีสัญญาขายไฟ ก็ให้ผลตอบแทนเป็นศูนย์

สูตรคำนวณขนาดโซลาร์รูฟท็อป คือหน่วยกลางวันหารด้วย 2.8
ผลผลิตของประเทศไทยตาม Global Solar Atlas ของธนาคารโลกอยู่ที่ราว 4.0 หน่วยต่อ kWp ต่อวัน และราว 70 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตนั้นตกในช่วง 09:00–16:00 หนึ่ง kWp จึงส่งไฟให้บ้านใช้ในช่วงกลางวันได้ราว 2.8 หน่วยต่อวัน เอาโหลดกลางวันของบ้านหารด้วย 2.8 ก็ได้ขนาดระบบ
| จังหวัด | ผลผลิต (หน่วย/kWp/ปี) | ต่อวัน | มุมเอียงที่ให้ผลผลิตสูงสุด |
|---|---|---|---|
| กรุงเทพมหานคร | 1,448 | 3.97 | 15 องศา |
| เชียงใหม่ | 1,547 | 4.24 | 22 องศา |
| ขอนแก่น | 1,553 | 4.25 | 19 องศา |
| ภูเก็ต | 1,504 | 4.12 | 11 องศา |
| สงขลา | 1,488 | 4.08 | 8 องศา |
ตัวเลขนี้เป็นค่าที่ หักความสูญเสียของระบบไปแล้ว ซึ่งเป็นจุดที่คนคำนวณผิดกันบ่อยที่สุด กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เผยแพร่ค่าความเข้มรังสีดวงอาทิตย์เฉลี่ยของประเทศไว้ที่ 18.2 เมกะจูลต่อตารางเมตรต่อวัน หรือราว 5.06 หน่วยต่อตารางเมตรต่อวัน ซึ่งเป็นพลังงานที่ตกลงบนพื้น ไม่ใช่พลังงานที่ออกจากอินเวอร์เตอร์ ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือเอาเลข 5.06 ไปแทนค่าผลผลิตต่อ kWp ในสูตรข้างบน ซึ่งให้ตัวเลขสูงกว่าความจริงราว 25 เปอร์เซ็นต์ อัตราส่วนระหว่างผลผลิตที่หักความสูญเสียแล้วกับความเข้มรังสีอยู่ที่ราว 0.80 เท่ากันทั้งห้าจังหวัดในตาราง
ทิศทางและมุมเอียงของหลังคาจริงเปลี่ยนตัวเลขนี้ได้อีก และเป็นเรื่องที่ต้องคิดตอนวางแผง เราแยกไว้เป็นบทความของตัวเอง ส่วนในขั้นตอนเลือกขนาด ให้ใช้ 4.0 หน่วยต่อ kWp ต่อวันเป็นค่าตั้งต้น
ข้อควรระวังที่กลับด้านกับการประเมินความคุ้มค่า เวลาคำนวณระยะคืนทุน เราใช้ผลผลิตค่าต่ำเพื่อไม่ให้ประเมินสูงเกินจริง แต่เวลาเลือกขนาด การใช้ผลผลิตค่าต่ำจะทำให้ได้ระบบใหญ่เกิน เพราะสูตรเอาผลผลิตไปเป็นตัวหาร ถ้าแผงผลิตได้มากกว่าที่คิด ส่วนเกินจะกลายเป็นไฟที่ขายได้ 2.20 บาทหรือถูกหรี่ทิ้ง ในการเลือกขนาดจึงควรใช้ค่าผลผลิตด้านสูงของช่วง ไม่ใช่ด้านต่ำ ด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ บทความประเมินความคุ้มค่าของเราใช้ค่า 1,168 หน่วยต่อ kWp ต่อปี ซึ่งเป็นค่าด้านต่ำที่ กฟภ. เผยแพร่เอง ส่วนบทความนี้ใช้ค่าด้านสูง ตัวเลขสองตัวนี้ต่างกันโดยตั้งใจ ไม่ได้ขัดกัน
วัดโหลดกลางวันของบ้านคุณเอง ก่อนเชื่อขนาดในใบเสนอราคา
ตัวเลขที่ตัดสินขนาดระบบทั้งหมดคือโหลดกลางวัน และเป็นตัวเลขที่มิเตอร์เดิมของคุณวัดไม่ได้ มิเตอร์จานหมุนและมิเตอร์ดิจิทัลทั่วไปบันทึกเฉพาะหน่วยสะสม ไม่ได้บันทึกว่าหน่วยนั้นถูกใช้ตอนกี่โมง
เราตรวจแล้วว่า ไม่มีหน่วยงานไทยแห่งใดเผยแพร่โหลดโปรไฟล์ของครัวเรือน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน สำนักงาน กกพ. และการไฟฟ้าทั้งสองแห่งไม่มีตัวเลขสัดส่วนการใช้ไฟกลางวันของบ้านอยู่อาศัยเผยแพร่ กราฟความต้องการไฟฟ้าระดับประเทศเป็นค่ารวมของทุกภาคส่วนโดยนิยาม ทั้งอุตสาหกรรม ธุรกิจ และบ้าน จึงใช้แทนโหลดของบ้านหลังเดียวไม่ได้ ตัวเลขที่วนอยู่ในเว็บผู้ขายไม่มีแหล่งที่มา เราจึงไม่นำมาใช้ วัดเองมีสามวิธี
- จดมิเตอร์เอง อ่านเลขมิเตอร์เวลา 09:00 และ 16:00 ทุกวันเป็นเวลาสองถึงสี่สัปดาห์ ผลต่างคือหน่วยที่ใช้ในช่วงที่แผงผลิตได้ วิธีนี้ฟรีและแม่นที่สุด
- อ่านจากแอปมอนิเตอร์ ถ้าบ้านมีระบบอยู่แล้วและอินเวอร์เตอร์ติด CT ฝั่งโหลด ข้อมูลนี้มีอยู่แล้วในแอป
- ประมาณจากเครื่องใช้ไฟฟ้า โหลดฐาน ตู้เย็นและอุปกรณ์สแตนด์บาย ราว 150 วัตต์ตลอดเจ็ดชั่วโมงเท่ากับ 1.0 หน่วย แอร์อินเวอร์เตอร์ 12,000 บีทียู ราว 800 วัตต์ หกชั่วโมงเท่ากับ 4.8 หน่วย บวกงานซักอบและปั๊มน้ำอีกราวหนึ่งหน่วย
วิธีที่สามคือที่มาของสามแถวในตารางแรก และเป็นวิธีที่ใช้ได้ทันทีในวันที่คุยกับผู้ติดตั้ง ส่วนวิธีแรกคือวิธีที่ควรทำก่อนเซ็นสัญญา สองสัปดาห์ของการจดเลขมิเตอร์เปลี่ยนขนาดระบบได้เป็นเท่าตัว และเปลี่ยนราคาไปหลายหมื่นบาท
หลังคาต้องการ 5 ถึง 7 ตารางเมตรต่อ kWp ตัวเลข 4.3 คือเนื้อที่แผงเปล่า
ตัวเลขที่วนอยู่ในเว็บผู้ขายคือหลังคาต้องมีราว 7 ตารางเมตรต่อ kWp ส่วนตัวเลขที่คำนวณจากสเปกแผงได้ 4.3 ทั้งสองตัวถูก แต่เป็นคนละสิ่ง แผง LONGi รุ่น LR5-72HTH-600M ให้กำลัง 600 วัตต์บนขนาด 2,278 คูณ 1,134 มิลลิเมตร คือ 2.583 ตารางเมตร ประสิทธิภาพ 23.2 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น 4.31 ตารางเมตรต่อ kWp เฉพาะเนื้อที่แผง ซึ่งคือพื้นที่ที่แผงกินถ้าวางชิดกันเต็มผืนโดยไม่เหลือที่ว่างเลย ไม่มีหลังคาจริงหลังไหนวางได้แบบนั้น
กฎง่าย ๆ ของเนื้อที่แผงคือหนึ่งหารด้วยประสิทธิภาพ แผงประสิทธิภาพ 21 ถึง 23 เปอร์เซ็นต์จึงกินเนื้อที่ราว 4.3 ถึง 4.8 ตารางเมตรต่อ kWp แต่บนหลังคาจริงยังต้องเผื่อทางเดินตรวจสอบ ระยะร่นจากขอบและสันหลังคา ช่องหลบท่อและช่องแสง ด้านที่หันไปทิศที่ใช้ไม่ได้ และระยะห่างแถวเมื่อยกมุมเอียง จากงานติดตั้งจริงของเรา ความหนาแน่นที่ได้อยู่ระหว่าง 5 ถึง 7 ตารางเมตรต่อ kWp ขึ้นกับรูปหลังคาและสิ่งกีดขวาง ตอนประเมินคร่าว ๆ ให้ใช้ 6 เป็นค่ากลาง แล้วรอให้ผู้ติดตั้งวางผังจริงมายืนยัน
แปลว่าตัวเลข 7 ที่เว็บผู้ขายใช้ไม่ได้ผิด มันคือปลายบนของช่วงที่เกิดขึ้นจริง เพียงแต่มาจากคนละเหตุผลกับที่มักอธิบายกัน คือมาจากพื้นที่หลังคาที่ใช้วางแผงไม่ได้ ไม่ใช่จากแผงประสิทธิภาพต่ำ ถ้าเอา 4.31 ไปคูณกับพื้นที่หลังคาทั้งผืนเพื่อประเมินขนาดระบบ จะได้ตัวเลขที่ใหญ่เกินจริงราวหนึ่งในสามถึงหนึ่งเท่าตัว
น้ำหนักมักไม่ใช่ข้อจำกัด แผงตัวเดียวกันหนัก 27.2 กิโลกรัมบนพื้นที่ 2.583 ตารางเมตร คือ 10.5 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ยังไม่รวมรางยึด ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตรของ กฎกระทรวง ฉบับที่ 72 ที่เป็นตัวกำหนดว่าต้องขอใบ อ.1 หรือไม่ บ้านที่ใช้แผงกระจกกรอบอะลูมิเนียมมาตรฐานจึงผ่านเกณฑ์นี้โดยไม่ต้องคำนวณ
เพดาน 5 kW และ 10 kWp เป็นเงื่อนไขรับสิทธิ ไม่ใช่ข้อห้าม
ตัวเลขสองตัวนี้ถูกเข้าใจผิดบ่อยว่าเป็นเพดานที่กฎหมายกำหนดว่าบ้านติดได้ไม่เกินเท่านี้ ความจริงคือทั้งคู่เป็น เงื่อนไขของสิทธิประโยชน์ ไม่ใช่ข้อจำกัดของระบบ บ้านติดใหญ่กว่านั้นได้ เพียงแต่ไม่ได้รับสิทธินั้น
| เพดาน | ผูกกับอะไร | ติดใหญ่กว่านี้ได้ไหม |
|---|---|---|
| ไม่เกิน 5 kW ต่อมิเตอร์ | เงื่อนไขการขายไฟเข้า โครงการโซลาร์ภาคประชาชน ที่ 2.20 บาทต่อหน่วย | ได้ แต่ส่วนที่เกินขายไม่ได้ |
| ไม่เกิน 10 kWp ต่อหลัง | เงื่อนไข สิทธิลดหย่อนภาษี 200,000 บาท | ได้ แต่เสียสิทธิลดหย่อน |
| 200 kVA | เกณฑ์ที่ต้องขอใบอนุญาตผลิตไฟฟ้ากับ กกพ. | เป็นเกณฑ์ของโรงงาน ไม่เกี่ยวกับบ้าน |
ในทางปฏิบัติ เพดาน 5 kW แทบไม่เคยเป็นข้อจำกัดจริงสำหรับบ้านอยู่อาศัย เพราะโหลดกลางวันของบ้านส่วนใหญ่พาไปหยุดอยู่ที่ 1 ถึง 5 kWp อยู่แล้ว ตามตารางแรก ขั้นตอนการขอเชื่อมต่อกริดอยู่ใน บทความว่าด้วยการขอใบขนานไฟฟ้า
แต่ติดใหญ่กว่าเพดานสิทธิได้ ไม่ได้แปลว่าติดใหญ่กว่าแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยน ฝั่งการเชื่อมต่อมีเงื่อนไขเพิ่มอีกสองข้อที่ต้องอยู่ในแบบตั้งแต่แรก ข้อแรกคือเมื่อกำลังการผลิตติดตั้งรวมของอินเวอร์เตอร์มากกว่าปริมาณที่ขายไฟฟ้า ต้องติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าไหลย้อน (Export Limiting Device หรือ EXL) เพื่อคุมไม่ให้จ่ายเข้าระบบเกินที่ขายไว้ โดยประกาศของ กฟภ. กำหนดกรณีไว้ที่กำลังติดตั้งรวมมากกว่า 7 kW สำหรับการเชื่อมต่อเฟสเดียว และมากกว่า 10 kW สำหรับการเชื่อมต่อมากกว่าหนึ่งเฟส ส่วนฝั่ง กฟน. กำหนดไว้ที่มากกว่า 5 kW ข้อสองคือ กฟน. จำกัดขนาดอินเวอร์เตอร์รวมไม่ให้เกินพิกัดของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าที่มีอยู่ เช่น มิเตอร์เฟสเดียว 5(15) แอมแปร์ รองรับได้ 2.3 kVA ระบบที่ใหญ่กว่านั้นต้องขอเปลี่ยนขนาดมิเตอร์ก่อน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่มักไม่อยู่ในใบเสนอราคา
ประกาศของ กฟภ. ยังสงวนสิทธิ์ให้พิจารณาขนาดอินเวอร์เตอร์ที่เหมาะสม หรือกำหนดให้ติดตั้ง EXL เพิ่มเติมได้ หากเห็นว่าขนาดที่ยื่นขออาจกระทบระบบโครงข่ายไฟฟ้า ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569 เงื่อนไขเหล่านี้เป็นของโครงการโซลาร์ภาคประชาชน พ.ศ. 2569 และเปลี่ยนได้ จึงควรยืนยันกับ กฟภ. หรือ กฟน. ในพื้นที่ก่อนกำหนดขนาดระบบ

ตรวจขนาดในใบเสนอราคาด้วยตัวเลขสี่ตัว
เมื่อได้ใบเสนอราคามาแล้ว ขอตัวเลขสี่ตัวนี้ ถ้าผู้เสนอตอบไม่ได้ครบ แปลว่าขนาดที่เสนอมาจากยอดบิล
- โหลดกลางวันที่ใช้คำนวณ กี่หน่วยต่อวัน นี่คือตัวเลขที่กำหนดขนาดทั้งหมด ถ้าคำตอบคือยอดบิลหารสามสิบ ขนาดนั้นคิดจากสมมติฐานว่าคุณใช้ไฟที่ผลิตได้ทุกหน่วย
- ผลผลิตที่ใช้คำนวณ กี่หน่วยต่อ kWp ต่อปี ควรอยู่ในช่วง 1,170 ถึง 1,550 ซึ่งเป็นช่วงที่แหล่งอ้างอิงหลักให้ไว้ ถ้าสูงกว่านี้ให้ถามที่มา และถ้าผู้เสนอใช้ค่าด้านต่ำของช่วงมาคำนวณขนาด ระบบที่ได้จะใหญ่เกินจริงตามที่อธิบายไว้ข้างบน
- สัดส่วนที่คาดว่าจะใช้เอง กี่เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้ต้องสอดคล้องกับข้อหนึ่ง ถ้าบอกว่าใช้เอง 100 เปอร์เซ็นต์ ให้กลับไปอ่านหัวข้อที่สอง
- มีสัญญาขายไฟหรือไม่ และยื่นแล้วหรือยัง ถ้าไม่มี ส่วนที่ผลิตเกินจะถูกหรี่ทิ้ง ไม่ใช่ขายได้
การติดใหญ่กว่าโหลดกลางวันจะคุ้มก็ต่อเมื่อคุณเพิ่มโหลดกลางวันไม่ได้อีกแล้ว มีสัญญาขายไฟ และจ่ายเงินสด ถ้ายังย้ายงานซักอบ ปั๊มน้ำ หรือการชาร์จรถมาไว้กลางวันได้ ให้ทำอย่างนั้นก่อนเสมอ เพราะหน่วยที่ย้ายมาใช้กลางวันมีค่า 4.84 บาท ไม่ใช่ 2.20 บาท และคุ้มแม้จะกู้มาติดตั้ง เมื่อเพิ่มโหลดกลางวันจนสุดแล้ว กำลังผลิตส่วนที่ยังเหลือจึงค่อยพิจารณาด้วยต้นทุนต่อหน่วย ต้นทุนไฟที่ผลิตเองของระบบที่จ่ายเงินสดอยู่ที่ราว 1.47 บาทต่อหน่วย ซึ่งต่ำกว่าราคารับซื้อ 2.20 บาท กำลังผลิตส่วนเกินจึงยังทำกำไรได้ แต่ถ้ากู้มาติดตั้ง ต้นทุนขึ้นเป็นราว 2.28 บาทต่อหน่วย ซึ่ง สูงกว่า ราคารับซื้อ ทุก kWp ที่เกินโหลดกลางวันจะขาดทุน เราแยกที่มาของตัวเลข LCOE ไว้ใน บทความว่าด้วย Payback IRR NPV และ LCOE และคำถามว่าคุ้มหรือไม่โดยรวมอยู่ใน บทความวิเคราะห์ความคุ้มค่า
สรุปเชิงวิศวกรรม
- ขนาดระบบมาจากโหลดกลางวัน ไม่ใช่ยอดบิล สูตรคือหน่วยกลางวันต่อวันหารด้วย 2.8
- บ้านที่บิล 800 หน่วยต่อเดือนเท่ากัน ต้องการ 1.1 ถึง 4.9 kWp ต่างกันกว่าสี่เท่า ตัวแปรคือมีใครอยู่บ้านตอนกลางวันหรือไม่
- วิธีหารยอดบิลให้ 6.7 kWp ซึ่งใหญ่เกินจริง 1.4 ถึง 6.2 เท่า
- หน่วยที่ใช้เองมีค่า 4.84 บาท หน่วยที่ขายคืนได้ 2.20 บาท และหน่วยที่เกินโดยไม่มีสัญญามีค่าศูนย์
- ในการเลือกขนาดให้ใช้ผลผลิตด้านสูงของช่วง ตรงข้ามกับการประเมินความคุ้มค่าที่ใช้ด้านต่ำ
- หลังคาที่วางจริงต้องการ 5 ถึง 7 ตารางเมตรต่อ kWp ใช้ 6 เป็นค่ากลาง ส่วน 4.3 คือเนื้อที่แผงล้วน ๆ และน้ำหนัก 10.5 กิโลกรัมต่อตารางเมตรผ่านเกณฑ์ 20 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 72
- เพดาน 5 kW และ 10 kWp เป็นเงื่อนไขรับสิทธิ ไม่ใช่ข้อห้าม ติดใหญ่กว่าได้แต่เสียสิทธินั้น
- ไม่มีหน่วยงานไทยแห่งใดเผยแพร่โหลดโปรไฟล์ครัวเรือน ต้องวัดเอง จดมิเตอร์ 09:00 และ 16:00 สองถึงสี่สัปดาห์
อ้างอิง
- โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าปี 2569 มีผลตั้งแต่ค่าไฟฟ้าประจำเดือนกันยายน 2569 — การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค. pea.co.th — เข้าถึงเมื่อ 22 ส.ค. 2569
- ประกาศคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง เชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา สำหรับภาคประชาชน ประเภทบ้านอยู่อาศัย พ.ศ. 2569 — สำนักงาน กกพ. (26 มิ.ย. 2569). erc.or.th — เข้าถึงเมื่อ 22 ส.ค. 2569
- Global Solar Atlas — World Bank Group, ESMAP และ Solargis. globalsolaratlas.info — เข้าถึงเมื่อ 22 ส.ค. 2569
- พลังงานแสงอาทิตย์กับประเทศไทย — กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.). 2e-building.dede.go.th — เข้าถึงเมื่อ 22 ส.ค. 2569
- LR5-72HTH 590~600M Datasheet — LONGi Green Energy Technology. static.longi.com — เข้าถึงเมื่อ 22 ส.ค. 2569
- กฎกระทรวง ฉบับที่ 72 (พ.ศ. 2568) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 — ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนที่ 76 ก, 19 พ.ย. 2568 — เข้าถึงเมื่อ 22 ส.ค. 2569
- พระราชกฤษฎีกากำหนดพลังงานควบคุม พ.ศ. 2536 และพระราชกฤษฎีกายกเว้นใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2552 เกณฑ์ 200 kVA — เข้าถึงเมื่อ 22 ส.ค. 2569
- ประกาศการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เรื่อง ข้อกำหนดการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้า โครงการโซลาร์ภาคประชาชน พ.ศ. 2569 (ลงนาม 26 มิถุนายน 2569) ข้อ 6 และข้อ 7 — การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค — เข้าถึงเมื่อ 24 ส.ค. 2569
- ประกาศการไฟฟ้านครหลวงที่ 48/2569 เรื่อง การรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาสำหรับภาคประชาชน ประเภทบ้านอยู่อาศัย พ.ศ. 2569 — การไฟฟ้านครหลวง. mea.or.th — เข้าถึงเมื่อ 24 ส.ค. 2569
- การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค — ค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) ประจำเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2569 เท่ากับ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ตามมติ กกพ. ครั้งที่ 29/2569 เมื่อ 22 ก.ค. 2569 คงเดิมจากงวดพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2569. pea.co.th · mea.or.th — อัตราเดียวกันทั้ง กฟภ. และ กฟน. — เข้าถึงเมื่อ 25 ส.ค. 2569
คำถามที่พบบ่อย
บ้านใช้ไฟเดือนละ 800 หน่วย ควรติดโซลาร์กี่ kW
ไม่มีคำตอบเดียว เพราะยอดบิลไม่ได้บอกว่าคุณใช้ไฟตอนไหน ถ้าไม่มีคนอยู่บ้านวันธรรมดา โหลดกลางวันราว 3 หน่วยต่อวัน ควรติดราว 1.1 kWp ถ้ามีคนอยู่ช่วงบ่ายและเปิดแอร์หนึ่งเครื่อง ราว 5.8 หน่วยต่อวัน ควรติดราว 2.1 kWp ถ้าอยู่บ้านทั้งวันและย้ายงานซักอบมากลางวัน ราว 13.6 หน่วยต่อวัน ควรติดราว 4.9 kWp วิธีที่ผู้ติดตั้งใช้กันคือเอา 800 หารสามสิบแล้วหารผลผลิต ซึ่งให้ 6.7 kWp และใหญ่เกินจริง 1.4 ถึง 6.2 เท่า
สูตรคำนวณขนาดโซลาร์รูฟท็อปคืออะไร
เอาหน่วยที่บ้านใช้ในช่วง 09:00 ถึง 16:00 ต่อวัน หารด้วย 2.8 ตัวเลข 2.8 มาจากผลผลิตราว 4.0 หน่วยต่อ kWp ต่อวันของประเทศไทย คูณด้วยสัดส่วนราว 70 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตที่ตกในช่วงเวลานั้น ตัวหารนี้ใช้ได้ทั้งประเทศ ส่วนผลผลิตรายจังหวัดอยู่ระหว่าง 1,448 หน่วยต่อ kWp ต่อปีที่กรุงเทพมหานคร ถึง 1,553 ที่ขอนแก่น
ทำไมถึงคำนวณขนาดจากบิลค่าไฟไม่ได้
เพราะประเทศไทยใช้ Net Billing ไม่ใช่ Net Metering หน่วยที่คุณใช้เองตอนแผงผลิตมีค่า 4.84 บาท ส่วนหน่วยที่ไหลออกกริดได้เพียง 2.20 บาทและได้ก็ต่อเมื่อมีสัญญาขายไฟ ถ้าไม่มีสัญญา ระบบจะถูกหรี่กำลังลงจนไม่ผลิตส่วนเกินนั้นเลย ยอดบิลรวมไฟที่ใช้ตอนกลางคืนไว้ด้วย ซึ่งเป็นไฟที่แผงไม่มีวันไปแทนที่ได้ถ้าไม่มีแบตเตอรี่
จะรู้โหลดกลางวันของบ้านตัวเองได้อย่างไร
มิเตอร์เดิมวัดไม่ได้ เพราะบันทึกเฉพาะหน่วยสะสม ไม่บันทึกเวลา วิธีที่ฟรีและแม่นที่สุดคือจดเลขมิเตอร์เวลา 09:00 และ 16:00 ทุกวันเป็นเวลาสองถึงสี่สัปดาห์ ผลต่างคือหน่วยที่ใช้ในช่วงที่แผงผลิตได้ อีกทางคือประมาณจากเครื่องใช้ไฟฟ้า โหลดฐานราว 150 วัตต์เจ็ดชั่วโมงเท่ากับ 1.0 หน่วย แอร์อินเวอร์เตอร์ 12,000 บีทียู ราว 800 วัตต์หกชั่วโมงเท่ากับ 4.8 หน่วย
หลังคาต้องมีพื้นที่เท่าไรต่อ 1 kWp
ราว 5 ถึง 7 ตารางเมตรต่อ kWp เมื่อวางจริงบนหลังคา ใช้ 6 เป็นค่ากลางตอนประเมินคร่าว ๆ ตัวเลข 4.3 ที่คำนวณจากสเปกแผงเป็นเนื้อที่ของตัวแผงล้วน ๆ ไม่ได้เผื่อทางเดินตรวจสอบ ระยะร่นจากขอบหลังคา ช่องหลบท่อ หรือด้านที่หันไปทิศที่ใช้ไม่ได้ ส่วนตัวเลข 7 ที่พบในเว็บผู้ขายคือปลายบนของช่วงที่เกิดขึ้นจริง
ติดเกิน 5 kW หรือเกิน 10 kWp ผิดกฎหมายไหม
ไม่ผิด ทั้งสองตัวเลขเป็นเงื่อนไขของสิทธิประโยชน์ ไม่ใช่ข้อห้าม เพดาน 5 kW ต่อมิเตอร์เป็นเงื่อนไขการขายไฟเข้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชนที่ 2.20 บาทต่อหน่วย ส่วน 10 kWp ต่อหลังเป็นเงื่อนไขสิทธิลดหย่อนภาษี 200,000 บาท ติดใหญ่กว่านั้นได้ เพียงแต่ไม่ได้รับสิทธินั้น ส่วนเกณฑ์ 200 kVA ที่ต้องขอใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าเป็นเรื่องของโรงงาน ไม่เกี่ยวกับบ้านอยู่อาศัย
